บันเทิง

'นักข่าว'...ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานการณ์!

'นักข่าว'...ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานการณ์!

05 พ.ค. 2557

'นักข่าว'...ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานการณ์! : เนชั่นทีวีอัพเดท โดยนันทพร ไวศยะสุวรรณ์ @Madame_nan

                 การก้าวเข้าสู่ดิจิทัลทีวีของเครือเนชั่น นอกจากเป้าหมายคือ "ทุกที่ ทุกเวลา ทุกแพลตฟอร์ม" ด้วยแนวคิดการนำเสนอคอนเทนท์แบบ Anywhere Anytime Anyone แล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องทำให้ได้มากกว่านั้น !


                 การสร้างคนข่าว และการนำเสนอข่าวให้ฉับไว เจาะลึก รอบด้าน เข้มข้นกว่าทุกสื่อ ในทันทีที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ไม่ว่า ณ มุมไหนของโลก ก็ถือเป็นภารกิจสำคัญของ "นักข่าวสายพันธุ์ N" ของที่นี่ด้วยเช่นกัน

                 การส่งผู้สื่อข่าวลงภาคสนาม ไม่ใช่เป็นใครก็ได้ เพราะคนข่าวที่นี่ ผ่านการฝึกและเรียนรู้จนเข้าใจเป้าหมายสูงสุดของการลงพื้นที่แต่ละครั้ง

                 ซึ่งไม่เฉพาะข่าวหลักที่ต้องนำมาเสนอให้ได้ครบถ้วนเท่านั้น บก.และนักข่าวภาคสนามจะต้อง "คิดนอกกรอบ" ให้ได้ในสิ่งที่คนอื่นคาดไม่ถึง แต่มีประโยชน์และเป็นสิ่งที่คุณผู้ชมน่าจะรับทราบในอีกแง่มุมหนึ่ง

                 มีตัวอย่างการทำงานของ "ผู้สื่อข่าวภาคสนาม" ซึ่งเป็นพิธีกรรายการในเนชั่นทีวี ที่อยากเล่าสู่กันฟังค่ะ

                 ที่ผ่านมา นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ หรือ "เอม" ได้เดินทางไปมาเลเซีย เพื่อติดตามตามหาเครื่องบิน เอ็มเอช 370 ซึ่งนอกจากรายงานข่าวตามสิ่งที่เกิดขึ้นปกติแล้ว เขายังจับประเด็นที่หลายคนอาจมองข้าม...

                 นั่นคือ ระบบระเบียบในการจัดการสื่อมวลชนในข่าว เอ็มเอช 370!

                 คุณนภพัฒน์จักษ์ เล่าว่า จุดที่น่าสนใจจุดหนึ่งคือ การแถลงข่าวของศูนย์สื่อมวลชนมาเลเซีย ที่มีระเบียบมาก ในห้องส่วนกลางจะมีกระดานที่บอกว่าการแถลงครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเวลาไหน บางครั้งถ้าเลื่อนหรือยกเลิกการแถลง เจ้าหน้าที่ก็จะส่ง SMS มาบอกผ่านหมายเลขที่สื่อมวลชนไปลงทะเบียนเอาไว้

                 นอกจากข้อมูลเวลาแถลงข่าวแล้ว บนกระดานนี้ยังมีรายละเอียดชื่อของเจ้าหน้าที่ที่มาแถลงพร้อมตำแหน่ง และแปะประกาศที่สำคัญๆ

                 เมื่อถึงเวลาแถลงข่าวความเป็นระเบียบนี้ก็ยังคงอยู่ คุณเอมบอกว่า แม้จะผ่านมาสามวันการแถลงของเขาไม่เคยช้ากว่าเวลากำหนดนานเกิน 15 นาทีเลย และส่วนมากจะเริ่มต้นตรงเวลาด้วยซ้ำ

                 นอกจากนี้การจัดที่นั่งก็มีระบบด้วย โดยเจ้าหน้าที่จะให้ช่างภาพนิ่งนั่งบริเวณด้านหน้า ผู้สื่อข่าวนั่งตรงกลาง และช่างภาพเคลื่อนไหวอยู่ข้างหลังสุด

                 ก่อนการแถลงข่าวจะมีโฆษกมาเตือนให้ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือและย้ำให้ทุกคนเงียบ เพื่อให้ทุกคนได้ยินเสียงการแถลงจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ

                 แม้ว่าจะมีสื่อกว่า 300 ชีวิต แต่ระหว่างการแถลงจะมีน้อยมากที่จะได้ยินเสียงคนคุยกันหรือมีเสียงดังจากโทรศัพท์เกิดขึ้น ทำให้นักข่าวทุกคนสามารถฟังเนื้อหาการแถลงได้โดยไม่มีเสียงรบกวน

                 เมื่อสิ้นสุดการให้ข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่แล้ว โฆษกก็จะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถามคำถาม โดยการถามคำถามนี้ก็จะแบ่งออกเป็นสองช่วง

                 ช่วงแรก ให้นักข่าวมาเลเซียถามคำถามก่อน และช่วงหลัง เปิดทางให้นักข่าวต่างประเทศถามคำถามบ้าง ซึ่งก่อนที่นักข่าวจะถามคำถามได้จะต้องแนะนำชื่อและสังกัดสำนักข่าวของตนเองก่อน ซึ่งทุกคนก็ยินยอมพร้อมทำแต่โดยดี

                 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังพยายามจัดสรรให้ทุกคนได้ถามคำถามอย่างเท่าเทียมกัน และไม่แย่งกันพูดอีกด้วย โดยตั้งกฎว่า หนึ่งคนถามได้แค่หนึ่งคำถามเท่านั้น และแบ่งโควตาตามโซนซ้าย กลาง ขวาง สลับกันไป เพื่อให้มั่นใจว่ากระจายคนที่ได้ถามคำถาม

                 มาตรการทั้งหมดนี้ช่วยทำให้การแถลงข่าวใหญ่ ข่าวตามล่าหาเครื่องบิน เอ็มเอช 370 ที่ข้อมูลแต่ละชิ้นละเอียดอ่อน แต่ก็ออกมาได้อย่างราบรื่น

                 นี่ล่ะค่ะ ตัวอย่างของการจับประเด็น ในมุมมองที่ต่างจากคนอื่น

                 เห็นอย่างนี้แล้ว คงไม่ใช่ละเอียดอ่อนแค่การแถลงข่าวเครื่องบินหายเท่านั้นนะคะ ทว่า สายตาของนักข่าวภาคสนามอย่าง "เอม" นภพัฒน์จักษ์ ก็ช่างละเอียดอ่อนและแหลมคมไม่แพ้กันค่ะ

                 ไม่เชื่อลองตามคมคิด-คมข่าวของเขาทางทวิตเตอร์ดูสิคะ ที่ @noppatjak

......................................

(หมายเหตุ : 'นักข่าว'...ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานการณ์! : เนชั่นทีวีอัพเดท โดยนันทพร ไวศยะสุวรรณ์ @Madame_nan)