บันเทิง

เอกเขนกดูหนัง:'Draft Day'

เอกเขนกดูหนัง:'Draft Day'

23 พ.ค. 2557

'Draft Day' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
 
 
          Draft Day มีคำโปรยโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่า นี่คือหนังอเมริกันฟุตบอลที่ดีที่สุดนับจาก Jerry Maguire น่าแปลกใจว่า เหตุใดหนังที่มีอายุอานามเกือบ 20 ปีเรื่องนี้จนเกือบจะถูกไปแล้ว ถูกนำมารื้อฟื้นอีกครั้งเพราะหนังอย่าง Draft Day
 
          ความเหมือนคล้ายของหนังสองเรื่องนี้ นอกจากจะพูดถึงกีฬาอเมริกันฟุตบอลแบบผ่านๆ แต่ทว่าลงลึกถึงรายละเอียดแวดล้อมแล้ว หนังยังเจาะจงไปที่การพยายามพิสูจน์ตัวเองของตัวละครที่ผ่านความล้มเหลว และต้องการสร้างพื้นที่แห่งความสำเร็จเป็นของตัวเองในสักวัน
 
          อันที่จริง Draft Day แทบไม่มีฉากไหนเล่าถึงการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลอย่างจริงจังเลยด้วยซ้ำ เพราะหนังมุ่งตรงไปยังรายละเอียดของการคัดเลือกนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลหน้าใหม่ๆจากรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าร่วมทีมเพื่อแข่งขันในลีกเอ็นเอฟแอลฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง ในกิจกรรมที่เรียกว่า ‘ดราฟท์เดย์’ โดยเปิดโอกาสให้ทีมในลีกทั้ง 32 ทีมได้ทำการคัดเลือกผู้เล่นภายใต้กฎกติกา ให้ทีมที่อยู่อันดับต่ำๆ มีสิทธิ์เลือกผู้เล่นก่อน (ซึ่งถือเป็นกติกาที่ยุติธรรมมาก เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมระดับรองๆ ได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองบ้าง) และกิจกรรมดราฟท์เดย์ครั้งนี้ ทีมที่เคยรุ่งเรืองอย่าง คลีฟแลนด์บราวน์ส ได้สิทธิ์การคัดเลือกผู้เล่นในลำดับที่ 7 ก่อนที่ซอนนี่ วีเวอร์ ผู้จัดการทีมจะยื่นข้อตกลงกับทีมคู่แข่ง‘ซีแอตเติ้ล ซีฮอว์คส’ ขอแลกตัวผู้เล่นที่มองเมียงเอาไว้กับการได้สิทธิ์ในการคัดเลือกผู้เล่นเป็นอันดับแรก
 
          หนังฉายภาพช่วงเวลา 15 ชั่วโมง ก่อนการคัดเลือกผู้เล่นหรือวันดราฟท์เดย์จะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางการเจรจาต่อรองอย่างสับสนวุ่นวายของเหล่าผู้จัดการทีมในเอ็นเอฟแอล ที่หวังจะสรรหาผู้เล่นใหม่ๆและโอกาสในการคัดเลือกที่เหนือกว่าคู่แข่งและโชคร้ายที่ ซอนนี่ วีเวอร์ผู้จัดการหนุ่มใหญ่แห่งทีมคลีฟแลนด์ บราวน์เองก็กำลังเผชิญมรสุมชีวิตที่ถาโถมเข้าใส่ เมื่อต้องสูญเสียโค้ช ผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้าที่เขาเพิ่งไล่ออกจากทีมก่อนหน้าไม่กี่สัปดาห์ กิ๊กสาวอดีตเลขาฯ หน้าห้องที่กลายเป็นผู้ดูแลบัญชีรายจ่ายของทีมซึ่งกำลังตั้งท้อง และเจ้าของทีมที่ขู่ไล่ออกหากเขาทำให้สถานการณ์ของทีมแย่ลงในฤดูกาลแข่งขันครั้งต่อไป
 
          ด้วยความที่ไม่ใช่หนังซึ่งนำเสนอภาพการแข่งขันกีฬาอเมริกันฟุตบอลโดยตรง และเต็มไปด้วยฉากพูดคุยเจรจาต่อรองของเหล่าผู้จัดการทีมอเมริกันฟุตบอล ผู้กำกับ อีวาน ไรต์แมน จึงโชว์เหนือด้วยการใช้เทคนิคตัดต่อเพื่อให้หนังดูสนุกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะฉากคุยโทรศัพท์ของตัวละครแต่ละคนโดยใช้วิธีแบ่งเฟรม ให้ตัวละครที่คุยโทรศัพท์กันคนละเมืองมาปรากฏตัวอยู่ในฉากเดียวกัน และใช้เทคนิคการตัดต่อให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากันอยู่อย่างใกล้ชิด
 
          การทำให้เรื่องไกลตัวคนไทยอย่างกีฬาอเมริกันฟุตบอลโดยเฉพาะกิจกรรมการคัดเลือกตัวผู้เล่นได้กลายเป็นเรื่องสนุกชวนติดตาม ส่วนหนึ่งมาจากบทที่เล่าคู่ขนานกันไประหว่างชั้นเชิงการชิงไหวชิงพริบในการเลือกตัวผู้เล่นและเจรจาต่อรองขอสิทธิ์ในการคัดเลือกกับทีมคู่แข่งและปัญหาส่วนตัวของซอนนี่ ทั้งเรื่องคนรัก เพื่อนร่วมงานและคนในครอบครัวที่ดูเหมือนบาดแผลในใจของผู้เป็นแม่จากการสูญเสียสามี(พ่อของซอนนี่)จะยังไม่ทุเลาเบาบางที่เขาต้องผ่านพ้นไปให้ได้ จากการแสดงอันยอดเยี่ยมของนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับเก๋าเกมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเควินคอสต์เนอร์, เจนนิเฟอร์การ์เนอร์, เดนิสเลียร์ลี่, แฟรงค์ แลงเจล่า และ เอลเลนเบิร์นสตีน ซึ่งผลลัพธ์ไม่เพียงความสนุกสนานที่เกิดขึ้น หากแต่ยังได้ความประทับใจและเก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆ สร้างแรงใจให้ลุกขึ้นเผชิญชีวิตกันต่อไป
 
          นี่คือการกลับมาคืนฟอร์มอีกครั้งของ อีวาน ไรต์แมน ในฐานะผู้กำกับที่พักหลังหนังที่เขากำกับไม่ค่อยเป็นที่น่าปลาบปลื้มเท่ากับการรับหน้าที่โปรดิวซ์ให้ลูกชาย เจสัน ไรต์แมน ในเรื่อง Up in the Air ในจำนวนหนัง 6 เรื่องหลังสุด ที่มีชื่อของเขารับหน้าที่กำกับ นับจากเรื่อง Dave เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็น Junior ที่ทำให้ชายร่างบึ้กอย่างอาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ ตั้งท้องได้. Evolution หนังมนุษย์ต่างดาวบุกโลก หรือกระทั่ง My Super Ex-Girlfriend ที่แปลงโฉมอูม่าร์เธอร์แมน ให้กลายเป็นมนุษย์ต่างดาวขี้หึง ล้วนแล้วแต่เป็นหนังที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก ทั้งๆ ที่โปรไฟล์การทำหนังของอีวาน ไรต์แมน ดูดีมาตลอด หลังสร้างปรากฏการณ์กับหนังอย่าง Ghost Buster มาแล้ว
.......................................
(หมายเหตุ 'Draft Day' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)