บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'เข้าห้อง'

เล่นหูเล่นตา:'เข้าห้อง'

21 เม.ย. 2557

'เข้าห้อง' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
          เมื่อฉันผลักประตูห้องเข้าไป เจอผู้ชายวัยฉกรรจ์อัดกันอยู่ในห้องแคบๆ นั้นถึง 8 คน ฉันถามตัวเองว่า ...  “กรูควรจะดีใจมั้ยเนี่ย?”  พวกมันพนมมือขึ้นพรึบเป็นฝักถั่ว ฉันถึงได้รู้ตัวว่าแก่ใกล้แม่พวกมัน! … เอาเถอะไม่ได้วัดกันที่อายุแต่เขาวัดกันที่ฝีมือ เข้ามาเลยไอ้น้อง! … พวกมันมีเครื่องมือมาพร้อมทั้ง เบส กลอง กีตาร์ เปียโนไฟฟ้า เพอร์คัชชั่น แถมเครื่องเป่าอีก 3 ชิ้น ทรัมเป็ต ทรอมโบน แซกโซโฟน ส่วนฉันยังไงก็เอาชนะพวกมันได้สบายๆ เพราะมีทั้งหน้าและปากเป็นอาวุธ!
 
          มือเปียโน เบส กลองนั้นคือ อีเก่ง อีจิ๊บ และอีเบ้ง แห่งวงทาเคชิ มือกีตาร์น้องใหม่ชื่อ เจ้าเกมส์ ยืมมาจากวง Sound of Siam ของพี่โก้ มิสเตอร์แซกแมนเขา เพราะ “ อีฟ้า ” ขาประจำ มันขอลาพักไปเดินป่าตามหาตัวตนของมัน คนที่วงแอบภาวนาในใจให้มันหลงป่าจะได้ไม่ต้องกลับมา! … การทำงานในแวดวงดนตรีต้องคอยปรับตัวปรับใจอยู่ทุกวัน มันเป็นหลุมดำของอารมณ์! อีคนอย่างพวกฉันมันใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เรียกง่ายๆ ว่าทำตามใจตัวเองนั่นแหละ “ดนตรีกับความรัก” มันคล้ายกันตรงที่ไม่มีเหตุผล ... อารมณ์ล้วนๆ ไม่มีดีไม่ดี มีแต่ชอบไม่ชอบ แม้จะพยายามโยงเข้าหาเหตุผล แต่ที่สุดแล้วก็กลายเป็นเหตุผลใครเหตุผลมัน เตี่ยบอกว่า “ความรักเหมือนแว่นสายตา คนที่รักกันใส่มองเห็นชัด แต่พอเอาไปให้คนอื่นใส่กลับมองเห็นไม่ชัด”  พอถึงตาลูกสาวเตี่ยใส่ครั้งแรกชัดแจ๋วเข้าหน้าเหมาะเหม็งใครห้ามว่าไม่เข้ากันไม่ฟัง พอใส่ไปนานๆ เริ่มมัวขึ้นเรื่อยๆ ถอดทิ้งแมร่งเลย! แก่มารำคาญจัดทำเลสิคมันซะเลยไม่ต้องมีกันละผัวเผอ! คนในวงทาเคชิรวมทั้งฉันและพี่โก้ มิสเตอร์แซกแมนเป็นคนใช้อารมณ์ล้วนๆ ผ่านวันผ่านเดือนจนเริ่มรู้เท่าทันตัวเองว่า ... อย่าเลย! ตามจิตตัวเองให้ทันเราก็จะเริ่มรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง นั่นก็คือ ... มีสติไม่ให้หลงไปกับสิ่งเร้าก็เท่านั้นเอง แต่อีคนในวงคนหนึ่งจนป่านนี้มันก็ยังอยู่ในวังวนอารมณ์ “อีจิ๊บ” มือเบสระดับอาจารย์ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายให้เรียนรู้แค่วิชาเบส แต่อย่าเอามันมาเป็นตัวอย่างเพราะมันจะกลายเป็น “ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง”
 
          “สีเกด อีจิ๊บหายไปไหน?”
 
