บันเทิง

เสาร์นี้หนุ่ยจะโชว์โซเชียลมีเดี่ยวแล้วนะจ้ะ

เสาร์นี้หนุ่ยจะโชว์โซเชียลมีเดี่ยวแล้วนะจ้ะ

03 มิ.ย. 2557

เสาร์นี้หนุ่ยจะโชว์โซเชียลมีเดี่ยวแล้วนะจ้ะ เจาะเบื้องหลังให้ฟัง : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

 
 
          ฉบับนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเปิดเผยข้อมูล “โค้งสุดท้าย” ก่อนงานทอล์กโชว์ไอทีเต็มรูปแบบครั้งแรกในชีวิตของผมที่ตั้งใจเอาไว้ว่าเป็นการนำเสนอผลงานสู่ท่านในอีกรูปแบบหนึ่ง นอกเหนือจากงานโทรทัศน์ที่ผมนำเสนอสู่ท่านมาแล้วกว่า 15 ปี (ไม่น่าเชื่อเลยนะ เวลาผ่านไปไวจริงๆ)
 
          ผมจะเล่าเบื้อหลังแรงบันดาลใจให้ท่านฟังแบบตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม และให้รู้กันไปเลยว่า "ผมเปิดการแสดงครั้งนี้เพื่ออะไร?"
 
          ขอออกตัวว่าผมค่อนข้างเขินๆ นะครับเวลาจะต้องโปรโมทของของตัวเอง (ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์คนอื่นที่ผมถนัดนัก!) ผมจะคิดซะว่าผมไม่ได้เขียนเองและคุณผู้อ่านก็ไม่ได้อ่านงานเขียนฉบับนี้จากตัวผมเองก็แล้วกันนะครับ (ฮา)
 
          ผมเริ่มต้นโปรดักชั่นนี้จากการได้รับแรงบันดาลใจจังๆ จากปรมาจารย์ด้านเดี่ยวไมโครโฟน "พี่โน้ส" อุดม แต้พานิช ผู้สร้างสรรค์งานโชว์ประเภทนี้ขึ้นครั้งแรกในเมืองไทย และจัดต่อเนื่องยาวนานมาได้ถึง 10 ครั้ง (ไม่รวมเวอร์ชั่นแยกย่อย) ในรอบ 2 ทศวรรษ ผมรักและศรัทธาพี่โน้สมาตั้งแต่ช่วงจบม.6 ช่วงนั้นโรงเรียมมัธยมผมดันพิเรนทร์ให้นักเรียนลงทะเบียนเรียนตามความสามารถ ผมก็ทะลึ่งลงเยอะ เลือกแผนการเรียน 2 ปีครึ่งจบม.6 ได้ ก็เลยว่างอยู่ครึ่งปี ก่อนเอนทรานซ์ (ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้’เอนท์เพราะเอาประสบการณ์ชีวิตไปรวมเป็น Portfolio เสนอคณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว เพื่อสอบตรง แล้วเขาก็รับ) ครึ่งปีนี้ผมโคตรได้ประสบการณ์ชีวิตเลยครับ เล่นละครเวทีครั้งแรกกับโปรดักชั่น "พี่เปิ้ล" นาคร ศิลาชัย (ตอนนั้นแกเพิ่งกลับจากอังกฤษ และฟิตทำละครเวทีมาก) เล่นเป็น หมู่มวล ชาวบ้าน แต่ก็ได้รู้จักผู้คนในวงการมากมาย (ตื่นเต้นดีนะครับที่ได้รู้จักกับบุคคลเจ๋งๆ ที่เราเห็นในทีวีมาตั้งแต่เด็ก) แน่นอนว่าก๊วนพี่เปิ้ล ณ เวลานั้นก็คือ “ยุทธการขยับเหงือก” รายการชวนหัวเราะยุค ‘90 ของ JSL ฉะนั้นไม่ว่าจะ เสนาหอย, พี่ติ๊ก กลิ่นสี, เสนาวิชญ์ ฯลฯ หรือแม้แต่พี่โน้ส อุดม ก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนโปรดักชั่นนี้ไม่ขาด ผมจำได้ดีว่าผมเจอพี่โน้สในงานเลี้ยงปิดโปรดักชั่นละคร ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาก่อนปี 2538 แกยังไม่ได้ทำเดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรกเลย แกขึ้นไปร้องเพลงแร็พบนเวที (เอโพด สะเรนาปัง- โจอี้บอย) ผมงี้ทึ่งแกเลยในทันที ทั้งๆ ที่เคย “เฉยๆ” กับลวดลายของแกในยุทธการขยับเหงือก ..ผมเป็นโรคอยู่อย่างคือ “เห็นอัจฉริยะแล้วผมจะตัวสั่นเทา” อยากรู้จักและอยากเก่งกับเขาบ้าง
 
