
ได้เวลากำจัด'ขยะ'
04 มิ.ย. 2557
ได้เวลากำจัด "ขยะ" : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเอากล่องพีเอสไอรุ่นโบราณมาต่อสายอากาศ เพื่อตรวจแถวช่องทีวีดาวเทียม ผลปรากฏว่า มันวังเวงยิ่งกว่าเดินในป่าช้า เจอแต่ช่องทีวีดาวเทียมขึ้นหน้าจอด้วยเพจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ยังโชคดีที่รับช่องฟรีทีวี 3, 5, 7, 9, 11 และไทยพีบีเอส ได้ตามปกติ
ก่อนหน้านี้ ผมเคยเขียนในคอลัมน์นี้ ให้ กสทช.กำจัด "ทีวีดาวเทียมขยะ" อันหมายถึงทีวีขายสินค้าอะไรก็ไม่รู้ มีทั้งยาปลุกเซ็กส์ ยาผีบอก ยาวิเศษ วัตถุมงคลคุณไสย ฯลฯ แต่พลันที่คณะทหารทำรัฐประหาร อาศัยอำนาจตามประกาศกฎอัยการศึก สั่งทีวีดาวเทียม 200 กว่าช่อง และวิทยุชุมชน 7-8 พันสถานี หยุดออกอากาศทันที
ล่าสุด พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์กรณีเรื่องการกลับมาออกอากาศของช่องทีวีดาวเทียมนั้น จะเป็นเรื่องของ กสทช. ซึ่งในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล กสทช.กำลังเร่งดำเนินการจัดระเบียบให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งในเรื่องรูปแบบและลักษณะของการประกอบการ
ส่วนสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ได้จัดให้มีการประชุมในหัวข้อ "ทิศทางทีวีดาวเทียม" โดยภายในงาน มีทั้งผู้ประกอบการช่องทีวีดาวเทียมที่เป็นสมาชิกกว่า 100 ราย และไม่เป็นสมาชิกบางส่วน รวมถึงเจ้าของแพลตฟอร์มการชม IPM, PSI และกลุ่มบิ๊ก 4 และตัวแทนจากทางไทยคม
สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมฯ ได้สรุปหาทางแก้ไข 2 แนวทาง คือ
1.ทำหนังสือชี้แจง แจ้งความจำนงแก่ทาง คสช.เพื่อให้รับทราบถึงว่า ทีวีดาวเทียมเป็นธุรกิจที่ประกอบกิจการอย่างถูกกฎหมายและควบคุมได้ โดยให้สมาชิกกว่า 100 รายร่างจดหมาย ระบุที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และชื่อบุคคลที่ขอใบอนุญาตที่เป็นจริง ตรวจสอบได้ พร้อมแจงข้อเดือดร้อนที่เกิดขึ้น
2.รวบรวมสมาชิกช่องทีวีดาวเทียม ปรับสู่ระบบเพย์ทีวี หรือบอกรับสมาชิก สู่แพลตฟอร์มแบบบอกรับสมาชิกต่อไป ซึ่งได้แก่ PSI, IPM, ทรูวิชั่นส์ และซีทีเอช
นอกจากนี้ ตัวแทนจากไทยคม และดาวเทียม NSS6/SES8 พร้อมที่จะเป็นผู้ดูแลในการสวิตช์ประกาศของ คสช.ให้แก่จำนวนช่องทีวีดาวเทียมที่ขึ้นกับทางไทยคมกว่า 100 ช่อง
หากรายใดทำผิดเพียงเล็กน้อย ทางไทยคมและ NSS6/SES8 พร้อมจะตัดสัญญาณทันที และเมื่อมีประกาศจากทาง คสช.จะตัดสัญญาณออกอากาศอัตโนมัติทันที โดยทางไทยคมและ NSS6/SES8 จะดำเนินการให้
ความเคลื่อนไหวของสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียมฯ บอกให้รู้ว่า ธุรกิจของพวกเขากำลังประสบปัญหาอย่างหนัก เพราะการปิดสถานีเท่ากับตัดช่องทางในการแสวงหารายได้ และส่งผลกระทบต่อพนักงานนับพันชีวิตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ต้องยอมรับว่า ทีวีดาวเทียมหรือวิทยุชุมชน ได้รับการผ่อนปรนให้ดำเนินการออกอากาศมาตั้งแต่ปลายปี 2547 และในเวลา กสทช.ยังไม่ได้รับการจัดตั้งขึ้นมา
ดังที่ทราบ ทีวีดาวเทียมหรือวิทยุชุมชนเหล่านั้น ก็ดำเนินการไปในลักษณะ "กึ่งถูกกึ่งผิด" หากว่าจะกล่าวหาว่าเป็นทีวีเถื่อน และวิทยุเถื่อน ก็ว่ากันไม่เต็มปากเต็มคำ
ถ้าจะถือเอาเงื่อนไขของ คสช.เป็นการล้างไพ่ใหม่ ก็คงไม่มีใครว่า เนื่องจากชาวประชารู้สึกอิดหนาระอาใจกับ "ทีวีขยะ" มานานแล้ว
เมื่อโอกาสมาถึงแล้ว กสทช.คงต้องเดินหน้าจะจัดระเบียบ และกล้าตัดสินใจโละทีวีขยะออกไปให้หมด แม้ก่อนหน้านี้ กสทช.จะออกใบอนุญาตชั่วคราวให้ช่องทีวีเหล่านั้น
กสทช.ลงมือเถอะครับ หน้าจอทีวีดาวเทียมจะได้สะอาดสะอ้านเสียที และก็จะเป็นทีวีทางเลือกให้ชมอย่างแท้จริง
.......................................
(หมายเหตุ ได้เวลากำจัด "ขยะ" : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



