
เริ่มแล้วกว่า60%ครัวเรือนได้ยลโฉมทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล
02 เม.ย. 2557
เริ่มแล้วกว่า60%ครัวเรือนได้ยลโฉมทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล : สกู๊ป
ตั้งแต่วันนี้-24 เม.ย. 2557 ผู้ประกอบการโครงข่าย 3 ราย คือ กองทัพบก (สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก), บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) จะเริ่มทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัลได้แล้ว
นอกจากนี้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ยังอนุญาตให้ ทีซี บรอดคาสติง บริษัทในเครือไทยคม ทดสอบการเชื่อมต่อโครงข่าย เพื่อดำเนินการตามประกาศหลักเกณฑ์การให้บริการโทรทัศน์เป็นการทั่วไป (มัสต์ แคร์รี) ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยช่วงเวลาการทดลองดังกล่าว ต้องทำการดึงสัญญาณความถี่ของผู้ประกอบการช่องรายการทั้ง 24 ช่องรายการที่พร้อมออกอากาศเพื่อมาแพร่ภาพให้รับชมได้ แต่หากผู้ประกอบการช่องรายการใด ยังไม่พร้อมก็สามารถออกอากาศได้ภายหลัง 30 วันนับตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตแล้วตามกฎมัสต์ แคร์รี
ซึ่งผู้ประกอบการช่องรายการทุกรายไม่ได้ถูกบังคับให้เชื่อมต่อสัญญาณ เพื่อทดลองออกอากาศและหากสนใจทดลองสามารถหารายได้จากการโฆษณาได้ รวมถึงไม่จำเป็นต้องออกอากาศเต็มเวลา ส่วนประชาชนที่ไม่มีกล่องดาวเทียมก็สามารถรับชมผ่านทางหนวดกุ้ง ก้างปลาได้ครอบคลุม 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา เช่นเดียวกัน โดยกสท.คาดว่าประชาชนทั่วไปจะสามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ 60% ของครัวเรือนทั้งประเทศ ก่อนแจกใบอนุญาตทีวีดิจิทัลได้ปลายเมษายนนี้
โดยหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้วผู้ประกอบการโครงข่ายสามารถดำเนินการในเชิงธุรกิจได้ และกสทช.จะเริ่มต้นนับอายุใบอนุญาตในเวลาเดียวกันด้วย จากนั้นกสท.จะกำหนดวันออกอากาศทีวีดิจิทัลอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในเดือนพฤษภาคมต่อไป
ซึ่งผู้ประกอบการโครงข่ายทุกรายจะต้องติดตั้งสถานีฐาน และสามารถนำไปสู่การออกอากาศทีวีดิจิทัล ได้โดยในปีแรกจะต้องให้ประชาชนสามารถรับชมได้ให้ครอบคลุม 11 ล้านครัวเรือนหรือต้องครอบคลุม 50% ของครัวเรือนทั้งประเทศภายใน 1 ปี, ครอบคลุม 80% ภายใน 2 ปี, 90% ภายใน 3 ปี และครอบคลุม 95% ภายใน 4 ปี นับจากวันที่ได้รับใบอนุญาต
อีกทั้งผู้ประกอบการโครงข่ายยังกำหนดการทดลองออกอากาศโดยในตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 57 ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา และในวันที่ 1 พ.ค. 57 ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระยอง และวันที่ 1 มิ.ย. 57 ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น อุดรธานี ตามลำดับ
ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบดูความพร้อมของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ส่วนใหญ่จะสามารถทดลองออกอากาศได้ตามเวลาที่กสท.กำหนดมีบางช่อง อย่าง สถานี PPTV HD ช่อง 36 ของบางกอก มีเดียแอนด์บรอดคาสติ้งจำกัด ที่จะพร้อมออกอากาศได้เต็มรูปแบบ 24 ชม.ในวันที่ 7 เม.ย. เวลา 03.36 น.
