บันเทิง

'15 ปีเปลือก American Dreamในแก่น American Beauty'

'15 ปีเปลือก American Dreamในแก่น American Beauty'

23 พ.ค. 2557

'15 ปีเปลือก American Dreamในแก่น American Beauty' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
 
          เกือบๆ หนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เวลาไปสอนหนังสือหรือบรรยายเรื่องหนังที่ไหน DVD แผ่นหนึ่งที่ผมหยิบนำไปเปิดด้วยเสมอก็คือหนัง American Beauty ของนักการละครอย่างแซม เมนเดส ซึ่งได้ออสการ์ในปี 1999
 
          นั่นหมายความว่าตัวหนังครบรอบ 15 ปีเหมือน Notting Hill ในตอนนี้ (เท่าๆ กับที่ Forrest Gump ครบ 20 ปีในปีนี้เช่นกัน)
 
          American Beauty วิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรม American Dream อย่างแสบสันต์และแนบเนียน ซึ่งผมว่ามันเข้าร่วมสมัยกับสังคมปี 2014 
แคโรลีน (แอนเนต เบนนิง) กับ เลสเตอร์ เบิร์นแฮม (เควิน สเปชีย์) เป็นสามีภรรยาที่มีลูกสาวชื่อ เจนนี ทั้งสามคนถือเป็นครอบครัวที่ได้มาตรฐานตามค่านิยมของสังคมอเมริกันยุคใหม่ นั่นคือมีฐานะ การศึกษา รถและบ้าน รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ราคาแพง
 
          แต่ถึงจะมีทุกอย่างแล้ว แต่สามีภรรยาคู่นี้ก็ดูจะยังเหนื่อยไม่จบอยู่ดี เนื่องเพราะสิ่งที่เขาและเธอต้องสร้างอยู่เรื่อยๆ ก็คือ ภาพลักษณ์ (image) ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่า ทำไม แคโรลีน ถึงชอบตัดดอกกุหลาบใส่แจกันทุกเช้า (เพราะการเอากุหลาบใส่แจกัน เป็นการเข้าใจกันไปเองว่ามันคือความสวยงามตามค่านิยมของสังคมอย่างหนึ่ง)
 
          ภาพที่เราเห็นจากนอกบ้านนั้น ครอบครัวของเบิร์นแฮมดูดีแน่นอน แต่เมื่อกล้องได้อนุญาตให้สายตาเราค่อยๆ เข้าไปสำรวจตรวจตราสิ่งที่เป็นไปในบ้านหลังนี้ เราก็จะพบว่าบ้านที่ดูดีนั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว "ดูแย่" และถึงขั้น "ดูไม่ได้" ด้วยซ้ำ
 
          ที่ว่าดูไม่ได้เพราะทั้งสามีภรรยานั้น "ต่างคนต่างนอน" กันมานานแล้ว เลสเตอร์ บอกว่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของเขาอยู่ที่การทำมาสเตอร์เบทตัวเองในตอนอาบน้ำ ส่วน แคโรลีน ดูร้ายกว่า เธอไปคบชู้กับนักธุรกิจขายบ้านคนหนึ่ง
 
          บ้านของครอบครัวนี้ ถึงแม้ดูสวยงามจากสนามหญ้าหน้าบ้านและรั้วไม้ที่รายล้อม แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว สิ่งที่อยู่ในบ้านก็คือความโสมมเน่าเหม็นที่ปกปิดต่อกัน
 
          เมื่อพ่อกับแม่เป็นแบบนี้ เราจะฝันอะไรได้ถึงชีวิตที่ดีของลูกสาวอย่างเจน หนังเปิดฉากให้เห็นว่า เจน ก็ไม่ได้ดีไปกว่าแม่ เธอหมกมุ่นอยู่กับการเปิดเว็บไซต์ที่จะแต่งตัวอย่างไรให้ดูดี มีหุ่นแบบไหนที่เตะตาชาย
 
          สาระของแม่คือ "ภาพลักษณ์" แต่แก่นความสนใจของลูกสาวคือ "เปลือก" แล้วเราก็ค่อยๆ เห็นพฤติกรรมของแคโรลีน ในทางที่เลวร้ายมากขึ้น เธอเอาตัวเองไปนัวเนียกับนักธุรกิจจนนอกใจสามีและมีความสัมพันธ์ทางเพศ ข้างสามีอย่าง เลสเตอร์ เมื่อมีโอกาสได้ไปเห็นเพื่อนของลูกสาวที่ชื่อ แองเจล่า ซึ่งสวยและเซ็กซี่ ก็เกิดความรู้สึกอยากจะนอนกับเพื่อนลูก
 
