บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'เรื่องมันยาว (4)'

เล่นหูเล่นตา:'เรื่องมันยาว (4)'

31 มี.ค. 2557

'เรื่องมันยาว (4)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
          เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ... “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ” ... เมื่อทุกสิ่งในโลกมี 2 ด้าน ชีวิตคนเราก็เช่นกัน มีสุขและทุกข์ปนกันไป ในความสูญเสียอาจมีบางสิ่งที่เกิดขึ้นมาทดแทน แค่เปิดใจให้กว้าง มองให้เห็นและยอมรับมัน ... หากจะทุกข์ก็ไม่ทุกข์จนเกินไป ...   “พี่ก้อง ปิยะ ปรี๊ดไป 1 ทีเลยได้ศาลานี้มา” สีเกดและนังนุชนาฎกลับมารายงานหลังจากเข้าไปติดต่อกับทางวัด ... คนเราเมื่อยามมีชีวิตอยู่นั้น เอา “ดี-ชั่ว” เป็นตัววัด แต่เมื่อตายไป การเอาร่างไร้วิญญาณตั้งไว้ ณ วัดใดนั้น เป็นเพียงค่านิยมทางสังคมที่สมมุติขึ้น มิได้เป็นตัววัดความดี-ชั่วแต่อย่างใด เพราะสุดท้ายก็กลับกลายเป็นเถ้าธุลีอย่างไม่มีข้อยกเว้น!
 
          การตั้งศพในศาลาที่ดีที่สุดของวัดหลวงนั้น ถือเป็นการทำเพื่อเตี่ยเป็นครั้งสุดท้าย และสำหรับเตี่ยไม่ว่าครั้งไหน ก็ย่อมหมายถึง ทำอย่าง  “ดีที่สุด”  เสมอ....  “ป็อป” เจ้าของร้าน “บุหงาเสาวภา” (08-1779-0326)  ร้านดอกไม้เจ้าประจำของฉัน จัดดอกไม้ให้ได้ดั่งใจทุกวัน เหมือนงานมงคลมากกว่าอวมงคล   แม้จะเศร้าแต่ก็ยังงดงาม ... เสียดายคนตายไม่ได้เห็น!  พวงหรีดจากผู้คนที่รู้จักรักใคร่ทยอยมาจนเต็มศาล  ฉันบอกให้หลานชายจดชื่อไว้ลงสมุดเพื่อจะได้ส่งคืนเมื่อถึงเวลา “ใหม่ เจริญปุระ” ส่งน้ำแร่ใหม่มาช่วยงาน และ “น้ำดื่มช้างและโออิชิ” จาก “ไทยเบฟเวอเรจ”  มาตั้งบูธให้พร้อมพนักงานเสริ์ฟตั้งแต่สวดวันแรกจนวันเผา กราบขอบพระคุณ   “คุณหนุ่ม” (ฐาปน สิริวัฒนภักดี)     ที่คอยดูแลพวกเรามาตลอด ...   เมื่อก่อนฉันมักหลีกเลี่ยงการไปงานศพ แต่มาตอนนี้ฉันได้เข้าใจแล้วว่า  มันคือการแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้ตายและให้กำลังใจผู้ที่อยู่ ... มันคือสิ่งสำคัญตรงที่ ... กำลังใจ “ยามสุข” ไม่สำคัญเท่ากำลังใจ “ยามทุกข์”... ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ได้สละเวลาฝ่ารถติดมางาน พี่หน่อง อรุโณชา พี่ไก่ อรรควุฒิ  และพี่ต๋อม (เลขาฯ พี่หน่อง), พี่ชาลอต โทณวณิก, พี่นิด อรพรรณ วัชรพล,  พี่เป็ด สุภีและพี่จ้อย เจตนา พงษ์พานิช,  พี่แหน นันทวัน, หนูแหม่ม สุริวิภา,  พี่โอ๋ อาจกิจ สุนทรวัฒน์,  พี่โอ๋ พัฒนีจากเดอะวอยซ์และน้องๆ เดอะวอยซ์ซีซั่น1-2,  พี่นิ่ม สีฟ้า, โจอี้ บอย, ไอซ์ ศรัญยู, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์,  ทิน โชคกมลกิจ,  นุ้ย สุจิราและปอนด์(สามี),  พี่แก้ว เวิร์คพอยท์,   ดีเจเสริฐและไทม์ ซูเปอร์บันเทิง,  พี่กบ ทรงสิทธิ์,   จอย ริลณี, อาตุ่ย พุทธชาติ,   มาดามตวง,  ท็อป ดารณีนุช, พี่ก้อง ปิยะ,   โอ๊ต วรวุฒิ,   อ.วุฒิ ซิงกิ้งคิดส์ พี่แจง วราพรรณ และสามี,  ชุดาภา, โก้ มิสเตอร์แซกแมน,  คุณหมอสวัสดิ์และคุณหมอสวยจาก รพ.ไทยจักษุ, อีทีซีและแม่ๆ, พี่เอก จิระชัย กุลวาณิชย์,  พี่อ้อยและพี่หม่วย จากเชียงใหม่ ฯลฯ กราบขอบพระคุณทุกท่านที่มาและส่งพวงหรีดมาและขออภัยหากลงชื่อไม่ครบทุกท่าน ...
 
