บันเทิง

สังเวียนศึกรายการข่าวร้อนระอุดึงผู้ประกาศประดับ'ทีวีดิจิทัล'

สังเวียนศึกรายการข่าวร้อนระอุดึงผู้ประกาศประดับ'ทีวีดิจิทัล'

23 เม.ย. 2557

สังเวียนศึกรายการข่าวร้อนระอุดึงผู้ประกาศประดับ 'ทีวีดิจิทัล' : สกู๊ป

 
 
          อีกหนึ่งความน่าสนใจของวงการ "ทีวีดิจิทัล" คือ การโยกย้ายเปลี่ยนผ่าน หรือขยายแผนงานในเรื่องของ "รายการข่าว" ซึ่งถือว่าเป็นอีกช่องทางที่สำคัญขององค์กรสื่อ ในการขับเคลื่อนรายการเพื่อนำเสนอสาระและข้อเท็จจริง รวมถึงเหตุบ้านการเมืองที่จะส่งต่อไปยังประชาชน มาจนถึงวันนี้เชื่อว่า เรื่องของทีวีดิจิทัล กลายเป็นข้อมูลข่าวสารใหม่ ที่อาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกครัวเรือน และต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าประชาชนจะสามารถรับชมข่าวสารผ่านช่องทางนี้ได้ทั่วประเทศ แน่นอนที่สุดว่า การตลาดและกลยุทธ์สร้างความเข้าใจขององค์กรสื่อและผู้ผลิตรายการในช่องทางนี้ ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างฐานคนดูให้ได้มากที่สุด
 
          ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ที่มีอิทธิพลและน่าสนใจ อันเป็นแรงดึงดูดสำคัญ ซึ่งต้องอาศัยทรัพยากรที่ล้ำค่ามาก ในยุคแห่งการแข่งขันของทีวีดิจิทัล นั่นคือ “ทรัพยากรบุคคล” ที่สำคัญต้องเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ พร้อมใช้งานได้จริง สามารถเป็นหน้าเป็นตาให้แก่องค์กร ทำให้เกิดสงครามอย่างหนึ่งในยุคดิจิทัล กับการแย่งชิง ซื้อตัว “ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง” ถ้ามองในแง่ของการทำงานถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะการทำงานในองค์กร หากองค์กรใดมีข้อเสนอที่น่าใจ และมีโอกาสให้แสดงศักยภาพและเติบโตได้มากกว่า แน่นอนที่สุดว่า พนักงานในองค์กรย่อมมีการหลั่งไหล ถ่ายเท ไปที่นั่น ฉะนั้นแต่ละองค์กรคงต้องมีมาตรการ หรือแรงจูงใจในการรักษาทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพไว้ใช้งานให้ได้นานที่สุด นอกจากแก่งแย่งกันซื้อตัวแล้ว คงต้องมีการ “ซื้อใจ” กันอีกในระยะต่อมา
 
          ในขณะนี้ทีวีดิจิทัล “ช่องข่าว” มีการประมูลได้ไปคือ ช่อง 16 - TNN ช่อง 17 - TVPool ช่อง 18 - Dailynews ช่อง 19 - Spring News ช่อง 20 - สามเอ (Bright TV) ช่อง 21 - Voice TV และ ช่อง 22 - Nation แผนงานของแต่ละช่องอาจจะยังคงไม่สรุปลงตัว และบางทียังเป็นความลับทางธุรกิจองค์กร 
 
          โดยบริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ได้ประกาศเปิดตัวช่อง 3 รูปแบบใหม่ นั่นก็คือ ช่อง 3 SD ซึ่งเป็นหนึ่งในสามช่องที่บริษัทสามารถประมูลมาได้ โดยช่อง 3 SD จะเน้นการออกอากาศที่เป็นข่าวสารบ้านเมืองและรายการที่เป็นสาระเป็นหลัก ในส่วนของรายการข่าว จะมีทั้งหมด 3 ช่วง นั่นก็คือ รายการ “เป็นข่าวเช้านี้” ดำเนินรายการโดย  "หมวย" ดร.อริสรา กำธรเจริญ และ "ไก่" ภาษิต อภิญญาวาท รายการ “เที่ยงเปิดประเด็น” ดำเนินรายการโดย ชัยรัตน ถมยา กมลวรรณ ตรีพงศ์ และ นวนันท์ บำรุงพฤกษ์ รายการ “Top News Variety” ดำเนินรายการโดย ”บ็อบ” ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ และ “ตาล” ประวีณมัย บ่ายคล้อย และรายการข่าวย่อยตลอดวันอีกสองรายการ คือ รายการ “HOTNEWS” และรายการกรุณา “Talk To ME”
 
