บันเทิง

หลักเกณฑ์พิจารณาพาใครคว้ารางวัล'คมชัดลึก อวอร์ดครั้งที่ 11'

หลักเกณฑ์พิจารณาพาใครคว้ารางวัล'คมชัดลึก อวอร์ดครั้งที่ 11'

06 พ.ค. 2557

หลักเกณฑ์พิจารณาพาใครคว้ารางวัล 'คมชัดลึก อวอร์ดครั้งที่ 11' : สกู๊ปบันเทิง

  

          ใกล้เข้ามาทุกทีกับการประกาศรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 11 ที่จะมีขึ้นในวันพุธที่ 7 พฤษภาคมนี้  วันนี้ คมชัดลึก เลยขอนำหนักเกณฑ์ในการพิจารณาผลงานในประเภทต่างๆ  มาเรียกนำย่อย ก่อนจะประกาศผลรางวัล  ว่าแล้วไปติดตามกันเลย...
 
          ขอเริ่มจากหลักเกณฑ์การพิจารณาผลงานประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง มีดังนี้ 1.บทเพลงที่เข้ารอบจะต้องเป็นงานที่มีการเผยแพร่ทางสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์ และมีการนำออกจำหน่ายในระบบการตลาดหรือจัดจำหน่ายด้วยตนเอง 2.เนื้อหาของเพลงที่เข้ารอบต้องไม่ขัดกับศีลธรรมอันดี เพลงที่มีเนื้อหาส่อเสียดทางลามกอนาจารจะไม่ได้รับการพิจารณา 3.เพลงที่ได้รับการพิจารณาต้องเป็นเพลงต้นแบบเดียวที่ไม่เคยถูกบันทึกเสียงในต้นแบบอื่นมาก่อน 4.ต้องเป็นเพลงที่แต่งทำนองขึ้นใหม่ ไม่นำทำนองเพลงพื้นบ้านหรือไทยเดิมมาใช้ ยกเว้น การอ้างอิงหรือดัดแปลงเป็นบางส่วนได้ที่ไม่ใช่การลอกมาทั้งเพลง 5.ไม่จำกัดแนวการเรียบเรียงดนตรี เพราะวงการลูกทุ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสความนิยมของผู้ฟัง 6.เปิดกว้างสำหรับเพลงที่ใช้ภาษาถิ่นในแต่ละภาค แต่เน้นถึงการออกเสียงที่ถูกต้องในท้องถิ่นนั้นๆ ไม่ผิดเพี้ยน
 
          หลักเกณฑ์การพิจารณาผลงานประเภทเพลงไทยสากล คณะกรรมการได้มีการแบ่งรางวัลออกเป็น 7 สาขา โดยมีหลักเกณฑ์การมอบรางวัลดังนี้ 1.รางวัลสาขาเพลงบรรเลงยอดเยี่ยม พิจารณาจากงานบรรเลงที่แสดงออกถึงทักษะ และแนวคิดอันล้ำลึกผ่านเครื่องดนตรี 2.รางวัลสาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม พิจารณาจากผู้มีผลงานใหม่เป็นครั้งแรกหรือเป็นศิลปินเก่าที่เปลี่ยนแปลงแนวทางในการทำงาน 3.รางวัลสาขาศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม และศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม มอบให้แก่นักร้องที่มีผลงานการร้องเพลงโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ 4. รางวัลสาขาศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม มอบให้แก่วงดนตรี โดยพิจารณาความเป็นวงดนตรี ทีมเวิร์ค และความคิดสร้างสรรค์ 5.รางวัลสาขาเพลงยอดเยี่ยม มอบให้แก่ผู้แต่งคำร้อง และทำนองโดยพิจารณาจากความลงตัวของคำร้องและทำนอง รวมถือเนื้อหาที่สื่อถึงความสร้างสรรค์ 6.รางวัลสาขาอัลบั้มยอดเยี่ยม มอบให้แก่ศิลปินและโปรดิวเซอร์ โดยพิจารณาจากความสมบูรณ์และเป็นเอกภาพของอัลบั้ม
 
          หลักเกณฑ์การพิจารณาผลงานประเภทภาพยนตร์ไทย มีดังนี้ 1.พิจารณาภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม โดยมีระยะเวลาการฉายไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ 2.เกณฑ์การตัดสินว่าเรื่องใดจะเข้าข่ายภาพยนตร์ไทยหรือไม่นั้น พิจารณาจาก 2.1 มีการลงทุนหรือร่วมทุนสร้างโดยคนไทย 2.2 ผู้กำกับภาพยนตร์เป็นคนไทย 2.3มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเทศไทย, คนไทย และ/หรือใช้ภาษาท้องถิ่น หากภาพยนตร์เรื่องใดเข้าข่าย 2 ใน 3 ข้อดังกล่าว ถือว่าเป็นภาพยนตร์ไทย 
 
          3.ในสาขาบทภาพยนตร์, นักแสดงสมทบชาย-หญิง, นักแสดงนำชาย-หญิง และผู้กำกับ จะแยกพิจารณาจากความโดดเด่น/ยอดเยี่ยม โดยคำนึงถึงบทบาท-หน้าที่แต่ละส่วน ในขณะที่สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจะพิจารณาจากองค์กรรวมทั้งหมด ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องใดที่เข้าชิงสาขานี้ จึงไม่จำเป็นต้องมีชื่อเข้าชิงสาขาใด สาขาหนึ่งมาก่อน 4.พิจารณาผลงานของนักแสดงในภาพยนตร์ไทย โดยไม่มีการจำกัดเชื้อชาติหรือสัญชาติของนักแสดง 5.การพิจารณาภาพยนตร์ไทยของคณะกรรมการ จะมุ่งเน้นที่คุณค่าทางศิลปะทั้งในแง่เนื้อหาสาระ -ความยอดเยี่ยมทางการแสดง -การสื่อสารเล่าเรื่อง -การกำกับฯ เป็นสำคัญ
 
