บันเทิง

จากหนังสู่หนังสือ'นเรศวร'(จบ)

จากหนังสู่หนังสือ'นเรศวร'(จบ)

09 มิ.ย. 2557

จากหนังสู่หนังสือ "นเรศวร" (จบ) : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

 
 
          ตามที่สัญญาไว้ว่า จะขออ่าน “การอภิปรายความการสื่อสารทางการเมืองจากภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ไทยเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ของ ดร.องอาจ สิงห์ลำพอง ซึ่งตอนนี้ทำการบ้านมาเรียบร้อยแล้ว เลยขอสรุปใจความสำคัญสักนิด 
 
          ในภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้สร้างตำนานที่เกี่ยวกับพระองค์ให้เป็นวีรบุรุษของชาติไทย ที่ทรงเป็นยอดนักสู้ทั้งในสนามรบและสนามชีวิต ทั้งศึกภายในและศึกภายนอก สามารถสร้างความสะเทือนอารมณ์ ความซาบซึ้ง ความประทับใจได้ตลอดเวลา 
 
          สิ่งที่ค้นพบความเป็นชาตินิยมในภาพยนตร์เรื่องนี้ จุดประสงค์หลักไม่ได้ต้องการสร้างความรู้สึกเป็นปรปักษ์กับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนองประโยชน์ภายในสังคมของบ้านเราเองมากกว่า 
 
          คือต้องการสร้างความเป็นเอกภาพขึ้นในพื้นที่หรือพรมแดนที่เรียกว่าเป็นประเทศไทย แต่ในกระบวนการทำให้เกิดความเป็นเอกภาพมีการดึงเพื่อนบ้านเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยการหยิบยกประเด็นการรุกรานขึ้นมาใช้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  
 
          คงจะถึงเวลาแล้วที่เราจะลุกขึ้นมาพิจารณา "สงครามในประวัติศาสตร์" ใหม่ว่าคืออะไรกันแน่ ทำไปเพื่ออะไร และคนในยุคโบราณนั้นเกิดความเกลียดชังกันจริงหรือไม่ หรือรบไปเพื่อแสดงแสนยานุภาพเท่านั้น 
 
          หากบรรพชนไม่ได้เกลียดชังกัน แล้วทำไมคนไทยซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่จะต้องเกลียดชังกัน ให้อดีตผ่านไปนำชัยชนะเป็นเครื่องเตือนใจมิให้ฮึกเหิม ส่วนการพ่ายแพ้หรือสูญเสียก็เป็นบทเรียนเตือนใจมิให้ผิดพลาดซ้ำจึงน่าจะช่วยสร้างสังคมให้ดียิ่งขึ้น
 
          ถ้าเข้าใจพื้นฐานของตรงนี้ก็จะบอกได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ออกเผยแพร่ในช่วงเวลาที่พอดี!    
 
          สิ่งหนึ่งที่หนังสือเล่มนี้ชี้ชัดเกี่ยวกับภาพยนตร์ว่าได้สะท้อนกระบวนการของการสร้างบูรณาการของสังคมไทย ประกอบด้วยการหล่อหลอมของคนหลากหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน ให้มีความศรัทธาและมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีการยอมรับในความแตกต่างด้วย 
 
          ซึ่งจะเห็นได้จากกองทัพของสมเด็จพระนเรศวรไม่ได้มีแต่ชาวสยามเท่านั้น แต่มีทั้งญี่ปุ่น จาม เขมร มอญ โปรตุเกส เป็นต้น เข้าร่วมกันรบเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือเพื่อชาติสยาม 
 
          ภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามทำให้คนทุกคนยอมรับในเรื่องความหลากหลายแตกต่างของผู้คนในสังคม ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ ความรู้สึกนึกคิด เพื่อที่จะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสงบสุข
 
          คุณค่าของหนังสือของ ดร.องอาจ กับภาพยนตร์ของ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล คงมีจุดหมายปลายทางในประเด็นหลักเดียวกัน นั่นคือ “ความสามัคคี” เท่านั้น ที่จะสามารถรวมไทยให้เป็นชาติ เพื่อนำความผาสุกที่ยั่งยืนมาสู่ผืนแผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน
 
          นี่แหละค่ะสิ่งที่ดิฉันได้จากการอ่านหนังสือ และที่หนังสือถอดรหัสมาจากภาพยนตร์! 
 
.......................................
(หมายเหตุ จากหนังสู่หนังสือ "นเรศวร" (จบ)  : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์ )