          นอกจากนี้ยังมีรายชื่อของผู้ประกาศข่าวที่จะมาทำงานร่วมกับทีวีดิจิทัลช่อง 3 คือ พิมพ์นารา อรุณโน และ เบญจมาลัญช์ ทิพย์ขันทอง ซึ่งล้วนแต่เคยทำงานอยู่ช่อง “ThaiPBS” และยังมีอีกหลายคนจากองค์กรอื่นๆ ที่เข้าไปสมทบกับทัพข่าวของทีวีดิจิทัลช่อง 3
 
          โดย “งัด” สุพล วิเชียรฉาย หนึ่งในผู้บริหารบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงรูปแบบของรายการข่าวทางทีวีดิจทัล ว่า ส่วนตัวได้รับผิดชอบดูแลรายการข่าวต่างประเทศ ทางช่องทีวีดิจิทัล ซึ่งจะออกอากาศประมาณ 15 นาที แต่ผังรายการบางส่วนยังไม่นิ่ง รวมถึงผู้ประกาศข่าว ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง โยกย้ายไปตามรายการต่างๆ  
 
          "ในส่วนของผู้ประกาศข่าวที่มาจากช่องอื่น ที่จะมาร่วมงานในทีวีดิจิทัล น่าจะมีมาจาก ThaiPBS ประมาณ 7-8 คนได้ น่าจะประมาณนี้ และยังมีช่องอื่นๆ อีก เพราะเรามีทำรายการป้อนทั้งช่อง SD, HD , และช่องเด็ก รวมถึงจะมีละครด้วย” งัดกล่าว
 
          นอกจากนี้ผู้บริหารชื่อดัง ยังกล่าวถึงภาพรวมของการแข่งขันในศึกทีวีดิจิทัลว่า ถือเป็นโอกาสอันดีในการจะพัฒนาให้เกิดสิ่งใหม่ ได้เห็นศักยภาพของคนรุ่นใหม่มากขึ้น แต่ในส่วนของธุรกิจทีวีดิจิทัล เพิ่มเริ่มก่อตั้ง เหมือนสมัยที่มีระบบทีวีแซทเทิลไลท์ใหม่ๆ โฆษณายังไม่นิ่ง ยังไม่มีเงินทุนหมุนเวียน รายการที่เริ่มผลิตเพื่อทดสอบตลาด ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน ทุกบริษัทที่ลงทุน ยังไม่สามารถเห็นผลกำไรได้
 
          ในส่วนของรูปแบบรายการข่าว ผู้บริหารชื่อดังกล่าวว่า แนวโน้มของการนำเสนอรูปแบบรายการข่าว ซึ่งมีเนื้อหาขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ไม่ต่างกันในแต่ละช่อง ความแตกต่างน่าจะอยู่ที่รูปแบบของการนำเสนอของแต่ละช่อง นอกจากนี้ตัวผู้ประกาศข่าวมีส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้ชม เพราะการผลิตผู้ประกาศข่าวให้มีชื่อเสียงต้องใช้เวลามาก  
 
          “นอกจากนี้คงมีเรื่องของเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ว่าใครสามารถรายงานข่าวได้รวดเร็วและชัดเจนมากกว่า รวมถึงการคิดและวิเคราะห์ข่าว และการคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น การเปลี่ยนถ่าย และการแย่งชิงตัวผู้ประกาศข่าวคงต้องเกิดขึ้น อย่างที่มีการคาดการณ์เอาไว้ หรือแม้แต่การเปิดโอกาสให้เกิดคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทำงาน”งัด กล่าว