บันเทิง

'จิออร์จิโอ โดย ดาฟต์ พังก์'

'จิออร์จิโอ โดย ดาฟต์ พังก์'

29 พ.ค. 2557

'จิออร์จิโอ โดย ดาฟต์ พังก์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening

 
       
          ในแวดวงดนตรีมีศิลปินจำนวนมหาศาล แต่มีอยู่ไม่กี่คนที่จะได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทำ "อะไรใหม่ๆ"
 
          จิออร์จิโอ โมโรเดอร์ (Giorgio Moroder) และ Daft Punk นับเป็นสองรายในจำนวนนั้น
 
          จิออร์จิโอ โมโรเดอร์ มีเชื้อสายอิตาเลียน แต่มาเติบโตที่เยอรมัน เขาโด่งดังระดับโลกเมื่อเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำเพลงให้กับเจ้าแม่ดิสโก้ ดอนนา ซัมเมอร์ และเป็นคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการแพร่ระบาดของกระแสดิสโก้ในกลางทศวรรษที่ 70 ในช่วงนั้น ดอนนา ซัมเมอร์ ออกอัลบั้มถี่ๆ ถึงปีละ 2 ชุด ด้วยจังหวะย้ำๆ ราวเสียงเต้นของหัวใจ ด้วยซาวด์แปลกๆ จากเครื่องดนตรีใหม่เอี่ยมแห่งยุคอย่างซินธิไซเซอร์ จิออจิโอ ปั้นเพลงดังให้ราชินีดิสโก้ไว้เพียบ อาทิ Hot Stuff, I Feel Love และ Bad Girls ซึ่งนักเที่ยวกลางคืนรุ่นลุงๆ น้าๆ รู้จักดี 
 
          เมื่อดนตรีดิสโก้เริ่มเสื่อมความนิยม จิออร์จิโอยังคงทำอะไรใหม่ๆ ต่อไป เขาหันไปลองทำเพลงประกอบภาพยนตร์ และทำได้ดีขนาดที่ได้รางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ Midnight Express (1978) แล้วก็มีงานเพลงจากหนังที่ฮิตๆ อีกหลายเพลง อาทิเพลงร็อกเท่ๆ Cat People (Putting Out Fire) ที่ร้องโดย เดวิด โบวี และ Call Me ที่ร้องโดยวง Blondie ก่อนจะดังระเบิดโลกแถมได้รางวัลออสการ์อีกครั้งกับเพลงป๊อปร็อกพุ่งทะยาน Flashdance (What a Feeling) จาก Flashdance (1983) ซึ่งเป็นหนังเต้นรำประจำยุค 80 ไปแล้ว ส่วนในเมืองไทยต้องยกให้เพลง Together in Electric Dreams จากภาพยนตร์ Electric Dreams (1982) ที่ฮิตกันสนั่นเมืองอยู่พักใหญ่ 
 
          จิออร์จิโอยังมีผลงานให้ไล่เรียงอีกเพียบ แต่โดยสรุปก็คือ เขาเป็นสุดยอดศิลปินที่คนในวงการดนตรี ต้องก้มหัวคารวะ
 
          ส่วน วงดาฟต์ พังก์ ซึ่งก่อกำเนิดในยุค 90 ก็เป็นศิลปินอีกรายที่ได้อิทธิพลจากดนตรีของจิออร์จิโอ มาเต็มๆ สองหนุ่มฝรั่งเศส โทมัส แบงกัลป์เตอร์ และกาย-มานูเอล เดอ โฮเมม คริสโต ก่อตั้งวงอิเล็กทรอนิกส์วงนี้ขึ้นมาในปี 1993 แล้วก็สร้างชื่ออย่างรวดเร็วโดยการเป็นหนึ่งในผู้จุดกระแสดนตรีเฮาส์ อัลบั้มเต็มชุดแรก Homework (1997) มีเพลงดังอย่าง Da Funk และ Around The World พอถึงอัลบั้ม Discovery (2001) พวกเขายังทำเก๋ด้วยการเอา เลอิจิ มัตสึโมโต ผู้สร้างแอนิเมชั่นคลาสสิกของญี่ปุ่น มาทำแอนิเมชั่นประกอบทั้งอัลบั้ม 
 
