บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'คุณหมาหรรษา (2)'

เล่นหูเล่นตา:'คุณหมาหรรษา (2)'

12 พ.ค. 2557

'คุณหมาหรรษา (2)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
          เมื่อหมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซื่อสัตย์และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ ดังนั้นเราจึงต้องดูแลมันอย่างเข้าอกเข้าใจไม่ต่างอะไรกับคน เพราะในบางมุมมันก็เป็นมากกว่าคน!
 
          ครอบครัวฉันไม่ได้หาประโยชน์อื่นใดจากหมานอกจากความน่ารักและความซื่อสัตย์ แค่มีมันอยู่ด้วยก็มีความสุขแล้ว เราเลือกเลี้ยงหมาตัวโตๆ เพราะตอนเราเป็นเด็กมันตัวโตกว่าเรา ทำให้รู้สึกว่ามันน่าจะคุ้มครองเราได้(ตอนนั้นยังไม่รู้ถึงศักยภาพของหนังหน้าเรา) เวลาเจอกับหมาตัวอื่นก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะรังแกหมาเรา(เพราะเราน่ะหมาหมู่!)...เวลานี้เหลือหมาให้เลี้ยงอยู่แค่ 2 ตัวแม่ลูก “เกี้ยมอี๋” กับ “นังหมี” เกี้ยมอี๋ตัวแม่มีสายพันธุ์ “โดเบอร์แมน” อยู่ถึง90%มันจึงสูงเพรียวเรียวโกะในแบบพันธุ์แท้(ตอนนี้เสียทรงไปนานแล้ว!) ขนสั้นสีน้ำตาลแดงเป็นมัน แต่หูตกและหางยาว เพราะเราไม่ได้ขลิบหูตัดหางมันให้เป็นโดเบอร์แมนเต็มรูปแบบอย่างในหนัง(อีตัวผอมๆ ขายาวๆ หูตั้งๆ ใส่ปลอกคอหนังติดหมุดหนามที่ตัวผู้ร้ายปล่อยออกมาไล่ฟัดพระเอกในหนังฝรั่ง) บางครั้งความสมบรูณ์แบบในแบบที่มนุษย์ต้องการก็น่ากลัวเกินไป ฉันชอบความเป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะ “ธรรมชาติคือความงดงามโดยไม่ตั้งใจ” แม้หมาในแต่ละสายพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะภาคบังคับที่มนุษย์กำหนดไว้โดยการตัดแต่งทางกายภาพ แต่มนุษย์ไม่เคยถามความสมัครใจจากหมาสักคำ ถ้ามันพูดได้มันคงพูดว่า “ถามกรูก่อนมั้ยพวกเมิงอ่ะ!”
 
          พวกเราเอา “เกี้ยมอี๋” มาเลี้ยงตอนมันอายุ 2 เดือน ตัวเล็กน่ารัก ตาสีน้ำตาล “ดื้อตาใส” คู่นั้นทำให้พวกเราใจอ่อนทุกครั้งที่มันขอของกิน มันชอบปีนขึ้นไปนอนบนโซฟานุ่มๆ กินน้ำจากบ่อบัวหน้าบ้าน(ทุกวันนี้มันก็ยังกินน้ำจากบ่อบัว) มันโตเร็วมาก กินเก่ง ขอกินทั้งวัน ไม่เคยอยู่นิ่ง วิ่งไปรอบๆ บ้านคุ้ยดินทั้งวันทั้งคืน ต้องเข้าใจว่ามันเป็นสายพันธุ์หมาล่าสัตว์ ทรงจมูกยาวๆ ของมันเหมาะแก่การดมและค้นหาตามซอกตามรู คุ้ยดินจนต้นไม้ตายเป็นแถบๆ เวลามันนั่งนิ่งๆ มันจะดูบ้องแบ๊วน่ารักโดยไม่ต้องแอ๊บ เหมือนไม่มีพิษมีภัยกับสิ่งมีชีวิตใดๆ จนกว่ามันจะถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นหรือเสียงบางอย่าง มันจะกลายเป็นเพชรฆาตตามล่าหาจนกว่าจะเจอ ส่งเสียงงี้ดๆ อย่างหงุดหงิดงุ่นง่านและลงท้ายด้วยการคาบต้นตอของกลิ่นหรือเสียงนั้นกลับมาวางหน้าบ้านในสภาพไม่หายใจ! ซึ่งมีทั้ง นก งู หนู ลูกตัวเงินตัวทอง และแมว...นางโหดเหมือนแองเจลีน่า โจลี่ในหนังเรื่อง “ซอลต์” (Salt) โหด เงียบ เฉียบและเดนตาย!...
 
