
"เอมิเนม"เปิดใจกับอัลบั้มใหม่ "Relapse"
หนุ่มแร็พขายดี เอมิเนม กลับคืนสังเวียนเพลงกับอัลบั้มแฝดสองชุดล่าสุด "Relapse" และ "Relapse 2" หลังออกอัลบั้มล่าสุด "Encore" เมื่อปี 2004 อัลบั้มชุดใหม่นี้นอกจากแฟนๆ จะได้สัมผัสอารมณ์ขันปนทะเล้นจากมิวสิกวิดีโอเพลงแสบๆ คันๆ ของหนุ่มหน้าเป็นแล้ว เนื้อหาในอัลบั้มยังแสดงให้เห็นถึงความเติบโตด้านความคิดและจิตใจของนักร้องนักแต่งเพลงหนุ่ม ที่สร้างสมมาตั้งแต่วัยละอ่อนทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
ตั้งแต่อัลบั้ม "Encore" และทัวร์รอบโลกในปี 2005 ข่าวลือหลายกระแสสาดกันมาว่า เอมิเนม จะแขวนไมค์เลิกแร็พเป็นการถาวรและจะผันตัวไปเป็นผู้บริหารค่ายเพลงและโปรดิวเซอร์ ยิ่งลือกันเข้มข้นขึ้นไปอีกเมื่อ เอมิเนม เข็นอัลบั้มรวมฮิตชื่อสลด "The Funeral" ออกมาเหมือนจะสั่งลา ปลายปี 2005 นี้เองที่ เอมิเนม หายหน้าไปจากวงการอย่างเงียบเชียบเพื่อบำบัดอาการติดยานอนหลับ
แฟนเดนตายของ เอมิเนม เริ่มมีความหวังว่าแร็พเปอร์ขวัญใจจะกลับคืนวงการอีกครั้งในปี 2007 ที่ เอมิเนม ให้สัมภาษณ์ทางรายการวิทยุว่ากำลังรวบรวมสติสตังและกำลังสมองผลิตอัลบั้มชุดใหม่ พี่แกก็ใช้เวลาปาเข้าไปสองปีทีเดียวกว่าจะเข็น "Relaspe" ทั้งสองภาคออกมาได้ในปีนี้ หลายคนคงได้ฟังอัลบั้มใหม่ของหนุ่มเจ้าปัญหาคนนี้ไปแล้ว ลองไปฟังบทสัมภาษณ์พิเศษของ เอมิเนม ถึงที่มาที่ไปของอัลบั้มนี้ที่รอกันมานานเลยดีกว่า
ช่วงที่หายไปทำอะไรอยู่
ตั้งแต่ "Curtain Call" ผมก็วนเวียนในสตูดิโอตลอดนะครับ ที่ห่างไปก็เพราะอยากพักบ้าง อยากอยู่เงียบๆ อยากทำงานเบื้องหลังบ้างก็เท่านั้นเอง ช่วงนั้นผมก็ทำงานหนักนะ จนอยู่ดีๆ ก็รู้สึกตัวว่าติดยานอนหลับ มันทำให้กระบวนการทำงานของผมรวนและเปลี่ยนไปหมด เพลงที่แต่งออกมาตอนนั้นก็มืดมน ไม่ใช่ผมเอาซะเลย ผมเลยต้องใช้เวลายอมรับความจริงว่าติดยาและต้องบำบัดให้หาย ตอนที่เริ่มกลับเข้าสู่ทางสว่างนี้ล่ะครับที่ผมได้คอนเซ็ปต์ของ "Relapse"
ยากง่ายแค่ไหนกับการทำอัลบั้มนี้ให้เสร็จ
เหมือนตื้อไปสามสี่ปี ไม่ใช่ว่าเขียนไม่ได้เลยนะครับ ก็เขียนได้แต่มันออกมาแย่มาก ไม่มีมาตรฐานเลย ผมกับ ดร.เดร เข้าสตูดิโอกันสองสามครั้ง ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันออกมาเลย เขาทำดนตรีดีๆ ออกมาเยอะแยะ แต่ผมนี่เองแหละครับที่ยังงงๆ กับตัวเองว่าจะเอายังไงกันแน่กับอาชีพนักร้องของตัวเอง พอเริ่มดีขึ้นเราไปอัดเสียงกันที่ออร์แลนโด ผมกระวนกระวายมากเพราะกลัวจะเสียเที่ยวและกลับบ้านมือเปล่าอีก สองสามอาทิตย์ถัดมาผมก็เริ่มเขียนเพลงดีๆ ออกมาได้ เลิกตื้อ แล้วเราก็ได้อัลบั้มออกมานี่แหละครับ
