
มองผ่านเลนส์คม:'ณภัทรกับความจริงใจ'
20 มี.ค. 2557
'ณภัทรกับความจริงใจ' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening
สิ่งดีที่สุดสิ่งหนึ่งที่นักแต่งเพลงคนหนึ่งจะนำเสนอต่อผู้ฟังได้ ก็คือความจริงใจ
ผมนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาตอนที่ได้ฟังอัลบั้มของ นภัทร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ผมรู้จักกับบทเพลงของนภัทรมาเกือบ 10 ปีแล้ว ตอนนั้นเขามีอีพีชื่อชุด ผลไม้ หรือ Fruit ออกมาวางขายในงานแฟตเฟสติวัล ด้วยปกสวยๆ ที่เป็นภาพตัวเขานอนอยู่ท่ามกลางใบไม้หลากสี และด้วยความที่ผมเคยได้ยินเพลงสุดเพราะชื่อ เวลานี้ ของเขาผ่านหูมาบ้าง ก็เลยทำให้ตัดสินใจซื้องานของเขามาฟัง (ภายหลังเพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ไฮโซ ของ อาทิตย์ อัสสรัตน์ ด้วย)
แล้วมันก็ทำให้ผมได้พบกับบทเพลงที่อ่อนไหว ท่วงทำนองเชื่องช้า เสียงอะคูสติกกีตาร์ผสมผสานกับซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ล่องลอย เข้ากับการเขียนเนื้อเพลงและเสียงร้องอันบอบบางของณภัทร
นั่นคือทั้งหมดที่ผมจดจำได้เกี่ยวกับศิลปินอิสระคนนี้ แล้วกาลเวลาก็ผ่านไป พอได้ข่าวแว่วมาว่าเขามีอัลบั้มใหม่ออกมาอีกครั้งหลังจากทิ้งช่วงมาเนิ่นนาน ก็เลยรีบหามาฟัง
ปกอัลบั้มชุดนี้เป็นภาพวาดที่ถูกสกรีนลงบนผ้าอีกที ดูเหมือนว่าจะเป็นภาพพอร์เทรตของนภัทรนะครับ (ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจ จนได้มาเห็นหน้าตาของเขาในมิวสิกวิดีโอก็เลยรู้ว่ามันคล้ายกับภาพคนบนปกอัลบั้มนี้อยู่บ้าง) ที่น่าประหลาดใจก็คือทั้งบนหน้าปกและหลังปกไม่มีการบอกชื่อศิลปินและชื่ออัลบั้มแต่อย่างใด ราวกับจะให้ภาพนี้เป็นตัวแทนของชื่อศิลปินและชื่ออัลบั้มเลยทีเดียว แล้วพอพลิกไปหลังปกก็มีแต่รายชื่อเพลง 11 เพลงให้อ่านชื่อกันก่อนเท่านั้น
อัลบั้มชุดนี้อยู่ภายใต้สังกัด SO::ON ของโปรดิวเซอร์ฝีมือดีชาวญี่ปุ่น โคอิชิ ชิมิสุ ที่มีส่วนในการทำงานด้วยกันมาตั้งแต่อัลบั้ม ผลไม้ โน่นแล้ว
ในอัลบั้มนี้เพลงของนภัทรดูหลากหลายมากขึ้น ถ้าพูดถึงแนวดนตรีก็มีตั้งแต่โมเดิร์นป๊อปล่องลอยเหมือนชุดที่แล้ว (อย่างเช่นเพลง 30, Roads และ Underground ...ใช่ครับ คราวนี้เขามีเพลงภาษาอังกฤษด้วย) แต่ก็มีเพลงที่เป็นร็อกหนักๆ ที่ฟังดูคอนทราสต์กับเสียงของเขามากๆ อย่างเพลง ทางออก ที่แทนความอึดอัดของสังคมเมืองได้เป็นอย่างดี และเขายังมีเพลงชื่อ Somewhere ที่เหมือนเป็นงานทดลองทางอิเล็กทรอนิกส์แบบเท่ๆ มากกว่าจะเป็นเพลงให้ฟังเนื้อหา