          จากโปรดักชั่นนั้นผมก็ไปเล่นละครให้คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ตามการชักชวนมา Audition ของพี่ๆ คณะละคอนนาครศิษย์ครูช่าง จากนั้นก็ได้เป็นเล่น Sit Com ทางทีวีกับ DAS Entertainment ที่โรงละครกรุงเทพ (ไม่น่าเชื่อใช่ไหม? ว่า “ครึ่งปี” มันจะทำอะไรได้มากขนาดนี้) สิ่งที่เหลือเชื่อในชีวิตก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อผมลงเรียนวิชาพิเศษกับทางแดสเป็นเวิร์กช็อป “How To Make People Laugh” (วิธีทำให้คนขำ) ซึ่งผู้ร่วมคลาสครั้งนั้นคือบุคคลที่เพิ่งทำ “เดี่ยวไมโครโฟนแรก” มาอุ่นๆ นั่นคือพี่โน้ส อุดม แต้พานิช ..ผมไม่ได้เข้าชมการแสดงสดของเขานะ เพราะแกจัดจำกัดมากคือ 450 ที่นั่งที่หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต และทำเพียง 3 รอบ ระบบการจองตั๋วยุคนั้นต้องไปต่อคิวที่ร้านเทปหน้าสยามสแควร์ ผมหูตาไม่กว้างไกลพอจึงอดไป ..(ดีใจกับคนยุคนี้ด้วยครับที่มี Thaiticketmajor.com ที่โคตรสะดวกสบาย) ผมร่วมเวิร์กช็อปแบบถึงเนื้อถึงตัวกับพี่โน้สอยู่ 4 วัน เป็น 4 วันที่สุดแสนวิเศษเพราะเราต่างได้วิชาจากอาจารย์ชาวอังกฤษเยอะมากๆ (ลืมเล่า..วิทยากรที่มาสอนเป็น “2 นักแสดงตลกอังกฤษที่เริ่มต้นงานแสดงพร้อมๆ คุณ Rovan Atkinson หรือ Mr.Bean ที่ทั่วโลกรู้จัก ชื่อคุณมิชาลิน และอีกท่านซึ่งน่าเสียดายมากที่ผมนึกชื่อไม่ออก ติดอยู่ ณ จุดนี้กว่า 10 นาทีกว่าจะเขียนออกได้ครับ) พี่โน้ส ประทับใจครูผู้สอนมาก แต่ช่วงนั้นภาษาอังกฤษยังติดลบ (เข้าขั้นเลวร้าย) แกจึงให้เพื่อนร่วมคลาสอย่างผมช่วยสื่อสารแทน (ซึ่งก็น่าจะเลวร้ายพอกัน) แต่เอาเป็นว่าผมกล้าพูด พี่โน้สเกาะติดผมเป็นวุ้นแปลภาษาโดราเอมอนเลยล่ะ วันรุ่งขึ้นแกเอาวิดีโอเทป VHS “เดี่ยวไมโครโฟน : One Stand Up Comedy ครั้งที่1” ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายมาให้ครู ครูเห็นคำว่า “One” ก็บอกว่า “การแสดงน่ะ ทำคนเดียวไม่ได้นะ ต้อง 2 คนขึ้นไป” ..ความหมายของครูก็คือ “คุณจะแสดงคนเดียวก็ได้ แต่คุณต้องมีมโนสำนึกถึงนักแสดงอีกคนเสมอ จะเป็นอากาศ หรือจะเป็นคนดูที่นั่งอยู่ก็ได้เพราะรับส่งบทกัน”  เหมือนจะเป็นการเขี่ยผงในตาอะไรบางอย่างให้พี่โน้ส แกมีความสุขมากที่ได้ไขข้อความลับนี้ แกพาครู พาผม (ในฐานะล่าม) ไปฟาดก๋วยเตี๋ยวเรือชักธงด้วยกันที่ซอยทองหล่อ พร้อมระบุว่า “วิชาที่ได้รับมาแม่งโคตรมีความหมายกับพี่เลย” ผมประทับใจในอะไรหลายๆอย่างของพี่โน้ส ทั้งท่าทีที่มีต่อประชาชนผู้พบเห็น การหยอดมุขแซวแม่ค้า และมิตรไมตรีที่ “ใส” จริงใจของแก
 
