บันเทิง

'super kid & little king'

'super kid & little king'

29 เม.ย. 2557

'super kid & little king' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

 
 
          นิตยสาร gm เล่มใหม่ มีเนื้อหาบางตอนที่น่าสนใจมาก กล่าวคือ ภูวเดช จีระพันธ์ แปลเรื่องจาก นสพ. the guardian เกี่ยวกับ super kid & little king ซึ่งนักวิชาการที่ชื่อ มูเรียล โชลิเวต์ เขียนขึ้นและตีพิมพ์ตั้งแต่เมื่อปี 1997 โดยทาง นสพ.เขียนไว้ว่า...
 
          "ผู้แต่งหนังสือโฟกัสไปที่สังคมญี่ปุ่นในสมัยนั้นว่า ผู้หญิงกังวลกับการมีลูกอย่างมาก จนหลายคนต้องประวิงเวลาการมีทายาทออกไป ขณะที่มีสตรีจำนวนไม่น้อยถึงขั้นปฏิเสธการตั้งท้อง ซึ่งนั่นก็หมายความถึงการบอกปัดโอกาสมีลูกไว้เชยชมนั่นเอง ตัว โชลิเวต์ พยายามหาเหตุผลว่า เพราะเหตุใดหญิงสาวแดนอาทิตย์อุทัยจึงมีลูกกันน้อยลง 
 
          คำตอบที่พอมองเห็นก็คือ สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เอาจริงเอาจัง มีระเบียบวินัย จนทำให้คู่แต่งงานส่วนใหญ่เชื่อว่าตนเองคงไม่มีเวลาดูแลลูกได้อย่างดี อีกทางหนึ่งมีข้อมูลที่เว็บไซต์ข่าวชื่อดังของอังกฤษอย่าง the guardian เพิ่งเผยแพร่รายงานวิจัยของกลุ่มคณาจารย์จาก open university ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ที่ไปสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 5,000 คน ไม่จำกัดอายุ สถานภาพ และรสนิยมทางเพศ 
 
          เขาอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า คู่รักที่ไม่มีลูกส่วนใหญ่มีความสุข และรู้สึกพอใจกับไลฟ์สไตล์ของชีวิต มากกว่าคู่แต่งงานที่มีทายาทด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้น แม้ใครหลายคนอาจรับรู้ได้ว่า การไม่มีลูก เป็นเทรนด์ของสังคมมาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ทว่า เมื่อปรายตาชำเลืองมองไปที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นแผ่นดินที่มีจำนวนประชากรหลักพันล้านคน สูงที่สุดในโลก ทางการจีนใช้นโยบายจำกัดการเพิ่มจำนวนประชากรมาเป็นเวลานานแล้ว ที่รู้จักกันดีในนาม “นโยบายลูกคนเดียว” 
 
          นั่นคือ อนุญาตให้แต่ละครอบครัวมีทายาทได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น แต่หลายปีหลังมานี้ เกิดผลกระทบข้างเคียงจากมาตรการดังกล่าว เนื่องจากครอบครัวอาตี๋อาหมวย ที่สร้างเนื้อสร้างตัว จนมีกำลังทรัพย์กำลังซื้อเพิ่มขึ้น เกิดความรู้สึกว่า การมีทายาทตัวน้อยคนเดียวไม่ตอบโจทย์ของชีวิตได้อีกต่อไป ส่งผลให้คนกลุ่มนี้คิดหาวิธีการมีลูกเพิ่ม ทั้งการจ้างคนอุ้มบุญให้ หรือแม้แต่ลงทุนบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปคลอดลูกนอกประเทศก็มี นี่ยังไม่นับว่า การมีลูกคนเดียวยังสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่นักจิตวิทยา 
 
          เพราะบรรดาคนที่ล้อมรอบเด็กคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นอากง อาม่า อาเจ็ก อาโกว ปาป๊า มาม๊า ล้วนแต่เอาอกเอาใจ ปรนเปรอสิ่งของทุกอย่างให้แก่ทายาทคนเดียวกันยกใหญ่ จนมีการตั้งฉายาเด็กกลุ่มนี้ว่า “super kid” และ “little king” ที่สะท้อนให้เห็นสภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างดีล่าสุด แม้ทางการจีนเริ่มผ่อนปรนนโยบายการมีลูกคนเดียวในหลายมณฑลใหญ่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่ก็ยังมีเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตาม ไม่ใช่การเปิดโอกาสให้พลเมืองสามารถมีสิทธิเลือกจำนวนการมีทายาทได้อย่างเสรี 
 
          เนื่องจากบรรดาผู้กำหนดนโยบายของแผ่นดินมังกรมองว่า การเปิดช่องให้ครอบครัวจีนมีลูกได้เพิ่มขึ้น เป็นมาตรการที่อาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว ที่จะเป็นการขยายฐานของปริมาณการบริโภคภายในประเทศให้ใหญ่โตขึ้น หลังจากที่ผ่านมาพึ่งพาแต่การส่งออกไปสหรัฐ และยุโรปมากเกินไป
 
          กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว เรื่องมีหรือไม่มีทายาท เป็นเรื่องที่มีตัวแปรด้านเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องสูงมาก รวมไปถึงอาชีพการงานของคนเป็นพ่อเป็นแม่ด้วยว่าพร้อมมากน้อยแค่ไหนในการดูแลเจ้าตัวเล็กไปจนเติบใหญ่ ถ้าถามความเห็นส่วนตัวของผมตอนนี้ แม้มีคู่ควง ที่ยังไม่ใช่คู่ครอง แต่เมื่อไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว ขอมีหลานหลายคน มากกว่าจะมีลูกคนเดียว
 
          นี่เป็นเรื่องที่น่าฟัง น่าคิดและน่ามอง
 
          มากกว่าน่านิ่งเฉย...
 
.......................................
(หมายเหตุ 'super kid & little king' : คอลัมน์ Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)