          ตั้งแต่สวดคืนแรกยันจ๊อกงเต็ก “อาม้า” แม่ใหญ่นั่งพับกระดาษเงินกระดาษทองไปร้องไห้ไปอยู่ท้ายศาลารวมกับญาติและเพื่อนบ้านนาง  นางเป็นธุระจัดการทั้งของเซ่นไหว้และเครื่องทำกงเต็ก ซึ่งเป็นกระดาษจำลองทั้งบ้านพร้อมคนใช้ รถพร้อมคนขับ ทีวีตู้เย็นจำเป็นต้องใช้ ที่โดนใจที่สุดคือ “โต๊ะเล่นนกกระจอก” พร้อมขาไพ่ 3 ขาและเงินทองอีกเต็มลิ้นชัก  (อันนี้แหละถูกใจเตี่ยจริงๆ) ... ถ้าจะให้ดีกว่านี้ควรจะเผานังนุชนาฎไปให้เตี่ย เพราะมันเป็นเจ้ามือเล่นไพ่ทีไรโดนเตี่ยกินทุกที!
 
          “ป๊ากินตังค์น้องมาเยอะแล้ว คราวนี้ป๊าต้องให้น้องถูกสัก 2 ตัวนะป๊านะ ...”   มันมโนเองแล้วเขียนตัวเลขของมันอย่างเมามันในวันหวยออก ... สุดท้ายมันก็ ... “ดูปากน้องณัชชาอีกทีนะคะ ... โดนหวยแดรก!”  ขณะที่คนเขาถูกหวยยกศาลา แค่กลับตัวเลขอายุเตี่ยนับจีนที่เต็งลั้ง (โคมจีน) เลข “81” ... ตกลงนังนุชมันอ่านไม่ออกหรือไม่มีดวงกันแน่!
 
          ขณะที่อาม้าง่วนเชียงหลีอยู่กับการพับกระดาษทุกวันแม่ฉันก็ง่วนอยู่กับการแต่งตัวโดยมีข้าวตูช่างแต่งหน้าของฉันคอยดูแลอย่างใกล้ชิด “เตี่ยมึงเพิ่งเสีย ช่วงนี้แม่มึงคงเศร้ามาก แต่กูเห็นสีลิปสติกที่ปากแม่มึงแล้ว ... กูว่าแม่มึงผ่าน!” ท็อป ดารณีนุช กระซิบกระซาบกับฉันก่อนจะปล่อยก๊ากแบบไม่เกรงใจเตี่ยกันทั้งคู่ (ถ้าเตี่ยอยู่ก็คงฮาแบบนี้!)
 
          แม้แต่ช่วงเผาเตี่ย แม่ก็ร้องไห้อย่างระมัดระวัง หน้าไม่เลอะสักนิด ... เศร้าส่วนเศร้า ... สวยส่วนสวย ... เป็นผู้หณิงอย่าหยุดสวยใช่มั้ยคะคุณตำรวจ!! ก็น่าเห็นใจแม่ที่เอาเวลาทั้งชีวิตอุทิศให้กับผัวจนไม่มีเวลาดูแลตัว จากนี้คงเป็นทีของนาง! ... ฉันหันมามองอาม้าที่ร้องไห้จนจะเป็นลมตอนเขาจะเผาเตี่ย ช่างน่าสงสารในความเป็นเมียหลวงของอาม้ นางกุลีกุจอทำทุกอย่างให้เตี่ยอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ไม่สนใจจะแต่งตัว (อยู่แล้ว) นางหัวยุ่งหน้าไม่แต่งในชุดดำ มีแค่วันเดียวที่นางแต่งมา เปลือกตากับแก้มสีส้ม สีเดียวกันเด๊ะ น่าให้ข้าวตูมาตีมือนัก! ... นางง่วนอยู่กับของเซ่นไหว้เพื่อให้ถูกต้องตามธรรมเนียมและดีที่สุดเท่าที่จะหามาได้ ทั้งคาวหวานไม่ให้ขาดรวมถึงกระดาษเงินกระดาษทองกองท่วมหัวที่นางเพียรพับไม่หยุดราวกับวันสิ้นโลก! ฉันมองเข้าไปในสิ่งต่างๆ ที่นางทำ ฉันมองเห็น “ความจงรัก” ที่อาม้ามีต่อเตี่ย แม้ไม่ได้อยู่ร่วมกัน ... แม้ไม่ได้อยู่ร่วมโลกเดียวกัน แต่ความรักจะยังคงอยู่ตลอดไป ... ความรักของอาม้าไม่ได้น้อยไปกว่าแม่ฉัน เพียงแต่นางไม่ได้ถูกเลือกให้อยู่ร่วมกันจนวันตาย จึงไม่มีโอกาสแสดงความรักความห่วงใยอย่างที่แม่ของฉันได้ทำ ... มันน่าเศร้าใจ! ... เรื่องราวของบุญกรรมที่คน 3 คน อาม้า เตี่ยและแม่ได้ทำร่วมกันได้จบลงแล้วในวันนี้ บัดนี้สามีของพวกนางได้ตีตราสังข์ไปเรียบร้อยแล้ว ... ผู้หญิง 2 คนกลับมาคุยกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ... แม้ความรักในตัวเตี่ยได้จากไป ... แต่ความเข้าใจของผู้หญิงที่ใช้ผัวร่วมกันได้กลับมา ... นี่คงเป็นสิ่งที่เตี่ยต้องการเช่นกัน
 
          ป่านนี้เตี่ยคงยืนยิ้มมองลงมาดูพวกเราจากที่ไหนสักแห่ง ... หรือไม่ก็ ... กำลังง่วนอยู่กับการเล่นนกกระจอกกับขาไพ่ที่ชุกซัว (ขึ้นสวรรค์) ไปก่อน ... หนึ่งในขาไพ่คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “อากง!”
 
.......................................
(หมายเหตุ 'เรื่องมันยาว (4)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)