          จำภาพได้ติดตาว่าแกเขียนคำพูดใส่กระดาษรองแก้วของร้าน ให้ครูทั้งสองพกใส่กระเป๋าไว้ในยามไปเที่ยวเมืองไทยต่อ แกเขียนว่า "สวัสดีครับพี่โชเฟอร์ ผมอุดมแต้พานิช ไอ้ตลกจมูกโตๆ นะครับ ฝรั่งสองคนนี้เป็นครูของผม โปรดบริการเขาเป็นอย่างดีที่สุดด้วย"
 
          หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกันโดยพี่โน้สไม่ลืมให้เบอร์ "PacLink" กับผมด้วย และแกเขียนข้อความถึงผมในกระดาษอีกใบว่า "วิชาที่เราได้เรียนด้วยกันแม่งโคตรมีประโยชน์เลยรู้ไหมไอ้น้องหนุ่ย ไว้เรามาใช้มันด้วยกันนะ" .. ผมยังคงเก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้จนถึงวันนี้ครับ
 
          จากนั้นไม่นานผมก็ได้ผ่านร้านวิดีโอและได้ซื้อเทป VHS เดี่ยวไมโครโฟนมาดู ..ความรู้สึกตัวสั่นเทาเกิดขึ้นอีกครั้งขณะนั่งอยู่หน้าจอ สบถกับตัวเองเบาๆ "ชิบหายแล้ว.. นี่กรูไปรู้จักกับใครวะเนี้ย เก่งชิบหายเลย!" ... ผมชอบเชียร์คนเก่งครับ ถ้าเปรียบกับดาราสวยหล่อผมเฉยๆ นะ แต่ถ้าเขาคนนั้นเก่ง ไม่ว่าจะหน้าตาแบบไหน ผมชอบหมด เพราะค่าของคนมันอยู่ที่ผลของงาน ..ผมติดต่อที่โน้สอีกครั้งหลังจากนั้น 3 เดือนทาง PacLink และแกก็โทรศัพท์กลับมาที่บ้านผม แกบอก "ผมโคตรมีความสุขเลย ทำงานปีละครั้ง อยากไปไหนก็ไป แล้วจดบันทึกไว้" พี่โน้สแก "โน้ตสมชื่อ" ครับ คือแกจะจดทุกสิ่งอย่างที่แกนึกออกระหว่างทางของชีวิต นี่เป็นเหตุผลในการทำเดี่ยวได้ดีของแก .. เป้าหมายการโทรครั้งนั้นของผมคือ "โรงเรียนขอเชิญพี่โน้สมาเดี่ยวไมโครโฟนในงานปัจฉิมนิเทศ" แกตอบปฏิเสธพร้อมเชียร์ผมว่า "คุณนั่นแหละที่พูดได้!" ... ใช่ครับ ผมน่าจะพูดได้จากการดูเทปวิดีโอของแกซ้ำแล้วซ้ำอีกนั่นแหละ ต่อมาสักปี ผมถูกทักท้วงจากเจ้าหน้าที่ศูนย์สื่อฯ การศึกษา มศว ตอนที่ผมอัดงานชมรมทีวีตอนเรียนมหาวิทยาลัยแล้วว่า "หนุ่ยพูดเหมือนไอ้โน้สอุดมไปว่ะ" ครับ..ผมได้รับอิทธิพลจากพี่โน้สมาเต็มๆ เต็มแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ซึ่งใครใกล้ตัวพี่โน้สจะเป็นหมด ดูการแต่งตัวได้เลย พนักงานพอดีพานิชจะแต่งตัวเหมือนพี่โน้สกันเป็นแถบๆ
 
