
'คอนเสิร์ตฆ่าคนบนเวที'
13 มี.ค. 2557
'คอนเสิร์ตฆ่าคนบนเวที' : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว
พฤหัสที่ผ่านมา ได้เขียนถึงคอนเสิร์ตดี เดือนมีนา ที่มีทั้งเพลงลูกทุ่งลูกกรุงผสมผสานกัน แต่จะเน้นหนักไปทางลูกกรุงเสียมากกว่า ผมได้มีโอกาสไปดูสองงานด้วยกัน ซึ่งมีข้อคิดเห็นที่จะติงกันบ้างในฐานะคนรักเพลงเหมือนกัน และอยากให้งานคอนเสิร์ตดีๆ ที่ตั้งใจทำ มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด
ทิ้งท้ายเอาไว้เมื่อคราวที่แล้วว่า “...ขอให้ผู้จัดงานทุกงานพึงระวังคือ การที่ผู้จัดบางงานพยายามยัดเยียดหรือดันแขกรับเชิญที่ไม่ได้ผ่านการซ้อมอย่างหนักหรืออ่อนประสบการณ์มาขึ้นเวทีนั้น เปรียบเป็นการฆ่าแขกรับเชิญบนเวทีอย่างเลือดเย็นและเป็นการทรมานคนดูอย่างร้ายกาจเลยทีเดียว”
สิ่งที่ร้องขอไว้ ได้เจอเต็มๆในงานแรก คือ ฟรีคอนเสิร์ต "รู้รักสามัคคี เพื่อเพื่อนมนุษย์" จัดโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ต้องขออภัยที่เอ่ยถึง ด้วยความปรารถนาดี ไม่มีอคติกับใครแต่อย่างใด
ในช่วงแรกของงาน มีการเชิญสมาชิกชมรมอะไรสักอย่างที่บริจาคเงินขึ้นไปร้องเพลง แบบที่หลายคนไม่มีความพร้อม และบางคนก็ไม่ยอมมาซ้อมก่อนเวลา ทั้งๆ ที่นักร้องมืออาชีพหลายคน ก็ยังมาซ้อมในช่วงบ่าย
ผลก็คือ มีการขึ้นไปบนเวที ร้องเพลงกันแบบร้านคาราโอเกะ ผิดๆ ถูกๆ เพลงเดียวร้องพร้อมกันสองคน (ที่ไม่ใช่การร้องประสานเสียง) ซ้ำร้ายมีคนที่ร้องเพลง คนละคีย์กับดนตรี คร่อมจังหวะไปมาจนจบเพลง อย่างไม่สนใจว่าคนดูและนักดนตรีจะรู้สึกอย่างไร บางคนหิ้วแบ็กกิ้งแทร็กมาร้อง ตบหน้านักดนตรียอดฝีมือซะงั้น
ผู้จัดงานอย่าคิดว่าเป็นงานฟรี จะยัดเยียดอะไรก็ได้ให้คนดูก็ได้ ซึ่งการเชิญแขกที่บริจาคเงินมาขึ้นเวทีนั้น คนดูทำใจยอมรับได้ แต่ควรจะให้เกียรติแขกทำให้เขาดูดี มีเกียรติ โดยการจัดหาเวลา เชิญท่านเหล่านั้นมาซักซ้อมก่อน เพื่อจะได้ไม่ออกมาขายขี้หน้า แทนการขายเสียง เชื่อว่า ถ้าแขกผู้มีเกียรติบางท่าน ถ้าได้รับจากม้วนบันทึกชมวีดิทัศน์แล้ว ท่านจะเสียใจมิใช่น้อย ที่ถูกฆ่ากลางเวทีโดยไม่รู้ตัว
สิ่งดีๆ ในคอนเสิร์ตนี้ก็มีมากมาย อย่างในช่วงของศิลปินอาชีพ อาทิ ศิลปินแห่งชาติ สุเทพ วงษ์กำแหง จินตนา สุขสถิตย์ และนักร้องคุณภาพอย่าง รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ถ้าใครเข้าถึงเนื้อเพลงก็จะทราบว่า บางเพลงนั้นเลือกมาได้เหมาะสมกับงานและสถานการณ์บ้านเมืองยิ่งนัก อาทิ ครูสุเทพร้องเพลง “บ้านเรา” ที่ครูชาลี อินทรวิจิตร ประพันธ์ มีท่อนจับใจที่ว่า
“....บ้าน เรา แสน สุขใจ
แม้จะอยู่ ที่ไหนไม่สุขใจ เหมือนบ้านเรา
คำ ว่าไท ซึ้งใจ เพราะใช่ ทาสเขา
ด้วยพระบารมีล้นเกล้า คุ้มเรา ร่มเย็น สุขสันต์ ….”