          “อกหักมั้งพี่ เอาอะไรกับคนอย่างมัน วันนี้จะเป็นอย่างโน้น วันโน้นอยากเป็นอย่างนี้ ตามอารมณ์กันไม่ทัน ขึ้นอยู่กับว่ามันคบใครอยู่ในช่วงนั้น ... บางทีก็จะลุกขึ้นมาเรียนต่อตรีต่อโท บางทีก็จะเป็นนักแต่งเพลง นี่ ... เร็วๆ นี้จะเปิดร้านแจ๊สกาแฟ ขายกาแฟแล้วเปิดแต่ดนตรีแจ๊ส มีเล่นสดบ้าง มันว่ากำลังมองหาที่ๆ เชียงใหม่”
 
          “คุณสีเกด” นอกจากนางจะจัดการเรื่องของฉันจนหัวปั่นแล้ว นางยังมีเวลาไปคอยสอดแนมความเคลื่อนไหวและเป็นไปของคนในวงทาเคชิอยู่อย่างสม่ำเสมอ เดี๋ยวจะหาว่าดูแลไม่ทั่วถึง ช่วงนี้นางเพลาๆ ลงไปเพราะประสบอุบัติภัยทั้งทางกายและทางใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่าปีชง (นางเกิดปีระกา) นางว่าที่สุดของเจ้แล้ว!   “เจ็บตัว (ผ่าตัด) เสียเงิน พ่อตาย รถชนเสียหาย เจ้านายโกรธ” คือ ตาหาญพ่อเลี้ยงนางอายุ 86 ปี เสียชีวิตไปเมื่อเร็วๆ นี้ ช่วงเช้าไปเก็บกระดูกที่วัด  นางกำลังจะกลับรถเข้าวัดเบียดกับรถแท็กซี่ นางเดินลงจากรถด้วยสีหน้านิ่งเฉย (ไม่มีอะไรจะเสียแล้วกรู) คุณพี่โชเฟอร์เดินลงจากรถมาในจังหวะเดียวกันอย่างหัวเสีย ตะโกนมาว่า “ขับรถภาษาอะไร จะรีบไปไหนหะ?” นางตอบเรียบทั้งน้ำเสียงและสีหน้า “จะรีบไปเก็บกระดูกพ่อ” พี่โชเฟอร์ได้ยินคำตอบก็เย็นลงทันที เรื่องมันเศร้าแต่เล่าแล้วขำ ... มันเป็นแบบนี้นี่เอง!
 
          “พี่เกดไปถามอีจิ๊บซิว่ามันมีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่ แหม ... จะเปิดร้านกาแฟแจ๊ส เอาแค่ซุ้มกาแฟธรรมดาๆ ก่อนมั้ย? แล้วให้มันยืนเล่นเบสตอนแดดเปรี้ยงๆ เดี๋ยวพี่โก้ลูกพี่มันคงจะมาช่วยแจมให้เหงื่อแตกเหงื่อแตน พี่จะออกทุนให้เลยนะ ... ตกลงมันจะเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง หรือคนชงกาแฟ เอาสักอย่าง!”
 
          การเข้าห้องซ้อมของฉันไม่ได้มีจุดประสงค์แค่ซ้อมเพลง นั่นคือจุดประสงค์รอง หลักก็คือรับรู้เรื่องราวข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของพวกมัน นั่นแหละที่ทำให้ฉันอยากมาซ้อมเร็วๆ เวลารวมกันในห้องซ้อม 4 - 5 ชั่วโมง ซ้อมจริงแค่ 2 - 3 ชั่วโมง นอกนั้นคุยเม้าท์แตกเล่าเรื่องเฮฮาไร้สาระแล้วอำกันระหว่างซ้อม นั่นคือไฮไลท์อย่างหนึ่งในชีวิตฉัน “นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดแม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ ที่มันเกิดขึ้นกับฉัน เพราะ ... พวกมึง!”
 
