บันเทิง

'อารยสถาปัตย์ในเทศกาลวิสาขบูชา'

'อารยสถาปัตย์ในเทศกาลวิสาขบูชา'

05 พ.ค. 2557

'อารยสถาปัตย์ในเทศกาลวิสาขบูชา' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล

 
          วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในทางพระพุทธศาสนา เหตุเพราะเป็นวันที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประสูติ  ตรัสรู้ และปรินิพพานในวันเดียวกันแต่ต่างปี คือ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคม ครับ
 
          งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชาในปีนี้ ทางกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดขึ้นในช่วงวันที่ 11-17 พฤษภาคม ทั้งส่วนกลางที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และส่วนภูมิภาคในจังหวัดต่างๆ ทั่วเมืองไทย
 
          นอกเหนือจากกิจกรรมไหว้พระ 9 วัด ทำบุญ เวียนเทียน และฟังเทศน์ฟังธรรม เพื่อน้อมนำหลักธรรมมาสู่ภาคปฏิบัติเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว ในปีนี้ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมยังมีโครงการ “ธรรมะเพื่อคนทั้งมวล” ด้วยการจัดกิจกรรมให้ผู้พิการ และผู้สูงอายุ เดินทางไปทำบุญไหว้พระตามวัดต่างๆ ที่มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางลาด และห้องน้ำสำหรับผู้ที่นั่งวีลแชร์ อย่างเช่น วัดไตรมิตร และวัดโพธิ์ ท่าเตียน เป็นต้น 
 
          ดร.ปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม บอกว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายในการปรับปรุงวัด ศาสนสถาน รวมถึงโบราณสถานต่างๆ ให้มีการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกตรงตามหลักอารยสถาปัตย์ เพื่อให้ผู้สูงอายุ และผู้พิการ รวมถึงสตรีมีครรภ์ และเด็ก สามารถเข้าถึงศาสนสถาน และโบราณสถานต่างๆ ได้โดยสะดวก และปลอดภัย  
 
          ล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรมได้มอบหมายให้กรมการศาสนา โดยนายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา ไปดำเนินการปรับปรุงศาสนสถานต่างๆ ภายในวัดเทพนารี ย่านบางพลัด เพื่อเป็นการนำร่องโครงการดังกล่าว
 
          “ที่ผ่านมา ผู้พิการ และผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่แข็งแรงส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงศาสนสถานต่างๆ ได้ เหตุเพราะสมัยก่อนไม่มีการออกแบบเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้ ทางกรมจึงเห็นว่าวัด และศาสนสถานต่างๆ ควรมีการปรับปรุงอารยสถาปัตย์ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องมีการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการ ไม่ว่าจะเป็นทางลาดขึ้นลงประตู หรือทางเข้าออกโบสถ์ วิหารต่างๆ ห้องน้ำสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ฯลฯ ซึ่งนอกเหนือจากจะทำให้ผู้พิการ และผู้สูงอายุสามารถมาวัดมาทำบุญไหว้พระได้โดยสะดวก และปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะวัดหลายแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองไทย” อธิบดีกรมการศาสนากล่าว
 
          วัดที่ทางกรมการศาสนาเลือกให้เป็นวัดตัวอย่างในโครงการนำร่องของการปรับปรุง และพัฒนาอารยสถาปัตย์ศาสนสถานในครั้งนี้ คือ วัดเทพนารี ย่านบางพลัด ฝั่งธนฯ ที่เพิ่งมีข่าวฮือฮาจากการค้นพบพระพุทธรูปทองคำองค์ใหม่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานี้ล่ะครับ
 
          ผมจึงได้ลงพื้นที่ไปสำรวจอารยสถาปัตย์วัดเทพนารีกับตัวแทนของกรมการศาสนาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีท่านเจ้าอาวาส คือ พระครูปลัดนายกวัฒน์ เป็นผู้นำสำรวจ และเล่าประวัติวัดให้ฟังด้วยว่าวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อายุเกือบ 230 ปี โดยมีอดีตเจ้าอาวาสที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งคือ หลวงปู่โพธิ์ เป็นพระเกจิร่วมสมัยกับสมเด็จโต วัดระฆัง ปัจจุบันทางวัดได้ทำรูปหล่อเท่าองค์จริงของท่านให้ญาติโยมได้กราบไหว้บูชาอยู่ที่ข้างพระอุโบสถ
 
