
'ฮิวจ์ แจ็คแมน'รับบท'วูลฟ์เวอรีน'มาแล้ว7ครั้ง
25 พ.ค. 2557
บันเทิงต่างประเทศ : พบกับ 'ฮิวจ์ แจ็คแมน' รับบท 'วูลฟ์เวอรีน' มาแล้ว 7 ครั้ง
เปิดตัวไปอย่างอลังการ สำหรับภาพยนตร์เรื่อง "X-Men: Days of Future PastThailandPremiere" ที่ทีมผู้สร้าง และนักแสดงหลักเดินสายปลุกกระแสภาพยนตร์เรื่องนี้ ในหลายประเทศ อาทิ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ลอนดอน อังกฤษ ปักกิ่ง จีน มอสโก รัสเซีย สิงคโปร์ เซาเปาโล บราซิล เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งได้รับรับการต้อนรับจากแฟนหนังและสื่อมวลชนอย่างล้นหลาม โดย ฮิวจ์ แจ็คแมน ที่กลับมารับบทเป็น วูล์ฟเวอรีน มาแล้ว 7 ครั้ง ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการกลับมารับบทบาทเดิมในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า
@ รู้สึกอย่างไรที่ได้กลับมารับบท วูล์ฟเวอรีน อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 แล้ว
ตอนที่ผมรับแสดงบทวูล์ฟเวอรีนครั้งแรก ผมไม่ค่อยรู้เรื่องราวของวูล์ฟเวอรีนมากนัก และไม่ได้รู้จัก X-Men เลย ก่อนจะมารับบทนี้ ผมรู้แค่ว่าแฟนๆ จะต้องตื่นเต้นกับหนังเรื่องนี้ เพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่า ไม่มีผู้กำกับคนไหน จะจัดการกับเรื่องราว ที่มีตัวละครมากมายได้เก่งเท่า ไบรอัน ซิงเกอร์ อีกแล้ว และภาพนี้เป็นการกลับมารับหน้าที่เป็นผู้กำกับอีกครั้งของเขาหลังจากที่หายไป 14 ปี ผมคิดถึงและเชื่อมั่นในฝีมือและจินตนาการของเขามาโดยตลอด ในภาคนี้ผมได้รับประสบการณ์ที่ตื่นเต้นแตกต่างกันออกไป การถ่ายทำภาคนี้เหมือนงานคืนสู่เหย้าของเพื่อนเก่าและรู้จักเพื่อนใหม่ไปพร้อมๆ กัน
@ ในภาคนี้โลแกนถูกบังคับให้ก้าวเข้าสู่สถานการณ์ใหม่ซึ่งเขาต้องเป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้นำด้วย
เขาเพิ่งมาถึงจุด ที่พร้อมรบและพร้อมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในนั้น แต่ไม่ทันไร เขาก็กลับได้รับงานที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งเขาไม่คิดว่า ตัวเองมีคุณสมบัติเหมาะสมด้วย นอกจากในแง่ร่างกายเพราะเขาเป็นคนเดียวที่กลับไปได้ แต่พอเขาย้อนเวลากลับไป มันก็เหมือนภาพสะท้อนกลับของ X-Men ภาคแรก เพราะเขาต้องทำตัวเป็นที่ปรึกษาให้ชาร์ลส์และคนอื่นๆ แบบที่ชาร์ลส์เคยทำให้เขาในภาคแรกนั่นล่ะ
@ มันคงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะต้องไปโผล่หน้าบ้านใครสักกคนหนึ่ง แล้วประกาศตัวว่าคุณมาจากอนาคต
ใช่เลยล่ะ! แถมเขาก็ไม่ใช่คนช่างเจรจาซะด้วยสิ แล้วก็ไม่ได้มีความอดทนพอ จะมานั่งอธิบายเรื่องราวพวกนี้ เขานึกว่าคนอื่นจะเข้าใจทันที ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่อย่างนั้น มันก็เลยนำมาซึ่งส่วนที่ตลกมากเลยล่ะ เขาเป็นคนชอบลงมือทำ และอยากเข้าไปจัดการเรื่องราวต่างๆ ให้เสร็จๆ ไป การรับบทเป็นเขาก็เลยสนุกมาก แน่นอนว่ามีความท้าทายในแง่การแสดงเวลาที่ต้องถ่ายทอดความคิดของเขาในวัยแก่ผ่านร่างกายในวัยหนุ่ม มันไม่ใช่แค่การอธิบายเงื่อนไขและสิ่งที่เขาต้องทำ แต่ยังต้องกระตุ้นให้ตัวละครเหล่านั้นแก้ไขสถานการณ์ด้วย