อารมณ์รวมๆ ของเพลงในอัลบั้มนี้ยังคงดูอ่อนโยน อ่อนไหว และเต็มไปด้วยบุคลิกของคนช่างคิดฝัน แต่กระนั้นนภัทรก็ดูจะมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเยอะ อย่างในเพลง 30 นั้นชื่อเพลงคงหมายถึงตัวเลขซึ่งบอกวัยที่ผ่านพ้น เนื้อเพลงก็เล่าถึงมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อชีวิตมาถึงวัยหนึ่ง ในขณะที่เพลงชื่อ วิ่ง ก็พูดถึงการเดินทางของชีวิต วิ่งไปสู่จุดหมายหรือไปสู่หนไหน ในเพลงไม่ได้บอกแน่ชัด รู้แต่ว่าเรายังต้องวิ่งกันต่อไป
หากใช้คุณภาพหรือฝีไม้ลายมือมาเป็นตัววัด บทเพลงของนภัทรยังคงก้ำกึ่งอยู่ระหว่างงานที่เนี้ยบหรูกับงานที่เน้นความง่ายจริงใจแบบโล-ไฟ บางเพลงเราจะได้ยินกระทั่งเสียงแตกแ ปร่งของกีตาร์โปร่ง หรือการร้องที่ไม่เต็มเสียงของนภัทร แต่ในมุมกลับกัน ด้วยเนื้อหาที่เขาพยายามนำเสนอ และด้วยน้ำเสียงของเขา มันกลับดูเข้ากันได้เป็นอย่างดี คล้ายว่าทั้งดนตรี เสียงร้อง และเนื้อเพลงช่วยกันสร้างอารมณ์แบบเฉพาะตัวขึ้นมาได้
อย่างน้อยที่สุด ผมคิดว่ามีเพลงอยู่ 2 เพลงในอัลบั้มนี้ที่จัดว่าเป็นแทร็กที่น่าสนใจมากๆ ของวงการเพลงอินดี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมานะครับ เพลงแรกคือ ขอให้เธอ ที่เป็นบริตป๊อปฟังง่ายสบายอกสบายใจ นภัทรร้องอวยพรให้คนรักที่กำลังร้างลาได้พบกับโชคดี เป็นอารมณ์ยิ้มเศร้าๆ ที่น่ารักน่าชังมากๆ น่าจะเป็นเพลงที่ป๊อปที่สุดที่เขาเคยทำมา และป๊อปที่ดูจริงใจมากๆ ส่วนอีกเพลงคือ ดวงอาทิตย์ ที่มีเนื้อร้องไม่กี่ท่อน จังหวะเนิบช้า
เสียงเกากีตาร์ลอยละล่อง ฉายภาพชั่วขณะแห่งการครุ่นคำนึงของชายคนหนึ่งที่กำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับมาเนิ่นนาน เป็นช่วงเวลา 3 นาทีกว่าๆ ที่แสนงดงาม เศร้าสร้อย แต่ก็สวยงามจนรู้สึกกระทบใจได้มากมายเหลือเกิน
ไม่ว่าใครจะสนใจหรือไม่ ชอบหรือไม่ชอบ ฟังรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่อง แต่นี่คืออัลบั้มเพลงของชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ยังอ่อนไหว สับสน มีชีวิตที่ค้นพบบางสิ่งแล้ว แต่ก็กำลังตามหาบางสิ่งต่อไป และเป็นผู้ชายที่สามารถสื่อสารอารมณ์เหล่านี้ออกมาเป็นบทเพลงได้อย่างแสนจริงใจ
.......................................
(หมายเหตุ 'ณภัทรกับความจริงใจ' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)



