บันเทิง

'คนไทย... (ไม่)เป็นไรมากไหม???'

'คนไทย... (ไม่)เป็นไรมากไหม???'

18 มี.ค. 2557

'คนไทย... (ไม่)เป็นไรมากไหม???' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ

 
 
          ชีวิตคือการเดินทางจริงๆ ค่ะ...วันนี้หญิงยศมานั่งเขียนต้นฉบับอยู่ที่นครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ขามาก่อนขึ้นเครื่องบินก็เช็กอินกับ Foursquare แอพพลิเคชั่นถึงกับขึ้นมานี่คือสถิติใหม่ของคุณ เช็กอินที่สนามบินสุวรรณภูมิมาห้าอาทิตย์ติดต่อกันแล้วเนี่ย!!
 
          แต่ชีวิตนี้ต้องขอบคุณการเดินทางที่เปิดหูเปิดตาของหญิงให้กว้างขวาง ได้พบเจอผู้คนหลายชาติ หลายศาสนา ต่างสีผิว ต่างที่มา เข้าใจความเชื่อที่ทั้งเห็นต่างและคลับคล้าย แต่กลายเป็นว่าช่วงหลังๆมานี่ หญิงยศได้ยินกิตติศัพท์นักท่องเที่ยวชาวไทยไปในทางที่ไม่ค่อยจะดีนัก จำได้ไหมคะว่าเราเคยพูดเย้ยคนจีนว่าเสียงดังโช้งเช้งอย่างนั้นอย่างนี้ ว่าคนแขกชอบแซงคิวอย่างนี้อย่างนั้น พูดกันเพลินปากไป โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเดี๋ยวนี้เสียงพี่ไทยของเรานี่แหละดังกลบชนชาติอื่นเขาหมด เวลาไปต่อคิวเห็นยาวๆ ก็ชอบวิ่งไปจองที่ให้กันไว้ (จองที่นี่คือไม่ได้แซงสินะ) แล้วก็หัวเราะกันคิกคักว่านี่คือฉลาดล้ำเลิศมาก
 
          .... ต้องยอมรับนะคะว่าทุกวันนี้โลกมันย่อส่วนลงมา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ถูกลง วีซ่าหลายประเทศเปิดกว้างให้คนได้เดินทางเข้าไปได้โดยไม่ต้องยื่นคำขออนุญาตอีก คนไทยเราทุกวันนี้มีเงินไปเที่ยว แต่ไม่มีการเรียนรู้ที่จะให้เกียรติวัฒนธรรมต่างชาติ ต่างภาษา เวลาเก็บกระเป๋าเดินทาง เราไม่ได้เอาไปแต่เสื้อผ้านะคะ เราเอาวัฒนธรรมของเราไปเที่ยวด้วย นั่นก็คือ ฉันไม่สนหรอกว่า ที่ญี่ปุ่นเขาจะห้ามถ่ายรูปอาหารโดยเฉพาะประเภทปลาดิบและซูชิ เขาจะไม่ส่งเสียงดังหรือเขางดใช้เครื่องมือสื่อสารเมื่ออยู่ในรถไฟ ก็ในเมื่อที่บ้านเราทำได้ มานี่ฉันก็ต้องทำได้ อาหารต้องถ่ายรูป ถ่ายเสร็จต้องรีบเอาลง สายตาเจ้าของประเทศเขาจะมองว่าอย่างไร พี่ไทยตอบคำเดียว “ไม่เป็นไร” ก็ฉันยังไม่ว่าอะไร เธอจะเดือดร้อนทำไม ล่าสุดที่หญิงยศเดินทางไปมาเก๊า ช่วงต่อแถวที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีกฎเหมือนกันทั่วโลกว่าห้ามบันทึกภาพและห้ามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ กรุ๊ปคนไทยมาสัมมนาอะไรก็ไม่รู้ล่ะ เดินลงมาพร้อมกับยกมือถือขึ้นถ่ายรูป ส่งเสียงโหวกเหวก จนคนจีนเขาชี้หน้าว่าเอา พี่ไทยกลุ่มนั้นยังไม่รู้ร้อนหนาว ชี้ไปที่ป้าย “อ๋อ อ๋อ ห้ามใช้โทรศัพท์ ฮ่าฮ่าฮ่า เออ ก็ไม่รู้นี่เนาะ... ไม่เป็นไรหรอก” ตบท้ายด้วยการหัวเราะแก้เก้อกันดังลั่นชุดใหญ่ วันนั้นหญิงยศเห็นสายตาจากคนจีนที่คงกลับไปเม้าท์ต่อกับเพื่อนแน่นอนว่า “คนไทยนี่เสียงดังนะ” ที่เอ่ยมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่าไม่รักเพื่อนพี่น้องร่วมชาตินะคะ แต่เกรงเหลือเกินว่าชื่อเสียงของพี่ไทยเราจะถอยหลังลงคลองไปทุกที จากที่เคยเป็นคนไทยใจดียิ้มสวย ภาพมันชักจะกลายเป็นคนไทยไม่เป็นไรไปทุกวันเสียแล้ว 
 