@ การกลับไปทำงานกับทีมนักแสดงเดิมเป็นอย่างไรบ้าง
ผมได้เห็นภาพเอียนกับแพทริกเดินคล้องแขนกัน ระหว่างมากองถ่ายอยู่หลายครั้ง พวกเขากำลังเตรียมเล่นละครเวทีด้วยกัน เลยต้องซ้อมบทกันไปด้วย ฮัลลี เบอร์รี กำลังท้องอยู่และทันทีที่สั่งคัตเธอจะต้องปลดซิปเสื้อออกเพื่อให้สบายตัว มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อเลยครับ เราได้มาอยู่รวมกันราวหนึ่งเดือนและเวลาก็ผ่านมา 14 ปีแล้ว นับจากภาคแรก เราทุกคนยังใกล้ชิดกันมากแล้วก็ยังได้ไบรอันมากำกับด้วย เหมือนกับทุกสิ่งได้หวนกลับมาบรรจบครบรอบอีกครั้งและเราก็ต้องขอบคุณกับโอกาสที่ได้รับในครั้งนี้
@ สไตล์การกำกับของไบรอันเปลี่ยนแปลงไปไหมนับจากภาคสอง
เขาอายุมากขึ้น 14 ปี และมีประสบการณ์ในธุรกิจภาพยนตร์เพิ่มขึ้นอีก 14 ปี เพราะฉะนั้นความมั่นใจของเขาจึงเพิ่งขึ้น แล้วก็ยังมีความรู้สึกด้วยว่าเราโชคดีมากที่ได้ทำเรื่องนี้ เมื่อมาถึงจุดนี้ โดยเฉพาะในแวดวงหนังซูเปอร์ฮีโร่ ไบรอันถือเป็นต้นแบบไปแล้ว เพราะเขาเป็นคนเริ่มต้นสร้างหนังแนวนี้ในรูปแบบสมัยใหม่ขึ้นมา มันเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญเมื่อย้อนกลับไปในยุคนั้น และในตอนแรกก็มีหลายคนไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้ สำหรับภาคนี้ เรามีบทที่ดีเยี่ยม และในแง่หนึ่งมันก็คล้ายกับภาคสองตรงที่ไม่ค่อยมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องแนวทางหรือโทนหนังในการทำงาน มันจึงน่าสนใจสำหรับเขา เขาต้องไขปริศนาชิ้นใหญ่เลยในแง่การจัดการตารางงานของนักแสดง แล้วก็ยังต้องทำงานกับทีมนักแสดงใหม่ทั้งหมดด้วย... เราทั้งคู่รู้สึกเหมือนเป็นคนนอกเล็กน้อยตอนทีม First Class เริ่มถ่ายทำ ไบรอันมั่นใจมากขึ้นในงานดรามารวมถึงงานตลกแล้วเขาก็กลายเป็นปรมาจารย์ด้านแอ็คชั่นและงานภาพไปแล้วสำหรับเรื่องภาพสามมิติ เขาก็เข้าใจดีถึงวิธีการถ่ายทำและวิธีทำให้มันไม่ดูเหมือนเป็นภาพที่แปลงมา
@ ไม่บ่อยนักที่จะได้เล่นหนังประกบนักแสดงสองคนที่เล่นเป็นตัวละครตัวเดียวกัน ช่วยพูดถึงความแตกต่างในการรับส่งบทระหว่างเอียน แม็คเคลเลนกับไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ได้ไหม
สิ่งที่น่าทึ่ง ก็คือในเรื่องนี้ ผมไม่ได้พูดถึงนักแสดง แต่เป็นตัวละครเซเวียร์ เพราะเขาเป็นใจกลางหลักของเรื่อง การเล่นกับตัวละครวัยหนุ่ม ทำให้คุณได้โอกาสเห็นตัวตนของเขา ในแง่มุมที่กว้างขึ้นกว่าที่เคยเห็นจากแพทริก เพราะในแง่หนึ่งเขามีความเป็นตัวละครที่ค่อนข้างตายตัว ดังนั้นการเดินทางของเขา จึงยิ่งใหญ่และผมก็ต้องติดตามการเดินทางนั้นไปตลอด พวกเขาเป็นนักแสดง ที่น่าทึ่งมาก ผมรู้ว่าเอียนและแพทริกตื่นเต้นมาก ที่ไมเคิลและเจมส์มาเล่นเป็นตัวละครคู่นี้ ผมรู้จักพวกเขามาหลายปีในฐานะนักแสดงละครเวที แล้วผมก็คิดมาตลอดว่า นี่ล่ะเดอนีโรกับปาชิโนใน Heat เวอร์ชั่นอังกฤษเลยล่ะ นักแสดงทั้งสองคนเล่นประกบกันได้ดีมาก และผมคิดว่านักแสดงรุ่นหนุ่มก็ได้สร้างความสัมพันธ์แบบนั้นขึ้นมาและอาจมากกว่านั้นด้วย เพราะยังมีอะไรอีกมากให้พวกเขาค้นหาในเรื่องราว
ติดตาม X-Men: Days of Future Past - เอ็กซ์-เม็น สงครามวันพิฆาตกู้อนาคตได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์