          ผมตัดสินใจสะบัดคาแรกเตอร์นั้นทิ้งไปตอนเริ่มงานใหม่กับพี่จอห์น รัตนเวโรจน์ ในรายการ IE Show.com พี่จอห์นให้ผมใส่แว่นกรอบดำแบบไร้กระจก จุดเริ่มต้นของ "คาแรกเตอร์พิธีกรไอที" ที่ติดตัวไปตลอดชีวิตเริ่มต้นที่จุดนั้นครับ .. 2ปีหลังจากเริ่ม ผมได้เจอพี่โน้สที่ผับไวท์คาเฟ่ ถนนไมตรีจิต พี่โน้สเจอหน้าผมทักทันที "เฮ้ยยยย ผมเห็นคุณใส่แว่น (ทำนิ้วกลมๆ ทั้งสองมือทาบที่หน้า) คุณใส่แว่นในทีวี ผมดูคุณๆ" ดีใจนะที่พี่โน้สจำได้ ไม่ว่าจะกี่ปีก็ตาม ผ่านมาถึงวันนี้ ผมไม่มีอะไรต้องเสียดายอีกแล้ว ผมช่วยงานเดี่ยวฯ พี่โน้สมา 2ครั้ง ครั้งแรกตอนเดี่ยว 3 อ.อุดมการช่าง ผมเป็นนักศึกษา ผมไปช่วยเขาขายตั๋ว เตรียมการกันนานมากเพราะสมัยนั้นไม่มีเทคโนโลยี ไปขายตั๋วก็เหมือนต้องไปปราบจลาจล ..ได้ลุยค้นห้องรวมขยะที่โคตรเหม็นของอิมพีเรียลลาดพร้าวอันเนื่องมาจากแม่บ้านดันกวาด "ผังการจองที่นั่ง" ทิ้งไปซะ! (ขอบคุณพี่น้อย หัวหน้างานด้วยที่ช่วยเดินลุยขยะด้วยกัน) อีกครั้งที่ผมไปช่วยงานพี่โน้สคือตอนโตแล้ว เปิดบริษัทแล้ว ก็เสนอตัวไปทำมาสเตอร์งาน DVD Special Features "เดี่ยว7" ให้ .. พี่โน้สไม่เคยเปลี่ยน ติดรถผมออกมาจากบ้านเพื่อขอไปลงทองหล่อและเล่าอะไรให้ฟังมากมาย ..ผมต่างหากที่เปลี่ยนคือพอเห็นแกยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆแล้วผมกลับไม่กล้าโทรไปหาแกอีก ... กับ "โซเชี่ยลมีเดี่ยว" เดี่ยวไมโครโฟนแรกในชีวิตของผมนั้น ผมยังไม่กล้าโทรไปเชิญแกเลยนะ พี่แต่ก็ "น้าเน็ก" ที่พอได้ยินข่าวการเปิดจองตั๋ววันแรกแกโทรมาเลยเพื่อติวเข้มและสั่งว่าห้ามให้ตั๋วแก วันรุ่งขึ้นแกไปซื้อบัตรแถว 2 จากหน้าราคา 2,000 บาท มา 2ใบ แล้วทวิตบอกแฟนๆ แกว่าแกจะมาให้กำลังใจผม ประโยคที่ผมจำจากน้าเน็กได้ดีคือ "คุณอย่าได้อายที่จะใช้ชื่อเดี่ยวไมโครโฟน เพราะอุดมจะดีใจมากที่มีคนอย่างคุณทำด้วย อดุมเขาไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของชื่อนี้ เพราะมันหมายถึงรูปแบบการแสดงอีกประเภทหนึ่ง" ..ครับ! วันเสาร์หน้านี้ 7 มิถุนายน เวลา 1 ทุ่ม ผมจะขึ้นแสดงโชว์ใหญ่ที่สุดในชีวิตในหอประชุมใหญ่ที่ปรับปรุงใหม่ของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยที่ผมใฝ่ฝันขึ้นแสดงไว้ตั้งแต่เด็กๆ ผมไม่รู้หรอกว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างไร ผมรู้แต่ว่าผมตั้งใจให้ดีที่สุดภายใต้ความสามารถที่ฝึกหน้าจอทีวีและ Event มาตลอดระยะเวลา 15 ปีมานี้ ผมจะย่นย่อระยะเวลาศึกษาเรื่องไอทีเทคโนโลยีของผมจาก 15 ปีนี้ให้เป็นเส้นเรื่องใหม่ความยาว 2 ชั่วโมงครึ่งที่ผสมผสานสไตล์งาน Comedian ไว้ ..สไตล์เดียวกับที่ศึกษาไว้เมื่อ 20 ปีก่อนกับอุดมแต้พานิชผู้เป็นเต้ยแห่งเรื่องนี้ ให้สมกับคำอวยพรที่เขาเขียนไว้ด้วยหมึกจางๆ "แล้วเรามาใช้มันด้วยกันนะไอ้น้องหนุ่ย" ..หนุ่ยจะทำมันให้ชัดขึ้นในอีก 4 วันข้างหน้านี้ครับพี่โน้ส! ... ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
 
.......................................
(หมายเหตุ เสาร์นี้หนุ่ยจะโชว์โซเชียลมีเดี่ยวแล้วนะจ้ะ เจาะเบื้องหลังให้ฟัง : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์)