          มาที่หลักเกณฑ์การพิจารณาผลงานประเภทละครโทรทัศน์ สำหรับเกณฑ์การพิจารณาละครโทรทัศน์ จะพิจารณาละครทุกช่อง ทุกช่วงเวลา ที่ออกอากาศตั้งแต่เดือนธันวาคม 2555 -  ธันวาคม 2556 โดยคณะกรรมการจะไม่พิจารณาละครซิทคอม ละครจักรๆ วงศ์ๆ และละครเด็ก ทั้งนี้ได้แบ่งการพิจารณาออกเป็น 7 ประเภทรางวัล ดังนี้ 1.รางวัลสาขาละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม พิจารณาโดยดูจากภาพรวมของเนื้อหาโดยเฉพาะการสร้างสรรค์สังคม การสร้างความบันเทิงคุณภาพการผลิตโดยดูจากองค์ประกอบต่อไปนี้ ได้แก่ นักแสดง บทละคร วิธีการนำเสนอ ภาพมุมกล้อง อุปกรณ์ประกอบฉากหรือ คอสตูมต่างๆ และองค์ประกอบศิลป์
 
          2.รางวัลสาขาผู้กำกับละครยอดเยี่ยม พิจารณาจากรายละเอียดดังนี้ ความพิถีพิถันในการทำงาน สื่อความคิด เนื้อหา อารมณ์ของนักแสดง และความต่อเนื่อง รวมถึงการตีความบทประพันธ์ และการวางตัวนักแสดงจากผู้กำกับฯ 3.รางวัลสาขาบทละครยอดเยี่ยม พิจารณาจากความกลมกลืนของเนื้อหา ที่สอดคล้องกับภาพรวม เทคนิคการเล่าเรื่อง การใช้ภาษาเนื้อหาที่มีคุณค่าและส่งเสริมจิตใจ 4.รางวัลสาขานักแสดงยอดเยี่ยม ทั้งนักแสดงนำ และนักแสดงสมทบชาย-หญิง พิจารณาจากความกลมกลืนในการแสดง บทบาทของตัวละคร การตีความและการนำเสนอ การเข้าถึงบทบาทของนักแสดง และสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม พร้อมทั้งทำให้ “เชื่อ” ว่าเป็นไปตามคาแรคเตอร์นั้นจริง
 
          ปิดท้ายกันที่หลักเกณฑ์การพิจารณาผลงานประเภทป๊อบปูล่าโหวต เกณฑ์การคัดเลือกรางวัล POPULAR VOTE เป็นรางวัลแห่งมหาชนที่มอบให้แก่ ศิลปิน นักแสดง นักร้อง ภาพยนตร์ และละคร ที่ได้รับความนิยมสูงสุดผ่านการโหวต โดยผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องมีผลงานเกิดขึ้นในรอบปีนั้นๆ และได้รับผลโหวตสูงสุดตลอดปี มอบรางวัลทั้งสิ้น 6 สาขา จึงเรียกได้ว่าเป็นรางวัลที่มาจากผลโหวตของมหาชนโดยแท้จริง
 
          สาขารางวัล แบ่งออกเป็น 6 สาขา นักแสดงชายยอดนิยม  นักแสดงหญิงยอดนิยม นักร้องเพลงไทยสากลยอดนิยม นักร้องเพลงลูกทุ่งยอดนิยม ละครไทยยอดนิยม ภาพยนตร์ไทยยอดนิยมวิธีการโหวต รอบที่ 1 Free Vote เปิดรับผลโหวตตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤศจิกายนของทุกปี รูปแบบการโหวตเป็น Free Vote โดยที่ผู้โหวตสามารถโหวตใคร ผลงานชิ้นไหนก็ได้ที่ชื่นชอบมากที่สุด แต่ต้องเป็นผลงานที่เกิดขึ้นในรอบปีนั้นๆ รอบที่ 2 โหวตโค้งสุดท้าย นำผลโหวตจากทุกช่องทางมารวมผลคะแนนในแต่ละสาขา และคัดให้เหลือ 5 อันดับแรกที่มีคะแนนสะสมสูงสุดตลอด 10 เดือน จากนั้นโหวตโค้งสุดท้ายให้โหวตเฉพาะ 5 อันดับ ในแต่ละสาขาที่คัดเลือกมา โดยจะเริ่มต้นนับคะแนนใหม่ตั้งแต่เดือนธันวาคม - มีนาคม
 
          ช่องทางการโหวต แบ่งออกเป็น 4 ช่องทาง ช่องทางคูปอง ตัดคูปองผ่านทางหน้าหนึ่ง Section บันเทิงหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ช่องทาง SMS ส่ง SMS ระบุชื่อศิลปิน หรือ ผลงาน ตามสาขาที่ตนชื่นชอบ หรือ facebook : คมชัดลึก อวอร์ด (komchadluek award) ช่องทาง Web site ลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมโหวตผ่านทาง www.komchadluek.net (สัดส่วนคะแนน ดังนี้ 1. คูปอง POPPULAR VOTE นสพ.คมชัดลึก หน้า 1 บันเทิง คิดเป็น 45% 2. SMS ป๊อบปูล่าโหวต คิดเป็น 45% 3. facebook และ websiteคิดเป็น 10%) เริ่มโหวตตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2556 จนถึง 31 มีนาคม 2557 
 
 
.......................................
(หมายเหตุ หลักเกณฑ์พิจารณาพาใครคว้ารางวัล 'คมชัดลึก อวอร์ดครั้งที่ 11' : สกู๊ปบันเทิง)