บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'ความรักเท่าที่รู้'

ขบคิดขีดเขียน:'ความรักเท่าที่รู้'

20 พ.ค. 2557

'ความรักเท่าที่รู้' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
          วันก่อนถึงกับหลุดอุทานคำนี้ออกมาเบาๆ เมื่อรู้สึกตัวว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคสมัยของการขับเคลื่อนความรักไปในทิศทางที่น่าสนใจมากจริงๆ คือเรากำลังอยู่ในช่วงที่คนเอาใจช่วยความรักยั่งยืนยงของเขมชาติและสุริยงกันอย่างถล่มทลาย แต่ในขณะเดียวกัน พวกเราก็เอ็นจอยการดูคลิป “บอกรักปั๋ว” กันอย่างเมามันเช่นกัน หลายคนถึงกับทำคลิปลอกเลียนแบบน้องคนนั้นที่สำเนียงกระเส่า นมใหญ่มหัศจรรย์เกินจริงไปมาก นั่งซ้อนตักผู้ชายพร้อมกับบอกรักและหันไปจูจุ๊บครั้งแล้วครั้งเล่า เรียกว่าไม่เหลืออะไรไว้ให้ต้องจินตนาการกันต่อไปอีก แต่พอตกดึก เราก็มานั่งม้วนอาย ขวยเขิน จิกหมอนรอฟินไปกับฉากฟีเจอริ่งของสุริยงและเขมชาติ ทั้งๆ ที่ในความจริงคือ ฉากเลิฟซีนไม่ได้มีอะไรเลย อืมมมมม แต่มันแซบไม่แพ้กันนะคะคุณขา สุดท้ายคุณเขมและคุณยงเขาก็จบไปเป็นที่เรียบร้อย แฮปปี้เอ็นดิ้งหลังจากที่ผู้ชายตามมาง้อแล้วง้ออีก ฟาดสายยางฉีดน้ำไล่ก็แล้ว สาดนม โปะไข่ใส่จนคุณเขมหน้าใสเอาๆ แต่สุดท้าย... เขาก็ได้กัน กรู๊ววววว!!! ส่วนอีกคู่ก็มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า คุณผู้ชายนั้นโดนจับไปเสียแล้ว อันเนื่องมาจากความนิยมที่คลิปนี้ได้รับแบบไม่ทันคิด ตำรวจกำลังตามหาตัวอยู่พอดี งานนี้จบไม่แฮปปี้เอ็นดิ้งเท่าไหร่ ต้องรอดูว่าหลังจากทุกอย่างจบ น้องนมตู้มคนนั้นจะยังบอกรักปั๋วแบบเดิมอยู่หรือไม่
 
