
เอกเขนกดูหนัง:'Sabotage'
28 มี.ค. 2557
'Sabotage' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
ในช่วง 4-5 ปีให้หลังมานี้ ดารานักบู๊ยุค 80’s หลายคนหวนกลับมาคืนจออีกครั้ง โดยเฉพาะจากความสำเร็จมโหฬารของหนังชุด The Expendables (ที่กำลังจะมีภาค 3 ตามมาในกลางปีนี้) ไม่ว่าจะเป็น ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน, อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์, ดอล์ฟลุนด์เกรน และ บรูซ วิลลิส (อันที่จริงคนหลังนี่มีงานต่อเนื่องมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นหนังชุด Die Hard ทั้ง 5 ตอน และ Red อีก 2 ภาค) แต่ก็ใช่ว่าการกลับมาของดาราแอ็กชั่นยุค 80’s จะมาพร้อมความสำเร็จทุกเรื่องไป เพราะดูเหมือนว่ามีเพียงหนังรวมดาวคุณลุงนักบู๊ The Expendables เท่านั้นที่พอจะเรียกได้ว่า ‘ได้ตังค์’ แต่หนังที่ออกฉายไล่หลัง ล้วนแล้วแต่เข้าขั้นล้มเหลว ทั้ง The Last Stand ของอาร์โนลด์ Bullet to the Head ของซิลเวสเตอร์ (ส่วน ดอล์ฟ นั้นไม่ต้องพูดถึง ไม่เคยมีหนังฮิตกับเขานานมากแล้ว) แต่สำหรับลุงอาร์นี่และป๋าสไลด์นั้น โชคยังเข้าข้างเพราะเมื่อปีที่ผ่านมา หนังเรื่อง Escape Plan ที่ทั้งคู่ร่วมแสดงด้วยกันประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ความเป็นดารานักบู๊ผู้ร่วงโรย อาจจะหาหนังเล่นยากสักหน่อย (ต่างจากนักแสดงร่วมรุ่นอย่างแฮริสัน ฟอร์ด หรือ เมล กิ๊บสัน ที่ยังไปหากินกับหนังดราม่าได้) แถมความเป็นไอค่อนในแอ็กชั่นยุค 80’s ยังฝังภาพจำให้กับคอหนังชนิดฝังรากหยั่งลึก จนอาร์โนลด์และซิลเวสเตอร์ ไม่สามารถฉีกตัวเองไปเล่นหนังแนวอื่นได้แม้ทั้งคู่จะเคยลองอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็แทบไม่มีเรื่องไหนประสบความสำเร็จเอาเสียเลย (ยกเว้นร็อคกี้ 2 ภาคแรกของป๋าสไลด์) และไม่เพียงขยับขยายพื้นที่ไปสู่หนังแนวอื่นเท่านั้น หนังแอ็กชั่นแนวถนัดของทั้งคู่ก็มักย่ำอยู่ในร่องรอยเดิมๆ เป็นแนวบู๊ล้างผลาญ อาศัยความล่ำสันสูงใหญ่ของร่างกายได้เปรียบคู่ต่อสู้เอาชนะเหล่าร้ายทุกครั้งไป แต่เมื่อเวลาล่วงเลยกว่า 20 ปี รูปพรรณสัณฐานและสังขารย่อมย่อหย่อนไปตามกาลเวลา ไอ้ครั้นจะมาแลกหมัดลุ่นๆ เหมือนสมัยหนุ่มๆ คงจะไม่ไหว แต่เมื่อชื่อเสียงของดารารุ่นนี้ยังขายได้และบารมีมากพอ ผู้สร้างจึงต้องหาวิธีจับแนวทางถนัดของพวกเขา เอามาเป็นจุดขายอีกครั้งให้ได้ (และก็ทำสำเร็จมาแล้วจาก The Expendables ทั้งสองภาค)
