'ช่วยกันบริจาคโลหิต ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์'
16 มิ.ย. 2557
'ช่วยกันบริจาคโลหิต ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมไปถ่ายทำรายการที่สภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2557 ซึ่งมีคำขวัญว่า “Safe blood for saving mothers” หรือ “บริจาคโลหิต พลิกวิกฤต ช่วยชีวิตแม่และลูก” เพื่อให้ทุกประเทศทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตอย่างเพียงพอและปลอดภัย เพื่อช่วยชีวิตแม่ที่มีความเสี่ยงที่อาจเสียชีวิตจากการคลอดบุตร
ข้อมูลองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ทั่วโลกมีผู้หญิงกว่า 800 คนต่อวัน ต้องเสียชีวิตระหว่างการคลอดบุตร โดยมีสาเหตุมาจากภาวะตกเลือดอย่างรุนแรง และมากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งหากมีโลหิตสำรองอย่างเพียงพอ และปลอดภัย จะช่วยลดปัญหาการเสียชีวิตลงได้
ผมถามคุณหมอสร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เกี่ยวกับการรับบริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย ได้ข้อมูลที่น่าตกใจว่า ช่วงที่ผ่านมาถึงตอนนี้ จำนวนการบริจาคโลหิตของคนไทยยังมีน้อยมาก และไม่เพียงพอต่อความต้องการ เข้าขั้นวิกฤติโลหิตของชาติ
เพราะเป้าหมายคือ ในแต่ละวันศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติจะต้องได้รับโลหิตบริจาควันละอย่างน้อย 1,500 ยูนิต จึงจะเพียงพอสำหรับผู้ป่วย แต่จนถึงขณะนี้ยังมีผู้บริจาคโลหิตน้อยมาก และลดลงจากเดิมที่เคยได้รับโลหิตบริจาควันละ 1,500-2,000 ยูนิต ตอนนี้เหลือเพียงวันละ 1,200 ยูนิต ทำให้ไม่มีโลหิตสำรองคงคลัง ซึ่งตามมาตรฐานต้องมีโลหิตสำรองวันละอย่างน้อย 3,000 ยูนิต จึงจะเพียงพอสำหรับผู้ป่วย
“ยอดการขอใช้โลหิตสำหรับรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงจำนวน 120 แห่ง มีจำนวนเพิ่มสูงเกิน 2 เท่าของโลหิตที่ได้รับบริจาคในแต่ละวัน คือ ความต้องการมีมากถึงวันละ 5,000 ยูนิต แต่ทางศูนย์บริการโลหิตฯ สามารถจ่ายให้ได้เพียงวันละ 1,400 ยูนิต ถือว่าสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤต” คุณหมอสร้อยสอางค์กล่าว พร้อมเชิญชวนประชาชนทั้งชายหญิงที่มีอายุระหว่าง 17-70 ปี มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มาร่วมกันบริจาคโลหิตเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์อีกเป็นจำนวนมาก ได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
ผมเองตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลหลังจากที่เคยเข้าพักรักษาตัวเมื่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ 17 ปีก่อน ก็เกิดอาการเข็ดขยาดกับเข็มฉีดยา แม้จะไม่ถึงขั้นกลัวเข็ม แต่ก็ไม่อยากเจอมันอีกแล้ว แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อได้มาทำข่าวที่สภากาชาดไทย จึงได้เห็นถึงความสำคัญจำเป็นที่จะต้องช่วยกันบริจาคเลือดให้แก่ผู้ป่วยเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ผมก็เลยต้องรวบรวมความกล้าในการเผชิญหน้ากับเข็มอีกครั้ง เพื่อทำการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยชีวิตคนอื่น และผมก็จึงค้นพบว่า ด้านหนึ่งของการบริจาคโลหิต คือ การเอาชนะความกลัว ด้วยความกล้าที่จะทำความดีนี่เอง เกิดความรู้สึกภูมิใจขึ้นมาว่า อย่างน้อย เราก็มีโอกาสทำประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์ได้ด้วยตัวเราเอง
จนถึงวันนี้ แม้ว่าผมจะนั่งรถเข็นวีลแชร์ แต่ผมก็ได้บริจาคโลหิตมาแล้ว 3 ครั้งครับ ครั้งละ 450 ซีซี คุณหมอบอกว่า การบริจาคโลหิตของเราแต่ละครั้งจะสามารถช่วยชีวิตเพื่อมนุษย์ได้อย่างน้อย 2-3 คน เชียวนะครับ ผมจึงตั้งใจว่า ชีวิตนี้จะต้องบริจาคโลหิตให้ได้อย่างน้อย 30 ครั้งขึ้นไปครับ
และการบริจาคโลหิตนั้น สามารถทำได้ทุกวัน ทุกเทศกาล ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันเกิด วันครบรอบแต่งงาน หรือวันบริจาคโลหิตโลกเท่านั้นนะครับ วันไหนสะดวก ก็สามารถไปบริจาคได้เลยครับ ที่สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งทั่วไทย เปิดรับบริจาคทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด อีกทั้งการบริจาคโลหิตนั้น ถ้าท่านสุขภาพแข็งแรงดี ก็สามารถบริจาคได้ถึงปีละ 3 ครั้ง หรือทุกๆ 4 เดือน แต่สำหรับคนที่ฟิตมากๆ ดูแลสุขภาพตัวเองดีสุดๆ อาจบริจาคโลหิตได้ในทุกๆ 3 เดือนครับ
สำคัญคือ ก่อนจะไปบริจาค เราต้องดูแลสุขภาพให้ดี ให้มีความพร้อมที่จะทำกุศลครั้งใหญ่ เริ่มตั้งแต่อายุควรอยู่ในช่วง 17 ถึงไม่เกิน 70 ปี โดยผู้บริจาคที่มีอายุ 17 ปี จะต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง หรือถ้าใครอายุเกิน 60 จะต้องมีประวัติการบริจาคมาอย่างต่อเนื่อง และถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรก จะต้องอายุไม่เกิน 55 ปี ส่วนน้ำหนักตัวก็จะต้องมากกว่า 45 กิโลกรัมขึ้นไป และต้องไม่เป็นโรคที่จะส่งผลต่อโลหิตได้ เช่น โรคหอบหืด, ผิวหนังเรื้อรัง, วัณโรค, โรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, มะเร็ง เป็นต้น
ทางที่ดี ใครที่จะไปบริจาคโลหิตครั้งแรก ควรโทรสอบถามไปก่อนที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.0-2263-9600-99 เปิดรับบริจาคทุกวัน ไม่มีวันหยุด
ช่วยกันดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี แล้วไปช่วยกันบริจาคโลหิต เพื่อการให้ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ กันเถอะครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'ช่วยกันบริจาคโลหิต ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