กดดันไหมหลังจากหายไปนานแบบนี้
พอเริ่มสร่างยาและไม่ติดมันอีกต่อไป ผมก็ไม่กดดันแล้วครับ ไม่นึกถึงมันด้วยซ้ำ หลายปีที่หายไป ผมเฝ้าแต่ถามตัวเองว่า ถ้ากลับมาใหม่ต้องเปลี่ยนตัวเองไปเลยไหม จะออกมายังไงดี จะพูดเรื่องอะไรดี แต่พอผ่านอะไรมาเรื่อยๆ มันก็เริ่มมีช่องทางของมันเองครับ ผมได้เริ่มต้นทำงานอย่างจริงจัง ผมก็สนุกกับมันทันที แร็พเป็นอะไรที่สนุกสำหรับผมอีกครั้ง เหมือนได้กลับไปทำงานใต้ดินอีก ได้ทำงานกับ ดร.เดร เหมือนเมื่อหลายๆ ปีก่อน ชื่ออัลบั้ม "Relapse" (กลับมาใหม่) ถึงเหมาะสมที่สุดแล้วครับ มันก็อย่างนี้แหละครับ ผมทำเพลงอย่างที่คิดว่าดีแล้ว ถ้าคนฟังจะชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ อัลบั้มนี้เจ๋งอย่างหนึ่งด้วยคือผมไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันมากเกินไป
ทั้งสองอัลบั้มนี้ต่างจากอัลบั้มก่อนๆ อย่างไร
ต่างจาก "Encore" และ "The Eminem Show" มากครับ ตอนนั้นผมอาจจะถูกกดดันมากไปจนไม่เป็นตัวของตัวเอง เริ่มไม่ทำอย่างที่ตัวเองอยากทำ อัลบั้มนี้ผมกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้งเหมือนตอนที่เข้าวงการใหม่ๆ เลย ดร.เดร มาโปรดิวซ์ให้ทั้งอัลบั้ม และเขาก็สร้างบีทดีๆ ในทุกเพลงเลย
ไม่พูดเรื่องบ้านที่ดีทรอยท์แล้วเหรอ
คนบ้านผมเขาภูมิใจในดีทรอยท์มากนะครับ คนข้างนอกซะอีกที่พยายามทำลายเมืองเรา เพราะฉะนั้นอย่ามาวิจารณ์อะไรบ้านผมเลย พวกคุณจะไปรู้อะไร ไม่ได้อยู่เมืองนี้ซะหน่อย ไม่รู้ทำไมถึงมีชื่อเสียงแย่ๆ ออกไปตลอด ผมโมโหมากเวลาที่พูดกันแต่เรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์ในบ้านผมว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ก็จริงครับที่มันมีเรื่องผิดพลาด แต่นี่ไม่ใช่หนังนะครับ มีคนจริงๆ อยู่และทำงานที่นั่น คนพวกนี้ทำงานหนัก สร้างรถยนต์ด้วยมือเปล่ามาเป็นปีๆ และตอนนี้ต้องตกงาน ไม่ใช่คนนี้พวกนี้เลวทรามเพราะอุตสาหกรรมล้มอย่างที่พูดกัน
หลังจากนี้แล้ววางแผนทัวร์คอนเสิร์ตกันอย่างไรบ้าง
ยังไม่ได้คิดกันเลยครับ เพราะอัลบั้มเพิ่งออกและเราเพิ่งเริ่มทุกๆ อย่างกับอัลบั้มนี้ ก็คงต้องรอดูไปก่อนว่าเสียงตอบรับออกมายังไง และแฟนเพลงต้องการอะไร
เรื่อง: มันตา คลังบุญครอง ข้อมูลสัมภาษณ์จาก ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค (ประเทศไทย)