ส่วนความพร้อมของผู้ประกอบการรายอื่นๆ ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มผู้ประกอบการฟรีทีวีรายเดิม ผู้ประกอบการที่คร่ำหวอดบนทีวีดาวเทียม และผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทหน้าใหม่หรือเคยชิมลางในอุตสาหกรรมมาบ้างเล็กน้อย
กลุ่มผู้ประกอบการฟรีทีวีรายเดิมอาทิ บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด หรือช่อง 3, บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด หรือช่อง 7 และบริษัท อสมท หรือช่อง 9 โดยกลุ่มนี้ช่อง 7 ดูจะพร้อมกว่าเจ้าอื่น เพราะมีช่องเดียว จึงสามารถยกช่องรายการที่ปัจจุบันออกอากาศอยู่แล้วบนทีวีอนาล็อกมาออกอากาศบนทีวีดิจิทัลได้ทันที แตกต่างจากช่อง 9 ที่มีช่องให้บริการจำนวน 2 ช่อง ได้แก่ ช่องวาไรตี้ความคมชัดสูง (เอชดี) และช่องรายการเด็ก แต่ที่ผ่านมานอกจากรายการข่าวแล้วแทบทั้งหมด ช่อง 9 ไม่มีรายการที่ผลิตเอง ขณะที่ผู้ประกอบการที่ร่วมมือกันผลิตรายการให้ก่อนหน้านี้หลายรายอาจจะไม่ต่อสัญญา เพราะต้องการนำรายการไปลงในช่องของตนเองเช่นกัน ขณะที่ช่อง 3 มีอยู่ 1 ช่องที่สามารถยกไปออกอากาศได้ แต่อีก 2 ช่องที่เหลืออยู่ในช่วงเตรียมการ แต่ยังคงยืนยันว่าจะเริ่มออกอากาศในเดือนเมษายนนี้ ส่วนช่องรายการเด็กอาจทดลองออกอากาศแค่เพียง 8 ชม.ต่อวันไปก่อน
กลุ่มผู้ประกอบการที่มากประสบการณ์บนทีวีดาวเทียม ในกลุ่มนี้แทบทั้งหมดจะเป็นการยกช่องรายการบนทีวีดาวเทียมย้ายมาออกอากาศบนทีวีดิจิทัล และมีการลงทุนเพิ่มเติมไม่มากนัก ได้แก่ บริษัทในเครือบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ยกช่อง จีเอ็มเอ็มวัน และช่องใหม่จีเอ็มเอ็ม 25 ที่เป็นการดึงเอารายการต่างๆ ในจีเอ็มเอ็มแซทมาบรรจุ บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด หรือ อาร์เอส ที่พร้อมยกช่อง 8 มาออกอากาศ บริษัทในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก็พร้อมยกช่อง ทีเอ็นเอ็น 24 และช่องทรู 10 มาประจำการ บริษัทในเครือเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ประมูลได้ 2 ช่อง ได้ยกช่องเนชั่นทีวี ออกอากาศในช่อง เนชั่น ช่อง 22 เช่นเดียวกับกรุงเทพธุรกิจทีวี ภายใต้ชื่อใหม่ "นาว" ช่อง 26 มาออกอากาศได้ทันทีเช่นกัน ส่วนบริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด และ บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด หรือ เดลินิวส์ เจ้าของช่อง นิวส์ทีวี ดูท่าเตรียมหอบช่องเดิมมาลุยทีวีดิจิทัลเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีช่องรายการทีวีดาวเทียมหน้าเดิม แต่มีการปรับโฉมลงทุนเพิ่มเติมเล็กน้อย หรือจับมือกับพัฒนามิตรเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงิน ประกอบด้วย บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ที่ได้ยกช่อง ซ่าส์ เน็ตเวิร์ค มาออกอากาศ แต่ได้มีการเพิ่มทุนบริษัท ไทยทีวี จำกัด หรือ ทีวีพูล ได้จับมือกับ บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด เสริมความแข็งแกร่งในช่อง ทีเอชวี และโลก้า และบริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด หรือเวิร์คพอยท์ ได้จับมือกับ บริษัท เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศ) จำกัด เสริมความแกร่งทางบัญชี ส่วนที่ฮือฮาที่สุด คือ บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ที่ขายหุ้นระดมเงินไปจำนวน 25% มูลค่า 250 ล้านบาท ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม พร้อมเงื่อนไขสามารถขายได้ 60% ใน 2 ปี ให้แก่บริษัท ตงฮั้ว คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด มีนายวิชัย ทองแตง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ในกลุ่มนี้ยังมี บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ยักษ์ใหญ่วงการสิ่งพิมพ์ที่เคยลองงานด้านโทรทัศน์มาแล้วบ้างในทีวีดาวเทียม ช่องอมรินทร์แอคทีฟทีวี ล่าสุด ได้ระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ มูลค่า 1,500 ล้านบาท และบริษัท 3 เอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ในฐานะบริษัทที่เคยผลิตรายการข่าวให้ช่อง 5 แม้จะออกตัวว่ายังต้องการบุคลากรอีกจำนวนมาก แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีความพร้อมออกอากาศแล้วเช่นกัน
จากท่าทีของผู้ประกอบการทั้งหมด นอกจากไทยรัฐทีวี ที่ประกาศชัดว่าจะออกอากาศในวันที่ 24 เมษายนนี้ แต่ละรายอื่น ต่างยืนยันว่าจะเริ่มออกอากาศในวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา แม้ กสทช.จะเลื่อนวันออกอากาศอย่างเป็นทางการเป็น 1 มิถุนายนแล้วก็ตาม
คงได้เห็นโฉมหน้าของแต่ละช่องกันไปแล้ว แล้วแต่ว่าจะถูกใจใครมากน้อยแล้วแต่ทัศนา
.......................................
(หมายเหตุ เริ่มแล้วกว่า60%ครัวเรือนได้ยลโฉมทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล : สกู๊ป)



