
eat play life : ไลฟ์สไตล์กินอยู่บอลผู้ดี
15 เม.ย. 2557
eat play life : ไลฟ์สไตล์กินอยู่บอลผู้ดี : โดย...นันทขว้าง สิรสุนทร
มีเรื่องเทรนด์การไปเที่ยวและดูบอลบางอย่างที่ไปอ่านเจอใน free copy 247 และอยากจะเอามาแชร์กัน ซึ่งบางทีก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบบนี้
เช่น ตั๋ว Season Ticket แบ่งขาย 9 นัดสุดท้าย ..กล่าวคือ หลังจากค่อยๆ เก็บหุ้นมาเรื่อยๆ ในที่สุดปี 2007 ตระกูลเกลเซอร์จากอเมริกาก็สามารถเทคโอเวอร์ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" มาเป็นของตัวเองได้ในที่สุด แน่นอนในช่วงเวลานั้น ทริปต่างๆ ที่ผู้เขียนเคยเดินทางไปทำข่าว ดูบอล ก็จะพบสิ่งหนึ่งอยู่เสมอคือ แผ่นป้าย คัทเอาท์และสติ๊กเกอร์แปะไปทั่วเมืองว่า "Love United Hate Glazer"
เอฟเฟกท์หลายอย่างที่ตามมา ไม่มีอะไรรุนแรงเท่ากับการ "คืน" และ "บอกเลิก" ตั๋วสมาชิกครอบครองที่นั่งที่เราเรียกกันว่า Season Ticket (ซึ่งต้องเสียเงินระหว่าง 50,000-100,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่ตำแหน่งที่นั่งในสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด) ชัยวัฒน์ สกุลยานนท์วิทยา ผู้เป็นเมมเบอร์เล่าให้ฟังว่า ตลอดฤดูกาลเขาจะได้จดหมายข่าวส่งมาบอกเป็นระยะๆ แต่ปีนั้นเป็นปีแรกที่ตั๋ว season ticket ขายไม่ออก (ทั้งๆ ที่ทุกปีและตลอดมา มันคือสิ่งที่แฟนบอลทั้งโลกแย่งกัน จนไม่ออก) และนอกจากจะขายไม่ออก เพราะถูกบอกเลิกประท้วงการเทคโอเวอร์ของตระกูลเกลเซอร์แล้ว การแข่งขันดำเนินมาถึงช่วงครึ่งหลัง ที่เหลือแค่ 9 นัดในบ้าน ! ทางสโมสรแมนยูยังต้องเร่ขายตั๋วในราคา "ลดแล้วลดอีก"
ซึ่งก็ดูเหมือนว่า แผนการตลาดที่ว่านี้ ก็จะล้มเหลว
“รักนะแมนยู เกลียดนะเกลเซอร์" แฟนปีแดงทั่วโลก คงอยากจะตะโกนแบบนี้
อีกอย่างก็คือ "เสื้อบอล" ขายก่อน "สโมสร" คือ แม้ทีมดังๆ หรือสโมสรระดับโลกจะชอบประกาศว่า เสื้อทีมของเราจะวางขายอย่างเป็นทางการวันที่ "เท่านั้นเท่านี้" หรือถึงขนาดประกาศลงในเว็บไซต์ให้รับรู้กันทุกๆ ปี รวมทั้งจัดระเบียบใหม่ ด้วยการให้ทั่วโลกวางขายพร้อมกัน ซึ่งผิดไปจากสมัยก่อนที่แต่ละทวีป วางขายคนละวันกัน
เมื่อโมเดลธุรกิจเปลี่ยนไป การทำงานด้านสินค้าจึงต้องปรับเปลี่ยน แต่ฝันไปเถอะว่ามันจะเป็นอย่างนั้น เพราะทุกปีจนถึงปีนี้ ในบางประเทศ ดีลเลอร์หรือเอเยนต์ก็ไม่ได้สนใจคำสั่งทางอ้อมของสโมสร เราลองสอบถามไปยังดีลเลอร์บางแห่งในโลกนี้ ก็ได้ทราบความจริงว่า โดยปรกตินั้น การสั่งซื้อเสื้อ สตั๊ดหรือกางเกงนั้น จะต้องสั่งก่อนล่วงหน้าราวๆ 6 เดือน เช่นถ้าจะขายเดือนมิถุนายน ก็ต้องสั่งเดือนมกราคม
ในหลายครั้ง ของก็มักจะ "มาถึงก่อน" ทำให้ทางช็อปหรือร้านค้า ต้องเก็บไว้ ซึ่งไมได้หมายความว่า จะต้องวางขายตรงวันกับสโมสร เพราะหลายช็อปร้านและดีลเลอร์ก็เอามันมาขายอย่างถูกกฏหมายตามห้างและตามพื้นที่ต่างๆ ก่อนสโมสรอยู่หลายวัน บางปีนั้น ขายก่อนสโมสรถึง 1 เดือน! เมื่อเรื่องขำขันก็คือ ในบางปีในบางประเทศนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ของสโมสรหรือบริษัทผลิตเสื้อไปเจอแฟนบอลใส่เล่น ถึงขนาดต้องเข้าไปขอร้องให้ "ถอดออก" ...จนแฟนบองก็งงว่า "อารายหว่า" ก็ขายเอง แล้วมาขอร้องให้ถอดออก....งงยิ่งกว่าหนังอาร์ตของ เฟลลินี่ เรื่อง 8 1/2 เสียอีก
แต่ที่เป็นความรู้ใหม่ก็คือเรื่อง โลโก้ Nike ห้ามปรากฏบนอัฒจรรย์ในบอลยุโรป
เรื่องนี้ไม่ใช่สงครามแบบการเลือกตั้งนายกฯ สมาคมฟุตบอลแบบบ้านเรา และไม่ใช่การรบทางธุรกิจระหว่าง "เอเยนต์นักเตะ" กับ "สโมสรต้นสังกัด" แต่เป็น "มารยาท" ที่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย....
บ่ายวันหนึ่งในปี 2008 ระหว่างที่ผู้เขียน ไปสัมภาษณ์ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถึงแคร์ริงตัน และนักเตะแมนยู 9 คนในปีนั้น ระหว่างที่รถพามายังทัวร์สนาม ผมมองเห็นว่าทำไมทางสนามต้องเอาผ้ามาปิดโลโก้ของไนกี้บนอัฒจรรย์ไปจนไม่เห็นรูปของสัญลักษณ์แบบเต็มๆ ...ว่าแล้ว จึงขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อย่างไม่เป็นทางการ
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเล่าว่า ...คืนนั้นจะมีการแข่งบอลยุโรปกลางสัปดาห์ และบอลยุโรปนั้นสนับสนุนโดยแบรนด์กีฬาอีกค่ายหนึ่ง มันเป็นเรื่องอ่อนไหวทางธุรกิจหากกล้องทีวีที่มีอยู่มากมายในสนามจะแพนมาเห็นโลโก้ขนาดใหญ่ในสนาม "ตลอดทั้งเกม" การเลือกบังเบลอร์รูปสัญลักษณ์ของคู่แข่ง โดยทางสโมสรไปบ้าง จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดี ..อย่าคิดว่าจะต้องบังหมดทุกตำแหน่ง แต่ในมุมไหนที่โลโก้ใหญ่โตและเด่นชัด ก็สามารถเลือกทำได้โดยความเหมาะสม
นี่คือความรู้ใหม่ของผม ที่ได้รับจากการผู้เกี่ยวข้องในสนาม
----------------------
(eat play life : ไลฟ์สไตล์กินอยู่บอลผู้ดี : โดย...นันทขว้าง สิรสุนทร)



