บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:ว่าด้วยเรื่องของนายไข่

ขบคิดขีดเขียน:ว่าด้วยเรื่องของนายไข่

03 มิ.ย. 2557

ว่าด้วยเรื่องของนายไข่ : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
 
          “ตั้งใจเรียนหนังสือนะลูก โตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคน” 
 
          เชื่อได้ว่าทุกคนคงเคยได้ยินประโยคนี้ผ่านหูกันมาอย่างแน่นอน เราถูกปลูกฝังกันมาด้วยประโยคที่ว่านี้ จนเชื่อว่าการที่คนคนหนึ่งจะมีเกียรติ น่าเคารพนับถือได้ ต้องเป็นเจ้าเป็นนาย ต้องมียศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โต หรือต้องรวยมหาศาลเท่านั้น คนสมัยนี้พินอบพิเทากับสัญลักษณ์เหล่านี้จนเคยตัว ยิ่งต้องสรรเสริญเยินยอมากแค่ไหน ยิ่งกดขี่คนที่เขาไม่มีตำแหน่งใหญ่โตมากขึ้นเท่านั้น ทุกวันนี้ลองสังเกตดูว่าเราวีนเหวี่ยงบรรดาคนที่ทำอาชีพยาม ภารโรง เด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร หรืออาชีพเหล่านี้กันมากแค่ไหน เหวี่ยงไปก็คิดว่าเท่ ว่าดีแล้ว วีนเสร็จก็เชิดหน้าว่าข้านี้เจ๋ง ก็ทำไมจะเหวี่ยงไม่ได้ล่ะ ในเมื่ออาชีพเหล่านี้มันไม่ได้มีเกียรติ ไม่ได้เป็นเจ้าคนนายคน ไม่จำเป็นต้องเห็นหัวซะด้วยซ้ำ...
 
          วันนี้หญิงยศมีเรื่องราวของนายไข่มาเล่าให้ฟังค่ะ...
 
          ไข่เป็นกะเหรี่ยงค่ะ อายุประมาณสามสิบต้นๆ สามีของหญิงยศได้ตัวนายไข่มาช่วยทำงานเมื่อสองปีที่แล้ว จากการแนะนำของเน็ตเวิร์กสาวใช้ต่างชาตินี่แหละค่ะ ด้วยความที่นายไข่เป็นผู้ชาย ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่สามีของหญิงยศกำลังจะเปิดโชว์รูมรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ก็เลยให้นายไข่มาทำงานอยู่ที่โชว์รูมเสียเลย หน้าที่ของนายไข่ก็คือดูแลเก็บกวาดทำความสะอาดโชว์รูมให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ฟังดูก็เป็นหน้าที่ที่ปกติทั่วไป ไม่ได้มีเกียรติอะไร ไม่ได้สูงส่ง บวกกับนายไข่เป็นคนต่างด้าว จึงค่อนข้างสงวนถ้อยคำ วันๆ ก้มหน้าก้มตาปัดกวาดเช็ดถูไป ไม่มีใครสนใจความเป็นมาเป็นไปของคนคนนี้ แต่นายไข่มีดีที่ขยันค่ะ... 
 
          ไข่ขยันจริงๆ มีน้ำใจ การงานอะไรแม้ไม่ใช่หน้าที่ นายไข่ก็จะยื่นมือมาช่วยเหลือ หยิบจับทำงานอย่างตั้งใจ หลังๆ ในโชว์รูมเริ่มมีคาเฟ่เล็กๆ มีคนมานั่งดื่มกิน ช่วงสุดสัปดาห์ก็มีนั่งยาวจนเกินเวลา ก็มีนายไข่นี่แหละ คอยช่วยดูแลหยิบจับ ลูกค้าไปก็เก็บโต๊ะ ช่วยทำความสะอาด ล้างแก้วล้างจาน เมื่อต้องทำอาหารก็วิ่งมาดูว่าช่วยล้างเขียง เตรียมผักอะไรได้หรือไม่ นายไข่ขยันทำงานจนบางทีสามีหญิงยศต้องมาห้ามว่า พอเถอะ ไปพักบ้าง ไม่ต้องทำทุกอย่างก็ได้ เออ มีอย่างที่ไหน ทำงานจนนายจ้างต้องขอให้หยุด พอบอกให้พักบ้าง ไข่ก็ออกไปนู่นจ้ะ ไปตัดหญ้า ช่วยจัดสวน รดน้ำต้นไม้  เออ พ่อคุณเอ๊ย!! ให้มันได้อย่างนี้ ที่สำคัญอีกอย่างคือนายไข่ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ ไม่อยากมีอยากได้ของคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัว นายไข่จึงได้รับความไว้วางใจ 
 
