บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:'กล่องดูบอลมาแล้ว'

มองผ่านเลนส์คม:'กล่องดูบอลมาแล้ว'

19 มี.ค. 2557

'กล่องดูบอลมาแล้ว' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร

 
 
 
          เหลือเวลา 3 เดือน มหกรรมบอลโลกที่บราซิล ก็จะเริ่มต้นขึ้น และเชื่อว่าเมื่อใกล้เวลาคิกออฟ คงได้เห็นกระแสบอลโลกฟีเวอร์
 
          และในที่สุด อาร์เอสที่ได้สิทธิ์ในการบริหารคอนเทนต์ "ฟุตบอลโลก 2014" ก็เปิดตัวกล่องรุ่นใหม่ชื่อ "กล่องบอลโลก" รองรับทุกจานดาวเทียม สำหรับผู้ที่ต้องการรับชมบอลโลกแบบ "ครบทุกแมทช์" ซึ่งไม่ต่างจากแกรมมี่ เมื่อคราวที่ขาย "กล่องฟุตบอลยูโร" เช่นกัน
 
          ดั่งที่เราทราบกัน นับจากนี้ไป การจะรับชมทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับโลกแบบเดิมคือ ดูผ่านฟรีทีวีครบทุกแมทช์ จะไม่มีอีกแล้ว 
 
          ยกตัวอย่างการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในอดีตนั้น ดำเนินการโดย "ทีวีพูล" ที่เป็นตัวกลางเข้าไปซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด และเอามาจัดสรรเวลาถ่ายทอดให้สถานีโทรทัศน์ในเครือคือ 3, 5, 7, 9 และช่อง 11 
 
          ต่อมา ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 "เบียร์ช้าง" ในฐานะสปอนเซอร์หลัก ที่สนับสนุนการถ่ายทอดสดและบริษัททศภาค เจ้าของลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด ซึ่งเป็นการถ่ายทอดโดยไม่มีโฆษณาคั่น 
 
          แต่ทศภาคในฐานะบริษัทลูกของค่ายเบียร์ช้าง ก็ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาทำกลยุทธ์ Sport Marketing เพื่อสร้างแบรนด์เบียร์ช้าง มิได้มุ่งหวังที่จะทำธุรกิจโดยตรงกับสินค้าชื่อฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยูโร
 
          เมื่อเข้าสู่ยุคแกรมมี่และอาร์เอส เข้ามาบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลระดับโลก ย่อมมีแนวทางการดำเนินธุรกิจแตกต่างจากเบียร์ช้างอย่างแน่นอน
 
          สัปดาห์ที่แล้ว สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้จัดแถลงข่าวว่า บริษัทพร้อมใช้งบการตลาด 100 ล้านบาทสำหรับเปิดตัวกล่องรุ่นใหม่ชื่อ "กล่องบอลโลก" ในราคา 1,590 บาท รวมทั้งการถ่ายทอดสดการแข่งขัน และออกอากาศรายการพิเศษ ไฮไลท์ และรีรันบอลโลก 2014 
 
          อาร์เอสตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1 ล้านกล่อง!! 
 
          ส่วนข้อพิพาทในชั้นศาลเกี่ยวกับกรณี Must Carry อาร์เอสก็ให้คดีดำเนินต่อไปในการพิจารณาของชั้นศาล โดยยืนยันว่าปีนี้จะไม่มีปัญหาจอดำอย่างแน่นอน เพราะจะมีการถ่ายทอดการแข่งขันทางฟรีทีวี 2 ช่องคือ ช่อง 7 และช่อง 8 จำนวน 22 แมทช์ ประกอบด้วยแมทช์การแข่งขันที่สำคัญๆ รวมถึงพิธีเปิด และปิดการแข่งขัน
 
          ผู้ที่ซื้อกล่องซันบ็อกซ์ไปแล้ว ก็สามารถรับชมบอลโลกได้ โดยจะเป็นรูปแบบจ่ายค่าสมาชิก ซึ่งยังไม่สรุปว่าจะมีราคาเท่าใด 
 
          ว่าไปแล้ว ค่ายพีเอสไอ ที่มีฐานลูกค้าจานดำมากกว่าทุกค่ายขายจานดาวเทียม ก็ได้สิทธิ์ขายกล่องบอลโลกหรือ "กล่อง PSI O2" ในรูปแบบ HD ราคา 2,490 บาท 
 
          นอกจากนี้ พีเอสไอยังขายกล่อง CTH รุ่น CTH-PSI02 Digital HD ผู้ชมสามารถจ่ายเงิน เพื่อรับชมรายการของซีทีเอชได้แบบเดือนต่อเดือน มีให้เลือก 3 แพ็กเกจ โดยเฉพาะการชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลชั้นนำ 3 รายการ คือ พรีเมียร์ลีก ลาลีกา และฟุตบอลโลก ในระบบ HD 
 
          อย่างว่าแหละ ค่ายพีเอสไอมีฐานลูกค้ากว่า 16 ล้านกล่อง จึงเป็นที่หมายปองของผู้บริหารคอนเทนท์กีฬา ไม่ว่าจะเป็นอาร์เอสหรือซีทีเอช
 
          กล่าวถึงที่สุด ตลาด "เพย์ทีวี" บ้านเรา คอนเทนท์ฟุตบอลยังเป็นจุดขาย มากกว่าหนัง ดนตรี และวาไรตี้ทั่วไป
 
          ฉะนั้น บ้านไหนติดจานดาวเทียม หากอยากชมฟุตบอลโลกให้ครบทุกแมทช์ ก็เลือกซื้อกล่องดูบอลดังกล่าว และต้องเข้าใจระบบ "เพย์ทีวี" ผ่านดาวเทียมด้วย
 
          เรากำลังเข้าสู่ยุคเพย์ทีวีเต็มรูป และของฟรีไม่มีในโลก ยกเว้นคอนเทนท์ห่วยๆ ที่มีอยู่เกลื่อนในจานดำ 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'กล่องดูบอลมาแล้ว' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)