แม้ความพยายามของ The Last Stand ที่จับเอาคนทำหนังเลือดใหม่จากเกาหลี คิม จี วูน มารับหน้าที่กำกับหวังจะไอเดียแปลกใหม่ในปลุกชีพหนังแอ็คชั่นยุค 80’s ให้กลับมารุ่งเรือง ต้องพบกับความผิดหวัง แถมยังตอกย้ำความล้มเหลวไปอีกเมื่อได้ วอลเตอร์ฮิลล์ ผู้กำกับมือเก๋าในยุค 80’s มาจับงานแอ็กชั่นแนวถนัดอีกครั้งแต่ก็ไม่วายที่ Bullet to the Head หาได้พบความสำเร็จไม่ แม้ ซิลเวสเตอร์ ยังมี The Expendables เป็นของตาย แต่สำหรับอดีตผู้ว่าอาร์นี่ย์แล้ว ดูเหมือนว่าเส้นทางกลับสู่งานแสดงของเขาไม่ค่อยจะสวยหรูนัก แม้หนัง Escape Plan จะเป็นที่น่าพอใจ แต่หลังจากนี้แล้ว อาร์นี่ ยังต้องวัดดวงต่อไป เพราะหนังเรื่องล่าสุดของเขาที่เข้าฉายสัปดาห์นี้พร้อมกันในหลายประเทศทั่วโลกอย่าง Sabotage ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจคอหนังรุ่นใหญ่ รุ่นใหม่ มากน้อยแค่ไหน
แม้พล็อตจะมาแนวเดิมไม่เปลี่ยนไปจากยุค 1980s มากนัก หรือการออกแบบฉากต่อสู้ก็ดูเหมือนจะถอดออกมาจากหนังยุค 80’s ชนิดที่เรียกว่าก๊อบปี้กันฉากต่อฉาก ไม่ว่าจะเป็นห่ากระสุนที่สาดใส่กันอย่างไม่บันยะบันยัง, การควบรถไล่ล่ากันอย่างเอาตาย (จริงๆ หนังแอ็กชั่นยุค 2000 หลายเรื่องก็มีแบบนี้ให้เห็น), เลือดปลอมเป็นลิตรๆ บาดแผลหรือสภาพศพชวนแหวะ ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นลายเซ็นต์โดดเด่นที่มักปรากฏให้เห็นในหนังยุค 80’s ที่ถูกนำกลับขึ้นจออีกครั้ง (อันที่จริง เควนติน ทารานติโน่ และโรเบิร์ตร็อดริเกซ ก็เคยทำหนังแสดงความคาราวะงานยุคนี้ในฐานะที่สร้างเป็นบันดาลใจให้พวกเขา) แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือความซับซ้อนยอกย้อนของบทหนัง ที่พยายามวางพล็อตให้เต็มไปด้วยหมากกล เต็มไปด้วยเล่ห์อุบายซ่อนปริศนาขมวดปมเพื่อเรื่องราวให้น่าติดตาม
แม้ Sabotage จะหยิบเอางานเขียนแนวสืบสวนสอบสวนอันลือชื่อของอากาธาคริสตี้ มาดัดแปลง แต่สุดท้าย การเล่นกับปมปริศนาฆาตกรกลับสร้างความรกเรื้อรุงรังให้กับตัวหนังจนเกินพอดี แม้หนังจะล่อหลอกด้วยการเล่นกับปูมหลังในใจของตัวละครและการทรยศหักหลัง กลับกลายเป็นหนังฉีกไปเล่าเรื่องอย่างอ้อมค้อม เสียเวลาน่าเบื่อหน่าย ก่อนจะกลับมาเผยโฉมหน้าวายร้ายพร้อมฉากแอ็กชั่นมันสะใจอย่างที่คอหนังบู๊ยุค 80’s คุ้นเคย (ที่สำคัญ ในซีเควนซ์สุดท้ายหนังมักจะมีฉากแอ็กชั่นก๊อกสองปิดท้ายให้ได้ลุ้นกันต่อ เหมือนในยุค 1980 อีกด้วย)
การปลุกชีพหนังแอ็คชั่นยุค 80’s ไม่ได้แค่พาคุณลุงๆ ไอค่อนแห่งยุคสมัยกลับมาเท่านั้น แต่ยังนำนักแสดงรุ่นใหม่ๆ มารับบทตัวละครสมทบเข้ามาประชันบทบาทกันเข้มข้น และมองอีกแง่ นักแสดงเหล่านี้ได้ช่วยประคับประคองและสร้างสีสันให้กับหนังได้อีกทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น แซม เวิร์ทธิงตัน ที่ดูล่ำสันกำยำผิดหูผิดตาจากที่เคยเห็นใน Avatar และ Clash of Titan รวมถึงนักแสดงเจ้าบทบาท เทอเรนซ์เฮาเวิร์ด และนี่เป็นหนังอีกเรื่องที่จะวัดดวงว่าลุงอาร์นี่ว่า เขาควรจะกลับมาเล่นหนังให้หายคิดถึงต่อ หรือกลับไปเล่นการเมืองเหมือนเดิม
.......................................
(หมายเหตุ 'Sabotage' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



