
ขบคิดขีดเขียน:'เปลี่ยนวิกฤติร้อน ให้เป็นวิกฤติรัก'
29 เม.ย. 2557
'เปลี่ยนวิกฤติร้อน ให้เป็นวิกฤติรัก' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
มีใครเถียงบ้างไหมว่า ไม่ร้อน!!! ฤดูร้อนปีนี้ในกรุงเทพฯ เรียกว่าเข้าขั้นระอุ หลายคนถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับ คิดไม่ออก บอกไม่ถูก มันเหวี่ยง มันเหนอะหนะ มันหยดย้อย มันย้วย โว้ยยยย มันโสดด้วย !! อุตะ เดี๋ยวนะ ประโยคท้ายสุดนี่ไม่น่าเกี่ยวกับอากาศ แต่ไหนๆ มันร้อนอกร้อนใจไปหมด ไม่มีคนมาคอยรับอารมณ์มันก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก เอายังงี้ก็แล้วกัน ไหนๆ เราก็ไม่สามารถไปเปลี่ยนองศาพระอาทิตย์ให้บรรเทาเบาบางลงได้ งั้นก็คงต้องมาเปลี่ยนที่ใจเรานี่แหละไม่ให้ร้อนทะยานตามองศาปรอทไปด้วย ไหนๆ ก็ร้อนเข้าขั้นวิกฤติขนาดนี้ จะปรับเปลี่ยนทั้งทีมันต้องเอาให้ลืมร้อนกันไปเลย!!
หญิงยศเคยไปเรียนวิธีการใช้ชีวิตคู่ อาจารย์ที่สอนท่านให้ทฤษฎีมาข้อหนึ่ง เรียกว่ากฎ 101% กฎนี้ให้เราเพ่งมองคนที่เราเกลียดหรือไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบเขาทั้งหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจารย์บอกให้เราพยายามมองหาหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เป็นข้อดีของเขาให้ได้ แล้วทุ่มเทลุ่มหลง เฝ้าชมเชยหนึ่งเปอร์เซ็นต์นั้น เรียกว่าขอเล่นใหญ่ระดับรัชดาลัย ส่งไปให้ถึงแถวสุดท้ายให้จงได้ ถึงแม้ร้อยเปอร์เซ็นต์ของเธอจะไม่ได้เรื่องแต่หนึ่งเปอร์เซ็นต์นี้มันช่างเซ็กซี่ เวรี่คูลเหลือเกิน !!!
แล้วเกี่ยวอะไรกับหน้าร้อนไม่ทราบ?? เกี่ยวสิย้าาาา อะ ถามจริงๆ ใครชอบอากาศร้อนบ้าง ไม่ชอบชิมะ ไม่ชอบก็ต้องหาทาง หาสักอย่างสักข้อมาชอบมันให้ได้ แทนที่จะเป็นชะนีหน้าเหวี่ยง เกลียดทุกอย่าง เรามาลองหาโอกาสในวิกฤติกันดีกว่าค่ะ
อย่างแรก อากาศร้อนดีมากสำหรับการเบิร์น!! ชะนีมีหน้าท้องทั้งหลายควรยึดโอกาสนี้ตื่นเช้าเร็วขึ้นมาสิบห้านาที ออกกำลังกายเบาๆ แล้วเชื่อเถอะค่ะว่าร่างกายเราจะเบิร์นได้ดีตลอดทั้งวัน กว่าจะหมดร้อนนี้ เชื่อเถอะว่ามันต้องหายไปซะสองสามกิโลแหละน่า
อย่างที่สอง ร้อนขนาดนี้มันกินไม่ค่อยจะลง ไหนๆ ก็ลดการกินอาหารลงมาแล้ว ลองลดเครื่องดื่มอุดมโชกไปด้วยน้ำตาลดูบ้าง เปลี่ยนจากชานมไข่มุก เป็นชาเขียวเพียวๆ หวานน้อยๆ ลดนมและแป้งลงไปได้ เซลลูไลท์น่าจะทุเลาลงซัก 10-20% นะคะพี่หญิงยศว่า
อย่างที่สาม หาสถานที่ที่เราสามารถไปหลบแดดได้แล้วออกมาด้วยความสวยที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่น สปา! เงินที่มีเอาไปซื้อกระเป๋าหนังมาสะพายในอากาศอย่างนี้ สายหนังจะโชกเหงื่อด่างเป็นดวง เสียเปล่าๆ เปลี่ยนเป้าหมายเป็นการประหยัดแอร์บ้านไปนอนให้เขานวด ขัด อบ ตบ ถูเสียยังดีกว่า แอร์ก็เย็นฉ่ำ ร่างก็งามงด หน้าตาสดใส ขัดเซลล์ผิวที่แห้งกร้านด้านตายทิ้งไป อวดหนังหน้าใหม่ให้มันยกกระชับท้าแดดกันไปเล้ย
เอาล่ะ ผอมก็ผอมลงละ หน้าตาผิวพรรณก็งามงดสวยสด กลับมาที่ตู้เสื้อผ้าที่บ้านแล้วโละเสื้อผ้าแสนเชย ปกปิดมิดชิด แล้วแทนที่ด้วยเสื้อผ้าน่ารัก เนื้อบางเบา สีสดใส แต่ไม่ใช่โป๊ไม่แคร์ใครนะคะ แต่งตัวให้พอดี ไปทำงานก็มีเสื้อคลุมบางๆ ติดไปด้วย พักกลางวันก็ถอดออกเรียกเรตติ้งกันได้บ้าง
แหม ความมั่นใจมันเริ่มมา ผู้หญิงมีค่าอย่างเราปล่อยเป็นโสดไว้ก็เสียดาย อีกไม่กี่เดือนก็เข้าหน้าหนาวละ จะปล่อยให้หนาวตายก็กระไรอยู่ มาถึงข้อสุดท้าย จะมีที่ไหนหลบแดดไปอบแอร์นอกบ้านได้ดีไปกว่าโรงหนังใช่ไหมคะ โปรแกรมหนังทั่วโลกเขาก็ออกมารับซัมเมอร์ขนาดนี้ ถ้าชะนีอย่างเราหมายตาหนุ่มคนไหนไว้ แล้วเขาดูมีใจแต่ไม่ได้เริ่มเสียที คราวหน้าลองพูดผ่านๆ ไปกับไอร้อนดูว่า “แหมมมมม อากาศแบบนี้น่าไปดูหนังเนอะ” เชื่อสิ ถ้าเขามีใจ เขาต้องตะครุบโอกาสนี้ไว้แน่...
แค่นี้ วิกฤติร้อนก็กลายเป็นวิกฤติรัก ที่จะทำให้เราไม่ต้องเดินเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเปล่าเปลี่ยวอีกต่อไป !!!
อะไรดีบุ๋มก็ว่าดี แหม่ ทฤษฎี 101% นี่ ของเค้าดีจริงๆ ค่ะ !!
.......................................
(หมายเหตุ 'เปลี่ยนวิกฤติร้อน ให้เป็นวิกฤติรัก' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