          จากคนงานกะเหรี่ยงธรรมดาก็กลายมาเป็นคนงานที่เจ้านายเรียกใช้จนติดปาก แขกไปใครมาก็เรียกหานายไข่ เพราะรู้ว่าสั่งอะไรไปแล้วได้งาน นายไข่ทำงานอยู่กับสามีหญิงยศมาสองปี ตั้งใจเก็บเงินส่งกลับไปให้ที่บ้านเพื่อให้ทางบ้านสบาย แต่เช้าวันนี้ นายไข่ไม่ตื่นมาทำงานตามปกติ พอเพื่อนไปดูถึงได้รู้ว่า นายไข่เสียชีวิตไปแล้วอย่างสงบ นายไข่เข้านอนตามปกติ แล้วหลับไปเลย ไม่ตื่นมาอีกแล้ว สามีหญิงยศเมื่อได้ทราบข่าวถึงกับนิ่งไป โดยปกติเขาเป็นคนไม่แสดงความรู้สึก แต่เช้าวันนี้เมื่อถามว่าเศร้าเหรอที่ไข่ตาย สามีหญิงยศพยักหน้ารับว่าเศร้า “ไม่ได้เสียดายคนงาน แต่เสียดายคนดี” สามีหญิยศเขียนไว้อาลัยนายไข่สั้นๆ ลงไอจีส่วนตัว ปรากฏว่ามีคนมาแสดงความเสียใจกันอย่างล้นหลาม ลูกค้าทุกคนโทรมาไต่ถามแสดงความเสียใจ พร้อมพูดเหมือนกันหมดว่าไข่เป็นเด็กดี ขยันทำงาน ลูกค้าเหล่านี้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าคนนายคนทั้งนั้นแต่กลับสะเทือนใจกับการจากไปของเด็กทำความสะอาดเพียงคนเดียว จริงๆ พรุ่งนี้สามีของหญิงยศมีทริปบิ๊กไบค์กับลูกค้า จะขี่ไปขอนแก่นกัน แต่พอนายไข่เสีย ทริปนี้ก็โดนแคนเซิลเพราะทุกคนตั้งใจจะอยู่จัดงานศพเล็กๆ ให้นายไข่เป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีใครคัดค้านเมื่อเป็นเรื่องของนายไข่... สำหรับหญิงยศนายไข่มีเกียรติมากกว่าคนในตำแหน่งหน้าที่สูงๆ อีกหลายคน ที่มีแต่ชื่อตำแหน่งแต่กลับไม่เคยรู้จักหน้าที่ของตัวเอง... หลวงพ่อเงิน พุทธโชติกล่าวว่า “คนที่ตายไปแล้ว หากคนที่มีชีวิตอยู่เขาสามารถจดจำได้หรือคิดถึงอยู่ ผู้นั้นได้ชื่อว่าไม่ตาย แต่คนที่มีชีวิตอยู่ กลับไม่มีใครกล่าวถึงหรือคิดถึงเลย นั่นคือผู้ตายไปแล้ว”
 
          จะใช้ชีวิตแบบมีเกียรติอย่างตายๆ หรือจะอยู่แบบเมื่อตายไปแล้วยังมีเกียรติ ก็อยู่ที่ตัวคุณเอง ทำอะไรต่อให้มันเล็กน้อยแต่ถ้าทำมันอย่างเต็มที่สุดหัวใจ สิ่งนั้นมีเกียรติเสมอ
 
          หลับให้สบายนะนายไข่ ไข่ใช้ชีวิตได้คุ้มค่าความเป็นมนุษย์ที่สุดแล้วนะ....
 
.......................................
(หมายเหตุ ว่าด้วยเรื่องของนายไข่ : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)