          ส่วนพระวิหาร ภายในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ 3 องค์ โดยองค์ประธาน คือพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย เมื่อหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ซึ่งน้ำได้ท่วมทะลักเข้ามาถึงในพระวิหาร ทำให้ฐานองค์พระเกิดความชำรุดเสียหายบางส่วน และปูนที่พอกองค์พระมาแต่เดิมเกิดการผุกร่อน เมื่อมีการชำระล้างทำความสะอาดภายหลังน้ำแห้ง พบว่า องค์พระเป็นโลหะคล้ายทองคำ จึงนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ ผลปรากฏว่าเป็นพระทองคำที่มีส่วนผสมของทองคำสูงถึง 89.84% จนกลายเป็นข่าวเกรียวกราวในเวลาต่อมา 
 
          ตอนนี้ อยู่ระหว่างการสรุปความเห็นจากหลายฝ่ายว่าควรจะลอกปูนที่คลุมองค์พระเอาไว้ตั้งแต่โบราณออกไปหรือไม่ เพื่อจะได้เห็นทองคำอลังการทั้งองค์พระเหมือนดังเช่นหลวงพ่อทองคำที่วัดไตรมิตร แต่ระหว่างนี้ ทางวัดกำลังดำเนินการปรับปรุงเรื่องอารยสถาปัตย์ หรือการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อรองรับญาติโยมกลุ่มนี้ที่จะเดินทางมากราบไหว้พระหลวงพ่อทองคำ หรือหลวงพ่อทองยิ้ม ได้โดยสะดวก ปลอดภัย 
ที่เริ่มทำการปรับปรุงไปบ้างแล้ว ก็คือทางลาดที่บริเวณประตูทางเข้าไปสู่พระอุโบสถ และพระวิหารหลวงพ่อทองคำ ซึ่งมีการทำทางลาดแบบชั่วคราว โดยใช้แผ่นไม้มาวางปูเป็นทางลาดเพื่อให้ผู้ที่นั่งรถเข็นวีลแชร์สามารถเข็นรถเข็นเข้าออกได้ด้วยตัวเอง รวมไปถึงประตูพระวิหารก็ทำแบบนี้เช่นกัน 
 
          ที่ยังเป็นปัญหาใหญ่ คือ พระอุโบสถ ที่สร้างมาเมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว ซึ่งมีแต่บันได และค่อนข้างสูง จึงต้องให้สถาปนิกมาช่วยแนะนำว่าจะปรับปรุงแก้ไขได้อย่างไร เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์สามารถเข็นขึ้นไปในพระอุโบสถได้ เข้าไปไหว้พระ หรือประกอบศาสนกิจต่างๆ ในพระอุโบสถได้เหมือนคนปกติทั่วไป
 
          อีกจุดหนึ่งที่กำลังปรับปรุง คือ ห้องน้ำ หรือห้องสุขา ซึ่งแต่เดิมที่วัดเทพนารี ยังไม่เคยมีการทำห้องน้ำสำหรับโยมผู้สูงอายุ และผู้พิการ แต่จากนี้ไป จะเริ่มดำเนินการ คาดว่าคงใช้เวลาไม่นาน รวมถึงที่จอดรถสำหรับผู้พิการที่จะต้องอยู่ตรงทางเข้าออกที่สะดวกที่สุดในการเข้ามากราบไหว้พระพุทธรูปทองคำ    
 
          ถึงวันนั้น วัดเทพนารี ก็จะกลายเป็นวัดอารยสถาปัตย์ต้นแบบแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร ที่มีการปรับปรุง และพัฒนาอารยสถาปัตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และญาติโยมกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้พิการ ให้สามารถมาทำบุญไหว้พระที่วัดได้ เข้าถึงศาสนสถานได้ หรือมาเที่ยววัดได้ โดยสะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียมกันครับ
 
.......................................
(หมายเหตุ 'อารยสถาปัตย์ในเทศกาลวิสาขบูชา' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)