บันเทิง

ยังล่าฝันการเป็นนักร้อง'เต๋า'ไขว่คว้าโอกาสที่ได้รับ

ยังล่าฝันการเป็นนักร้อง'เต๋า'ไขว่คว้าโอกาสที่ได้รับ

29 เม.ย. 2557

ยังล่าฝันการเป็นนักร้อง 'เต๋า-เศรษฐพงศ์' ไขว่คว้าโอกาสที่ได้รับ : ดนตรี

  
          หลังออกจากบ้านนักล่าฝันซีซั่น 8 มา ดูเหมือน "เต๋า" เศรษฐพงศ์ เพียงพอ จะไปเอาดีทางด้านงานการแสดง เพราะมีทั้งผลงานละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์ ออกมาอย่างต่อเนื่อง จนถูกมองว่าคงจะไปเอาดีทางการแสดง และโยนทิ้งไมค์ความเป็นนักร้องไปแล้ว แต่แล้วเต๋าก็ปล่อยเพลงใหม่ "ก่อนวันสุดท้ายจะมาถึง” ออกมา โดยเพลงนี้นำมาจากประสบการณ์ชีวิตจริงที่ผ่านมาของเขาเอง ในเนื้อเรื่องที่ว่า "ก่อนที่จะต้องจากกัน เลยอยากที่จะกลับไปแก้ไขอดีต เพื่อยื้อและปรับความเข้าใจกันและกันให้มากขึ้น" ซึ่งมีโอกาสพูดคุยกับเต๋า เจ้าตัวบอกเล่าถึงงานเพลงงานใหม่ให้ฟัง
    
          "จริงๆ ไม่ได้หายจากงานเพลงไปนานมาก แต่พอผมออกจากบ้านมา ต้องไปถ่ายละครถ่ายหนัง เลยไม่ได้ไปโปรโมทตามคลื่นวิทยุต่างๆ ถามว่าเสียดายไหม เหมือนได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง คือดีอย่างหนึ่ง ที่ผมมีเพลงประกอบภาพยนตร์อยู่แล้ว พอหนังออกไป คนก็รู้จักเพลงภาพยนตร์ด้วย ปีที่แล้วมีเพลงออกมาแค่ 1 ซิงเกิ้ล และเพลงประกอบภาพยนตร์อีก 1 เพลง พอหนังจบละครจบ ผมก็มีเวลาทำงานกับเพลงตัวนี้มากขึ้น และอยากให้งานออกมาดี มีการเข้าไปคุยรายละเอียดทุกอย่าง เตรียมการประมาณ 4-5 เดือน จนได้ออกมาเป็นเพลง "ก่อนวันสุดท้ายจะมาถึง" ซึ่งเพลงนี้ผมจะมีเวลาไปโปรโมทด้วย เรียกว่าได้ใช้ชีวิต การทำงานแบบนักร้องจริงๆ" เต๋ากล่าว
    
          นักร้องหนุ่มหน้าใสเล่าต่อว่า ในตอนแรกยังคิดอยู่ว่า เพลงจะไปในแนวไหนดี ในใจคิดอยากจะให้เป็นแนวร็อก เพราะส่วนตัวชอบเพลงร็อก แต่พอมาเป็นเพลงนี้ได้ใส่ซาวนด์ดนตรีสดเข้ามาในเพลงมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เพลงจะเป็นเพลงป๊อบใสๆ จะเป็นดนตรีสังเคราะห์ พอมาเป็นเพลงนี้ ได้มีโอกาสทำในแบบที่แตกต่างจากเดิม
    
          "ผมคุยกับโปรดิวเซอร์ เล่าประสบการณ์ชีวิตของเราให้เขาฟังว่า มีมุมมองความรักยังไง โปรดิวเซอร์เลยบอกว่า อยากแต่งเพลงให้ตรงกับประสบการณ์ชีวิตของผม เรื่องราวของเพลงนี้เกิดกับผมเมื่อ 5-6 ปีแล้ว เหมือนเป็นเหตุการณ์ที่ว่า ทำไมตอนนั้นผมถึงเลิกกับแฟน ผมเลยบอกโปรดิวเซอร์ว่า ผมไม่รู้ว่าต้องเลิกกันในวันนั้น พอรู้เลยพยายามยื้อและทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขาไป แต่ไม่ว่าเราจะทำเท่าไหร่เขาก็ไม่กลับมา ส่วนเวลาถ่ายทอดอารมณ์ก็ง่าย เพราะเพลงนี้ใช้เวลาอัด 2-3 ชั่วโมง เสร็จแล้ว การทำงานง่ายขึ้น เพราะเราเข้าใจเพลงอยู่แล้ว" นักร้องหนุ่มบอกเล่า
    
          เต๋ายังบอกต่อว่า คนอาจติดภาพเขาในฐานะนักแสดงมากกว่าการเป็นนักร้อง แต่ยังไงความฝันของเขาก็อยู่ที่การเป็นนักร้องอยู่เหมือนเดิม
          "ผมเคยเจอแบบที่ว่า ร้องเพลงผมได้ เห็นผมในเอ็มวีของผมเอง แต่คิดว่าผมแค่มาแสดงในเอ็มวี ไม่คิดว่าผมเป็นคนร้องเพลงนี้จริงๆ หลายคนมองว่าผมจะทิ้งการร้องเพลงหรือเปล่า ผมอยากจะบอกว่า ผมเองชอบการเป็นนักร้องมากกว่าอยู่แล้ว ถึงได้เข้าไปประกวดร้องเพลงกับเวที ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย เพราะผมมีความฝันว่าอยากที่จะทำเพลง อยากมีเพลงของตัวเอง อยากมีอัลบั้ม ซึ่งผมเดินตามฝันมาได้หนึ่งขั้น แต่ก็ยังไม่ได้ถึงจุดที่จะเรียกว่าทำความฝันที่เป็นจริง เพราะฉะนั้นผมก็คงอยากจะทำความฝันของตัวเองต่อไป จนกว่าจะถึงวันที่ผมทำความฝันของผมให้เป็นจริงอย่างที่ผมต้องการ แต่ในวันนี้โอกาสที่เข้ามาในเรื่องของการแสดง ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผมอยากทำให้ดีที่สุดเช่นกัน" เต๋ากล่าวปิดท้าย