          แต่งานที่ทำให้ ดาฟต์ พังก์ ดังที่สุดน่าจะเป็นอัลบั้ม Random Access Memories (2013) คราวนี้หลายเพลงไม่ได้ร้องด้วยเสียงคล้ายหุ่นยนต์อีกแล้ว แถมยังมีการขยับขยายแนวทางออกไปถึงป๊อปและย้อนกลับไปหาดนตรีดิสโก้ คล้ายกับจะบูชาครูของดนตรีเต้นรำและรำลึกถึงแสงสีของไนต์คลับและดิสโก้เธคทั้งหลาย และเพลงที่บูชาครูที่สุดก็คือแทร็กที่ชื่อ Giorgio by Moroder ที่พวกเขาอุทิศให้กับชีวิตและดนตรีของ จิออร์จิโอ โมโรเดอร์ แบบเต็มๆ ...เต็มขนาดที่มีความยาวถึง 9 นาที!
 
          เพลงนี้เริ่มต้นด้วยเสียงพูดของ จิออร์จิโอ ที่ ดาฟต์ พังก์ ไปสัมภาษณ์มา โปรดิวเซอร์รุ่นใหญ่ในวัย 73 ค่อยๆ เล่าชีวิตของตัวเอง ตั้งแต่ความฝันที่จะเป็นนักดนตรีตั้งแต่วัยรุ่น และวิธีที่เขาฝ่าฟันเพื่อไปถึงฝันนั้น ระหว่างที่พูดก็มีเสียงดนตรีเต้นรำเพราะๆ ในฉากหลัง พอเขาเล่าถึงการใช้ซินซิไซเซอร์ทำเพลง ดนตรีฉากหลังก็เผยลูปซินซิไซเซอร์เท่ๆ เป็นท่วงทำนองหลักของเพลง ลูปนี้จะเล่นลีลาต่อไปอีกพักใหญ่ ก่อนที่เสียงเล่าเรื่องของ จิออร์จิโอ จะกลับมาพูดต่อ คราวนี้เขาเล่าเรื่องคอนเซ็ปต์ของการทำเพลงบ้าง ซึ่งสรุปสั้นได้ใจความว่า ไม่ต้องมีกรอบ การปล่อยใจให้สร้างสรรค์อย่างไร้กรอบต่างหากที่ทำให้ดนตรีเคลื่อนที่ไปข้างหน้า!
          
          สิ้นประโยคของ จิออร์จิโอ ดนตรีของ ดาฟต์ พังก์ ก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน! ลูปเดิมยังอยู่ ความเร็วยังคงไม่เปลี่ยน แต่ลูกเล่นที่ใส่เข้ามาหลังจากนี้จะเปลี่ยนไปไม่มีวันย้อนกลับ เสียงกลองกระหน่ำตี เสียงเครื่องสายสังเคราะห์โอบอุ้ม เสียงกีตาร์และเบสสดๆ โชว์ลีลาไม่ยั้ง กระทั่งซาวน์อิเล็กทรอนิกส์ก็เริ่มบิดเบี้ยวจนสะใจสุดๆ ในช่วงท้าย ทุกอย่างเป็นรูปธรรมให้เราเห็นว่าการปลดปล่อยดนตรีให้เป็นอิสระนั้นมันเป็นอย่างไร
 
          แม้ว่าตอนนี้ ดาฟต์ พังก์ อาจจะยังไม่ยิ่งใหญ่เท่า จิออร์จิโอ โมโรเดอร์ แต่การน้อมคารวะครูครั้งนี้นับเป็นรูปแบบใหม่ที่ทำลายกรอบของเพลงสรรเสริญไอดอลแบบที่คนอื่นเคยทำๆ กันมาลงอย่างราบคาบ 
 
          แล้วเพลงนี้ก็จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้วันข้างหน้า อาจจะมีนักดนตรีรุ่นน้อง ลองทำเพลงใหม่ๆ เพื่อคารวะสองหนุ่มฝรั่งเศสคู่นี้บ้างก็เป็นได้
 
.......................................
(หมายเหตุ 'จิออร์จิโอ โดย ดาฟต์ พังก์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)