          เขาลุ่มหลงถึงขนาดที่ว่า เมื่อ แองเจล่า แกล้งพูดว่าถ้าคุณล่ำกว่านี้สักหน่อย เธอจะแสดงความสนใจ แค่นั้นก็พอที่จะทำให้ เลสเตอร์ ออกวิ่งทุกเช้า ลดไขมัน เรียกกล้ามเนื้อ
 
          ผมดูเรื่องนี้แล้วก็พอจะเข้าใจว่า ทำไมเพื่อนๆ บางคนถึงมีความพยายามจะไปนั่งคาเฟ่ หรือไปตามผับหลายๆ วันเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง จนผมต้องออกปากชมมีความพยายามดี แต่คงช่วยพัฒนาชาติไม่ได้
 
          หลังจากออกมาจากที่ทำงาน เลสเตอร์ ไปสมัครงานเป็นพนักงานในฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า มิสเตอร์สไมลีย์ และดวงดีที่มีโอกาสได้เห็นเมียรักกำลังเล่นชู้กับชายคนอื่นบนรถ ระหว่างที่มาสั่งอาหารแล้วนั่งรอในรถ
 
          การมีชู้หรือนอกใจของสามีภรรยา (แคโรลีน, เลสเตอร์) คู่นี้นั้น มีนัยที่เชื่อมโยงและสะท้อนไปถึงการล่มสลายของมนุษย์ จากการทำลายของ "ค่านิยม" ที่สังคมยุคใหม่ช่วยกันสร้างและหลงเชื่อกันเอง
 
          มันเหมือนเราเชื่อว่า คนที่มีหุ่นสูงนั้นเป็นคนหุ่นดี แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่
 
          "หุ่นสูง" เป็นเพียงแค่สัญญะอย่างหนึ่งที่คนในสังคมกำหนด เพราะหุ่นที่ดีจริงๆ คือหุ่นที่สมสัดส่วน ฉะนั้นคนที่ตัวเตี้ยก็สามารถเรียกว่าหุ่นดีได้ ถ้าสัดส่วนนั้นสอดคล้อง แต่ถ้าคุณสูง 190 เซนติเมตร และน้ำหนักแค่ 32 หรือ 35 ก็อาจจะน้องๆ เปรตหรือต้นตาล
 
          การมีชู้ของแคโรลีนนั้นเป็นผลพวงมาจากการพยายามที่จะเค้นและผลักดันตัวเองไปสู่ที่ปลายยอดของการเป็น american dream ที่ดูดีด้านภาพลักษณ์
 
          เราจะเห็นว่าตั้งแต่ฉากแรกของหนัง ตัวละครในครอบครัวเธอที่ปรากฏอยู่ในเฟรมภาพนั้น มักจะตกอยู่ "กรอบ" แบบใดแบบหนึ่งตลอดเวลา (อาทิ กรอบประตู, หน้าต่าง, ลวดลายของผ้าม่าน, ผนังกั้นในที่ทำงานซึ่งเป็นกรอบอย่างชัดเจน, ลายของเสื้อผ้าตัวละครที่เป็นเส้นกรอบ, ลายผ้าของโซฟาอิตาลี)
 
          และนอกเหนือจากที่เรากล่าวถึงแล้ว แม้แต่ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ยังเป็นข้อมูลที่เป็น "แนวดิ่ง"' ซึ่งก็เป็นเส้นกรอบอีก
 
          เพราะฉะนั้นถ้าใครสักคนจะลองสนุกด้วยการเอาแต่ดูสัญลักษณ์ที่ว่านี้ในหนัง ใครคนนั้นก็จะเห็นว่า ลายเส้นกรอบต่างๆ ที่ว่านี้มีอยู่ตลอดเวลาไปจนจบ
 
          ใครบางคนก็อาจเป็นเช่นนี้ ไม่อยู่ในกรอบของสังคม ก็มีกรอบที่ตัวเองสร้างไว้ในเพื่อจองจำตัวเอง
 
.......................................
(หมายเหตุ '15 ปีเปลือก American Dreamในแก่น American Beauty' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)