          ไอ้คำว่า “ไม่เป็นไร” นี้ใช้นิดหน่อยพอได้ ใช้มากไปจะกลายเป็นเกราะป้องกันเราจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในที่ที่เราน่าจะได้เรียนรู้อะไรอีกมาก ลองดูนะคะ ลองเก็บคำว่า “ไม่เป็นไร” และบรรทัดฐานการใช้ชีวิตที่บ้านไว้ในลิ้นชักที่บ้าน เอาใจเปิดกว้างใส่กระเป๋าและลองเอาความรู้พื้นฐานของการเดินทางและประเทศที่เรากำลังจะไปใส่สมอง มองให้ลึก พร้อมให้เกียรติความต่างและเคารพความคล้ายคลึง หญิงยศเชื่อว่าคุณจะได้ประโยชน์จากการเดินทางมากกว่าแค่ยกมือถือขึ้นถ่ายรูปอีกเป็นไหนๆ 
 
          หญิงยศได้อ่านหนังสือของพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ตอนนั่งอยู่ในเครื่องจากเกาหลีมาที่อเมริกา ท่านพูดไว้น่าสนใจค่ะว่า คนไทยเรียนเก่ง เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยปริญญา แต่ว่าไม่ค่อยมีปัญญาชน คนที่มีปริญญาคือคนมีความรู้ แต่ปัญญาชนมีมากกว่านั้น หลายปีก่อนหญิงยศได้มีโอกาสเป็นตัวแทนขององค์กรอิสสระไปประชุมเรื่องทีวีดิจิทัลที่เกาหลี มีตัวแทนจากหน่วยรัฐไปด้วย เป็นท่านอะไรสักอย่าง ในวันสุดท้าย บรรดา “ท่าน” จากแต่ละประเทศต้องกล่าวสรุปและขอบคุณเจ้าภาพ “ท่าน” จากประเทศลาวลุกขึ้นกล่าวเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างน่ารัก สรุปใจความดีทุกอย่างน่าชื่นชม ถัดมาเป็น “ท่าน” จากไทย ท่านให้ผู้ติดตามแปลภาษาให้จากไทยเป็นอังกฤษ นั่นไม่จับใจเท่าคำกล่าวเริ่มต้นที่บอกออกมาว่า “ขอบคุณที่ให้ผมมาช็อปปิ้งที่เมียงดง แจ็กเก็ตนี่ถูกใจมาก..” เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ พลุ่กพล่ะ พละ เพล้ง เกร๊ง เกร๊ง นั่นคือเสียงร่างกายของหญิงยศที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วร่วงกราวไปอยู่กับพื้น... เอาล่ะค่ะ ต่อไปนี้คงต้องเริ่มใหม่ ให้เกียรติชนชาติอื่นที่ไม่ใช่เรา หยุดใช้คำต่างๆ ที่ดูถูกคนเช่น เจ๊ก เสี่ยว ลาว ยาวไปจนถึงนิโกร พูดจบแล้วยังทำหน้าไม่เป็นไรใส่ทับมาอีกนี่ เมื่อก่อนคงพอรับได้ แต่ในสมัยนี้มันหมดยุคไปแล้วจริงๆ เอาใจใส่กับกฎระเบียบเล็กๆ น้อยๆ มารยาทการใช้ชีวิตในแต่ละประเทศ ให้เกียรติต่อการปฏิบัติที่ไม่เหมือนบ้านเรา แล้วรับเอาสิ่งเหล่านั้นมาพัฒนาตัวเอง วิชาชีวิตบางอย่างไม่ได้สอนในห้องเรียน เรียนได้จากการเปิดหูเปิดตาให้กว้างขวางและมองลงมาที่จุดละเอียดอ่อนต่างๆ อย่างเข้าใจ
 
          คนที่ยังยืนยันจะพูดว่า ลาว ลาว ลาว... ระวังนะคะว่าต่อไปมันอาจจะกลายเป็นคำชม เพราะเขาวิ่งผ่านหน้าไปไม่รู้ตัวด้วยเออ... 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'คนไทย... (ไม่)เป็นไรมากไหม???' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)