          “ใครเข้าห้องน้ำวะ” อีจิ๊บเปิดประตูห้องซ้อมชะโงกหน้าเข้ามาถาม สมาชิกที่เหลือทุกคนมองหน้ากันแบบว่า “กรูจะไปรู้เหรอ?”
 
          “สงสัยจะเป็นไอ้พวกเครื่องเป่าสักคนแหละ กูหมุนลูกบิดประตูคลิกแคลกเงียบสนิทไม่มีสัญญาณตอบรับจากเสียงที่ท่านเรียก เงียบกริบขนาดนี้มันต้องขี้แหงๆ” “มึงอยากรู้ว่าใครเข้าไปขี้ เดี๋ยวไอ้ 3 ตัวเครื่องเป่าเข้ามา มึงก็จับมือมันดมสิ” ฉันบอกอีจิ๊บขณะที่กำลังหาตัวผู้ต้องสงสัยอยู่ พวก 3 ตัวนั้นก็เข้ามา หนึ่งในนั้นยกมือสารภาพ ... “เรื่องขี้นี่ต้องยกให้คุณเบ้ง (มือกลอง) พวกไฮโซดังๆ บางคนเขาก็ไม่เกรงเขาขี้ใส่หน้ามาแล้ว มีคุณคนหนึ่งเขาเข้าห้องน้ำต่อไอ้เบ้ง  โห! ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาต้องเจออะไร ไอ้เบ้งนี่ขี้เหม็นสุดๆ” อีจิ๊บเล่าเรื่องไอ้เบ้งให้พวกเราฟัง หัวเราะกันจนหน้าแดง
 
          “มึงนะมึงไอ้เบ้ง ไม่เห็นแก่หน้ากูกับพี่โก้เลย เขาน่ะหล่อก็หล่อ สุภาพก็สุภาพ แถมเป็นลูกผู้ลากมากดี ต้องมาดมขี้เจ๊กตึกแถวอย่างมึง” ฉันหันไปด่าอีเบ้ง บอกแล้วว่าถ้าโลกนี้สอนเราว่า “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” สำหรับพวกเราก็คือ “สาระคือความไร้สาระ” แทนที่จะรีบซ้อมรีบกลับ โน่น ... นั่งเม้าท์กันมากกว่าซ้อม ซ้อมไปประเดี๋ยวเดียวก็หิวกัน ฉันเลยโทรสั่งพิซซ่ามากินกัน ทั้งพิซซ่า สปาเก็ตตี้ ไก่ทอด น้ำอัดลม ไอติมอีก 2 กระป๋อง แพ็กคู่มันถูกดี ทุกคนกรูออกจากห้องมาล้อมวงเหงื่อแตกเพราะอากาศอ้าวอยู่รอบถาดพิซซ่า ช่วงกินนี่แหละที่พวกเราจะหุบปาก ตั้งหน้าตั้งตากินมากกว่าตั้งหน้าตั้งตาซ้อมเสียอีก!
 
          “เมื่อวานกูไปเจอไอ้แบงค์ ลูกศิษย์กูมา มันเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง กูว่ามันคือ “ปาฏิหาริย์” ทุกคนที่พิซซ่ายังคาปากอยู่หูผึ่ง ตั้งใจฟังอีจิ๊บหัวโจกของกลุ่มเราเล่าเรื่อง นึกในใจว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดี มันต้องมีหักมุม มันต้องฮาเพราะนี่คือเสน่ห์ของอีจิ๊บที่ทำให้ผู้หญิงติดตรึมทั้งๆ ที่หน้าเหมือนปลาฉลาม หลังเหมือนจระเข้!
 