          ถ้าไม่นับการล่าสังหารโหดของนาง นางเป็นหมาที่น่ารักและเป็นเวร่ำเวลาไม่เร้าหรือ นางรักสันโดษและไว้ตัว ในชีวิตนางพลาดอยู่แค่หนเดียวในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของปีหนึ่ง ครั้งนั้นมีหมาหนุ่มรูปหล่อพันธุ์ “โกลเดนรีทรีฟเวอร์” ตัวหนึ่งมาเทียวไล้เทียวขื่อ นั่งเฝ้าหน้าบ้านอยู่หลายวัน จนฉันตะโกนใส่หน้าปรามาสมันไปว่า “ไม่ได้แดรกลูกสาวกรูหรอกเมิง!” วันต่อมาคุณอี๋เปิดประตูออกไปหาผู้ชายเองเลยค่า!...เลยได้ “นังหมี” มาสร้างความวุ่นวายให้อีกตัว...ฉันว่ามันไม่ใช่การกระทำโดยพลาดแล้วล่ะ...นางตั้งใจ!...ขณะนี้วัยนางปาเข้าไป16ปี(เทียบเท่ารุ่นคุณยาย) สะโพกเสื่อม ฟันหลอ หลานฉันจับนางยิงฟันๆ หน้าหลอ 2 ซี่จะฮามากกว่าโหด! แม้ตาจะเสื่อมลงตามสภาพ สมองจะหลงๆ ลืมๆ โดยเฉพาะเรื่องกิน (กินแล้วกินอีกทั้งวันอัลไซเมอร์อ่อนๆ!) แต่การดมกลิ่นของนางยังเป็นเลิศ ดังนั้น...นางยังคงปฏิบัติภารกิจล่าสังหารทุกครั้งที่มีโอกาส 
 
