
พระราชินีทรงรับสั่งแบม-โบ๊ท"รักกันนานๆ"
"แบม-โบ๊ท" ฉลองสมรสพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เผยทรงรับสั่งให้รักกันนานๆ เข้าใจกันและกัน ขณะที่แบมเผยต้องทำกับข้าวให้สามีทุกเช้า ทั้งที่ไม่เคยเข้าครัวมาก่อน ระบุขอปรึกษาหมอหวังมีลูกทันที เหตุอายุมากแล้ว เตรียมบินฮันนีมูน ยุโรปปลายปีนี้
หลังจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสังข์ให้แก่น.ส.จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ หรือแบม และนายบุตรรัตย์ จรูญสมิทธิ์ หรือโบ๊ท ไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ วังไกลกังวล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานให้แก่ทั้งสอง ในวันที่ 28 มิถุนายน โดยมี นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นประธานในพิธี ณ ห้องรอยัลแกรนด์บอลรูม โรงแรมโอเรียนเต็ล
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในงานดังกล่าวว่า ห้องดังกล่าวตกแต่งโทนสีขาวทอง มีเพื่อนเจ้าสาวซึ่งพร้อมใจกันแต่งชุดเดรสสั้นระบายสีฟ้า คอยต้อนรับแขกเหรื่อ โดยงานนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ป "เดอะ บุ๊ก ออฟ เลิฟ" สื่อถึงเรื่องราวชีวิตของคน 2 คนที่เหมือนกับหนังสือ กล่าวคือ เริ่มต้นด้วยความสุข เศร้า เหงา รัก ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตคู่ของทุกคน
ที่สำคัญนิสัยชอบการอ่านของเจ้าบ่าว จึงทำให้ของชำร่วยถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยให้เป็นกล่องใส่นามบัตรหรือใส่ของกระจุกกระจิกรูปหนังสือสีฟ้า มีชื่อของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นผู้เขียน ขณะที่ด้านหลังของชำร่วย เขียนนิยามความรักของทั้งคู่เอาไว้ว่า เลิฟ อิส ไลค์ เดอะ วินด์ ยู ค้านท์ ซี อิท บัท ยู แคน สติล อิท
ก่อนเริ่มงานพิธี เมื่อเวลา 16.40 น. น.ส.จณิสตา และนายบุตรรัตย์ ได้จัดแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนที่ห้องแอมบาสซี โดยเจ้าสาวปรากฏตัวในชุดเกาะอกยาวสีขาว ประดับเลื่อมและคริสตัลบริเวณลำตัว ขณะที่เจ้าบ่าวออกมาในชุดสูทสีดำผูกหูกระต่าย ทั้งคู่ควงแขนกันเข้ามาด้วยรอยยิ้มและสีหน้าเปี่ยมสุข ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่เดินทางมาร่วมทำข่าวกันอย่างเนืองแน่น
น.ส.จณิสตา กล่าวถึงวันที่เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่า ทรงรับสั่งเพียงสั้นๆ ว่า ให้ทั้งคู่รักกันนานๆ และมีความรัก ความเข้าใจซึ่งกันและกัน หลังจากเข้ารับพระราชทาน ก็ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมา 2 อาทิตย์ โดยทำหน้าที่ภรรยาซึ่งจะให้ความสำคัญในเรื่องของอาหารเป็นหลัก เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยทำหน้าที่แม่บ้านหรือทำกับข้าว เนื่องจากทำงานตลอด 7 วัน
"ตอนนี้มีเวลามากขึ้น ต้องตื่นเช้ามาเตรียมอาหารเช้าให้โบ๊ท เช้าจะตื่น 6 โมง ไม่ว่าจะนอนกี่โมงโบ๊ทก็จะตื่นเวลานี้ แต่เป็นคนกินง่าย ตอนเย็นก็จะเตรียมอาหารไว้ให้ หรือในบางครั้งจะมีมื้อกลางวันด้วย เนื่องจากเราทั้งคู่มีอายุมากแล้วก็อยากมีทายาทกันเลย สิ่งแรกที่เราทำคือ ไปหาหมอปรึกษาเรื่องการมีบุตร ตรวจเลือดว่าเลือดของเรา 2 คนเข้ากันได้หรือไม่ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องฮันนีมูนก็ตั้งใจว่าจะไปยุโรปและอิตาลี แต่อยากไปหน้าหนาวที่ต้องรอปลายปี ช่วงนี้ก็อาจไปเที่ยวทะเลอย่างภูเก็ตในช่วงสั้นๆ ก่อน ถ้าหากมีเวลานานก็อาจไปต่างประเทศ แต่ถ้ามีน้องก็คงไปไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามนายบุตรรัตย์ว่า ประทับใจอะไรในตัวเจ้าสาว นายบุตรรัตย์ บอกว่า รู้สึกตื่นเช้ามาเหมือนมีแม่พลอยอยู่ในบ้าน ซึ่งหนังสือเรื่องนี้ เป็นเล่มที่ชอบมาก และไม่นึกมาก่อนว่า จะมีแบบนี้ได้ ซึ่งทุกครั้งที่ดูแลเรื่องอาหาร ก็จะทำด้วยความเต็มใจโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย
"เราคบกันมา 2 ปี ซึ่งตอนผมอายุ 38 ปีก็เลิกคิดเรื่องที่จะมีครอบครัวไปแล้ว ผ่านประสบการณ์เรื่องของความรักมาระดับหนึ่ง แต่ที่ไม่เลือกใคร เพราะไม่มีใครถูกใจ เนื่องจากนิสัยเข้ากันไม่ได้ แต่พอมาเจอแบม เหมือนเป็นความลงตัว ที่อยากจะให้เขาทำหน้าที่ภรรยาตรงนั้น อยากให้เข้ามาอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งความประทับใจ ถามว่าเป็นเรื่องอะไร จริงๆ เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมมาเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน อย่างเราคบกัน ต้องมีเรื่องทะเลาะ แต่ทุกครั้งที่เราโกรธ ไม่ได้รู้สึกว่ามองหน้ากันไม่ได้ แค่เดินจากกันไป แล้วหันกลับมามองหน้ากัน ก็ยิ้มให้กันได้ ซึ่งไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน"