          “เรื่องมันเกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว ตอนนั้นไอ้แบงค์อายุ 18 ปี มันเป็นลูกคนรวย พ่อมันซื้อรถบีเอ็มป้ายแดงให้ราคา 3 ล้านเจ็ด วันแรกมันก็เอาออกไปซิ่งเลย เพื่อนๆ นั่งอัดกันมาเต็มคัน 5 - 6 คน ตอนกลางคืนมันขับขึ้นทางด่วนเลย เปิดเพลงดังสนั่นแหกปากร้องเพลงร็อกที่ดังที่สุดตอนนั้นแล้วเหยียบคันเร่งจนความเร็วเลย 200 เพื่อนมันพูดขึ้นว่า “เฮ้ย แบงค์ ความเร็วมันเกือบจะเร็วเท่ารถไฟชินคันเซ็นแล้วนะ” แทนที่ไอ้แบงค์จะลดตีนลง มันกลับเร่งคันเร่งขึ้นแล้วบอกเพื่อนอย่างฮึกเหิมว่า “รถของเราต้องเร็วกว่าชินคันเซ็น!” สักพักมีรถวอลโว่คันหนึ่งแซงปาดขึ้นมาทำให้รถมันเสียหลักพุ่งเข้าชนขอบทางด่วนแล้วหมุนตีลังกาหงายท้องกลางอากาศ ช่วงเวลาที่รถกำลังหมุนพวกมันมองหน้ากัน มองเห็นรถกลับหัว มองเห็นท้องฟ้า ไอ้แบงค์นึกถึงหน้าพ่อแม่แล้วเวลานั้น ถุงลมนิรภัยสีขาวก็พุ่งออกมา รถหมุนกลาอากาศอยู่ 8 วินาที แล้วหล่นลงมากระแทกพื้น ล้อหลุดออกจากตัวรถลอยขึ้นไป รถยังหมุนอยู่ 2-3 รอบ แล้วชนขอบทางด่วนอีกทีถึงหยุด พวกมันลืมตามาพร้อมๆ กัน เพื่อนคนหนึ่งตะโกนว่า “เฮ้ย! ออกจากรถเร็ว รถจะระเบิดแล้ว” สงสัยมันดูหนังฝรั่งมากไป! พวกมันตะเกียกตะกายหนีตายออกจากรถ ไม่เป็นอะไรเลยสักนิด มันปาฏิหาริย์มาก! ไอ้แบงค์ตั้งสติได้หยิบโทรศัพท์โทรหาพ่อมัน คำแรกที่มันกรอกไปในสายคือ “ปัป ... ป๊า” แล้วก็ร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ เสียงพ่อมันด่ากระจายออกมาทางโทรศัพท์ สุดท้ายต้องขายรถทิ้งเป็นซาก ประกันจ่าย 1 ล้าน
 
          พวกเราหัวเราะก๊ากพร้อมๆ กันกับเรื่องที่จิ๊บเล่า อีจิ๊บไม่เคยพูดอะไรออกมาแล้วไม่ได้ผล บทมันจะสวมวิญญาณครูมันก็พูดจาน่าเชื่อถือ มันจะคอยสอนฉันในเรื่องของจังหวะ สำเนียงบางอย่างที่พิเศษเฉพาะเพลง จะว่าไปแล้วมันก็เป็นครูที่ปรึกษาของฉันอีกคน การได้มาเข้าห้องซ้อมนอกจากจะได้ฝึกปรือฝีมือ ฟังเรื่องเล่าเฮฮา ฉันยังได้กลับมาเป็นตัวเองสลัดความมีชื่อเสียงของตัวเองออกไปเหลือเพียงความเป็นนักร้องธรรมดาๆ นักดนตรีธรรมดาๆ และความเป็นพี่เป็นน้องที่พิเศษที่ฉันหาไม่ได้จากใคร ... นอกจากพวกมัน ... “ทาเคชิ”
 
          ป.ล พี่โก้ติดงานเลยไม่ได้เข้าห้องพร้อมพวกเรา ไม่งั้น ... คนนี้แหละที่จะเละเทะที่สุด!
 
.......................................
(หมายเหตุ 'เข้าห้อง' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)