          พูดถึงความรักนี่มันก็แปลกนะคะ คำว่า “รัก” นี่มันควรจะยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลาอย่างที่หลายๆ ท่านหลายๆ เพลงได้กล่าวไว้ แต่ไปๆ มาๆ พอมานั่งพิจารณามันดีๆ มันก็ลื่นไหลเปลี่ยนไปตามกาลสมัย คล้ายๆ จะเป็นเทรนด์แฟชั่นอยู่เล็กๆ สมัยก่อนการจับคลุมถุงชนนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ ส่วนใหญ่ก็แต่งงานอยู่กันมาจนลูกเต็มบ้าน หลาานเต็มเมือง หญิงยศเห็นคุณตาคุณยายที่แต่งงานกันโดยไม่เคยเห็นหน้า ก็ดูท่านรักใคร่เกื้อกูล เมตตาดีต่อกัน แต่พอเรื่อยมาหน่อยก็ชักจะเริ่มรับกันไม่ได้ เมื่อสังคมเปิดกว้าง คนก็ชักอยากจะหาคู่กันเอง สู้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่สุดท้ายคู่รุ่นพ่อแม่เราเขาก็อยู่กันมานาน เพราะมีความผูกพัน ความอดทนและการให้อภัยหนุนกันอยู่ นิยายรักหลายๆ เรื่องที่เป็นอมตะและได้รับการรีเมคซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนใหญ่ก็อยู่ในช่วงเวลานี้แหละค่ะ แต่ปางก่อน ปริศนา อย่าลืมรัก จำเลยรัก บ้านทรายทอง นิยายที่ทำให้เราเติบโตมาแบบเชื่อว่า รักแท้ยังมีอยู่จริง แม้จะมีอุปสรรคหนักหนาสาหัสก็เถอะ จนมาถึงยุคนี้ เอาเป็นว่ายุคเดียวกับหญิงยศนี่แหละ เป็นยุคที่เราเชื่อว่าเราหาคู่ที่เหมาะสมกับตัวเองกันได้ แม้สุดท้ายอัตราการหย่าร้างมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ซิงเกิลมัมกลายเป็นเรื่องปกติ และพวกเราก็เริ่มมีคำพูดติดปากกันว่า “เออ ช่างมันเถอะ อยู่กันไม่ได้ก็หย่าๆ กันไป จะได้จบๆ” จนพอแอบมองต่อไปถึงรุ่นต่อๆ ไป ถัดไปจากเรานี่เรียกว่าเป็นรุ่นฟลูออไรด์ คือ “ฟันไม่ผุ” รักกันง่าย หน่ายกันเร็ว ไม่ผูกพัน ไม่ต้องอารัมภบทยืดเยื้อ เรื่องแต่งงานแทบจะกลายเป็นสิ่งต้องห้ามที่พูดออกมาเมื่อไหร่ ความสัมพันธ์เป็นอันจบลงทันที หลายคนอดทนกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ส่วนไอ้เรื่องที่ควรจะอดทนกลับไม่ทน คนส่วนใหญ่ให้คุณค่ากับสิ่งที่ไม่มีค่า ทำให้คุณค่าของสิ่งที่ควรมีลดน้อยถอยลงไป วันก่อนหญิงยศนั่งคุยกับผู้จัดละครด้วยกัน ว่าด้วยเรื่องละคร “อย่าลืมฉัน” ว่า ถ้าหากได้รับการรีเมคอีกครั้งในอีกสิบ ยี่สิบปีข้างหน้า คนดูจะยังอินกับความรักยั่งยืนของเขมและยงอยู่หรือไม่ หรือเราจะต้องเพิ่มฉากสุริยงนมตู้ม เจาะลิ้น พูดไม่ชัด นั่งตักคุณเขมแล้วบีบเสียง “ก็... ม่ายมีอาราย... แค่อยากบอก... ว่า... เก๊ารักปั๋ว... รักคนเดียวด้วยยยยยยย” โอ๊ยต่ะ ไม่ไหว ไม่ไหว หรือละครจากนิยายอมตะเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าที่คนเข้าไม่ถึง ความรักข้ามภพข้ามชาติ ความรักที่อดทนรอ ความรักที่ให้เกียรติกันและกัน ความรักที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง อ่ะ นั่นไง ไม่เปลี่ยนแปลงอีกแล้ว ใครหนอพูดว่าความรักจะไม่เปลี่ยนแปลง หรือจริงๆ ความรักมันไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่เป็นความอดทนของคนนี่แหละที่เปลี่ยนไป คือมันลดต่ำลงจนน่ากลัว ถ้าสุดท้าย ความรักมันไม่ได้ตั้งอยู่ได้ด้วยตัวของมันเปล่าๆ แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ความอดทน การให้อภัย การให้เกียรติ การยอมรับซึ่งกันและกัน และองค์ประกอบเหล่านี้ก็ดูท่าว่าจะดิ่งลงเหวไปจากจิตสำนึกของคน ทิศทางต่อไปของความรักจะเป็นยังไง เราจะยกระดับมันกลับขึ้นมา หรือว่าเราจะปล่อยไหล หญิงยศเองตอบไม่ได้หรอกค่ะ คงทำได้แค่รอดู และทำเฉพาะในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด แต่ถ้าต่อไปมันไหลไปเรื่อยๆ ก็คงจะไม่แค่รอดูละ ...
 
          ว่าจะชวนสามีไปอัดคลิปบอกรักกันซะหน่อย ไหนๆก็ไหนแล้วนะ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ความรักเท่าที่รู้' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)