          หลายปีที่ผ่านมา...เป็นช่วง  “ขาลง” หรือ “กรรมตามทัน” ของเกี้ยมอี๋ อาจเป็นเพราะฟ้ามีตา นางฆ่ามาเยอะ ถึงเวลาที่นางต้องชดใช้! ทั้ง“เกี้ยมอี๋” และ “พี่นก” (พี่สาวฉัน) ต้องกอดคอร่วมชะตากรรมกันเป็นยกๆ เหมือนนักมวยกับพี่เลี้ยงที่ต้องประคับประคองให้ชกครบ 12 ยกโดยไม่โดนน็อกซะก่อน!...ยกที่1มะเร็งเต้านม...พี่นกพาไปผ่าที่คลินิกพิเศษคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ รูดราวนมไปหนึ่งฝั่ง...ยกที่2 มะเร็งเต้านม...ลามมาอีกฝั่ง! ตัดออกไปเหลือหัวนมห้อยอยู่จุกเดียว อยากถามหมอว่า...“เหลือไว้...เหลือไว้...ทำไม?” หมอคงตอบว่า “อยากให้เขารู้” ว่านี่ตัวเมีย...ยกที่3 หูฉีก เพราะโดน “นังหมี” กัด นังลูกอกตัญญู กัดอะไรไม่เคยขาดแม้แต่ขนมปัง กลัวมันไปซะทุกอย่าง โดยเฉพาะปะทัด! ถ้าได้ยินเสียงปะทัดมันจะตาแดง น้ำลายยืด ลนลาน ตะกุยจนประตูพัง ตีนเปิดเลือดออก แต่ไม่กลัว “แม่”! เอากับมันสิคะ หมาเวร! ต้องพานางไปเย็บและไปล้างแผลทุกวัน โถ...คุณยายอี๋! ตอนนางโดนกัดหูฉีก พี่นกเล่าว่า เกี้ยมอี๋ส่งเสียงด่าลูกโบร๋วเบร๋วอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่การสื่อสารแบบปกติของนาง นางบ่นเป็นคนแก่!...ยกที่4 กระดูกสะโพกทับเส้นประสาท ทำให้นางเดินไม่ได้อยู่เกือบเดือน คราวนี่แหละนางเรียกร้องทุกสิ่งจากพี่นก นางจะเลือกกินแต่ของที่ชอบเท่านั้น นางเดินเข้ามานอนในห้องแอร์แล้วทิ้งตัวลงสวยๆ ต้องปูผ้านุ่มๆ และห่มผ้าให้นางด้วย คราวนี้แหละพวกเรานั่งดูทีวีไป ฟังเสียงนางกรนและดมกลิ่นตดนาง ทรมานจริงๆ พวกกรู!...ยกที่5 ติ่งเนื้องอกที่จิมมี่ชูของนาง พี่นกก็ต้องพาไปผ่าตัดออก...ยกที่6 มดลูกอักเสบ นางนอนป่วยท้องแข็งไม่กินอาหารและอ้วก พี่นกพาไปเอกซเรย์เจอมดลูกอักเสบบวมจะแตก ต้องเข้าผ่าตัดทันที กลับมาก็ท้องเสีย อึกะเรี่ยกะราดจนต้องใส่ผ้าอ้อมหมา พี่นกกับคุณแป้(น้องสะใภ้)ต้องช่วยกันล้างตัว เช็ดตัวให้แห้งแล้วเปลี่ยนผ้าอ้อมกันเลอะ พี่นกเหนื่อยเลยดึงขานางแรงๆตอนพลิกตัวใส่ผ้าอ้อม นางส่งเสียงบ่นโบร๋วยาว นั่นทำให้พวกเรารู้ว่า... นางไม่พึงพอใจในบริการ นางคงกำลังบอกว่า “ฉันไล่แกออก...ได้ยินมั้ย!” ...จะอย่างไรก็ตามทุกคนในบ้านรู้สึกติดหนี้เกี้ยมอี๋ที่ดูแลบ้านให้ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา เมื่อนางแก่ลง พวกเราจึงตอบแทนนางด้วยการดูแลเป็นอย่างดีให้นางมีความสุข ถ้าวันหนึ่งวันใดนางจะหลับไปแล้วไม่ตื่น พวกเราก็ได้ทำดีที่สุดแล้วในช่วงที่นางอยู่กับพวกเรา...
 
          ถ้าหมามันเลือกได้มันคงไม่อยากเกิดเป็นหมาให้เป็นภาระของใคร ถูกครอบครองโดยใคร ถูกทำร้ายและทรมานโดยไม่สามารถต่อสู้และปกป้องตัวเองหรือเรียกร้องหาความยุติธรรมจากใครได้...เมื่อมันคือสิ่งมีชีวิต มีจิตใจ มันจึงควรมี “สิทธิ์และอิสรภาพ” ในการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้...และมีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะให้หรือริดรอนสิทธิ์นั้นจากมัน แต่ตราบเท่าที่ “คุณธรรม” คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์สูงส่งกว่าสัตว์...สิ่งที่อยู่เหนือกว่าก็ควรจะปกป้องดูแล...มิใช่รังแกหรือเอาเปรียบ!
 
.......................................
(หมายเหตุ  'คุณหมาหรรษา (2)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)