ครูสุเทพ พูดเกริ่นบนเวที ได้อย่างคมลึก เหมือนเคย ส่วนรุ่งฤดี แพ่งผ่องใส เธอร้องเพลง “นักรบชายแดน” ที่ครูพยงค์ มุกดา ประพันธ์เนื้อร้องไว้ จากทำนองเพลงญี่ปุ่น มีท่อนหนึ่งว่า “.... ผู้ทำลายชาติ ศาสนา มหากษัตริย์ขอจงปี้ป่น ไทยทุกคน เห็นใจนักรบชายแดน...”
เพลงเหล่านี้ ฟังให้ไพเราะอย่างเดียวก็ได้ แต่ถ้าคิดตามลึกซึ้งก็ยิ่งดี งานนี้ คุณรุ่งฤดี มีปล่อยมุกให้ได้ฮาเป็นของแถมบนเวที จนพิธีกรแซวว่า เธอเปลี่ยนนามสกุลเป็น “เชิญยิ้ม” กันเลยทีเดียว มุกต่างๆเหล่านี้ ถูกใส่มาในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้งานดูสบายๆไม่เกร็งจนเกินไป นอกจากนั้นยังมีนักร้องคุณภาพ ทั้ง จิตติมา เจือใจ อุมาพร บัวพึ่ง ผุสดี เอื้อเฟื้อ จรวยพร จิตรีญาติ ทิพวัลย์ ปิ่นภิบาล อรวรรณ วิเศษพงษ์ วินัย พันธุรักษ์ ฉวีวรรณ ทองแย้ม ฯลฯ สลับด้วยนักร้องรับเชิญและนักร้องดาวรุ่งมาเป็นระยะๆ
ทราบมาว่า ศิลปินแห่งชาติ สวลี ผกาพันธ์ ได้เดินทางมาร่วมงานด้วยจิตใจกุศล และมีชื่อของท่านออกในสื่อด้วย แต่ในงานคอนเสิร์ต กลับไม่มีคิวให้ท่านเลย คุณสวลีจึงต้องเดินทางกลับไปอย่างน่าเสียดาย และคนดูเสียโอกาสในการรับชมนักร้องคุณภาพ เป็นเพราะผู้จัดงานกลับเทน้ำหนักไปให้นักร้องหน้าใหม่ ขับร้องกันคนละสองเพลง ในขณะที่นักร้องเสียงดีมีคุณภาพ อย่าง อรวรรณ วิเศษพงษ์ กับ ฉวีวรรณ ทองแย้ม ถูกตัดคิวเพลงออกไปเหลือคนละหนึ่งเพลง แต่ทั้งสองก็ขับร้องบนเวทีได้อย่างประทับใจแบบมืออาชีพ คนดูชื่นใจในน้ำใจของเธอ
งานในลักษณะเช่นนี้ หากไม่มีการประสานงานหลังเวทีที่ลงตัว โอกาสที่คิวต่างๆ จะดูมั่ว สับสนได้ง่าย แต่ถ้ามีพิธีกรบนเวทีที่แข็งแกร่ง ก็สามารถคุมเกมได้ แต่งานนี้ พิธีกรไม่ทำหน้าที่ที่ควรจะเป็น กลับไปแย่งบทบาทไปเป็นนักร้อง และหลายครั้งที่พิธีกรไปยืนบนเวทีคู่กับนักร้องในขณะที่ร้องเพลงอยู่เพื่อให้คนที่อยู่ข้างล่างเวทีถ่ายภาพคู่ให้ ราวกับคิดว่า นี่คือ เป็นเวทีร้านอาหารคาราโอเกะ ไม่มีคนนั่งดู
งานนี้มีนักร้องลูกทุ่งสามคนไปร่วมงาน คือ หนู มิเตอร์ รุ่งสุริยา เพ็ญนภา มุกดามาตร ขึ้นเวทีซึ่งก็ขับร้องได้ไพเราะและผ่านไปได้ด้วยดี คนดูก็เอ่ยปากชื่นชมกัน การแสดงออกมีความเหมาะสมพอดี
ฝากถึงสมาคมว่า หากมีการจัดงานในคราวต่อไป หากไม่มีงบประมาณพอ เชื่อว่า มีอาสาสมัครคนหนุ่มสาวที่พร้อมไปให้การช่วยเหลือได้สำหรับงานการกุศล ขอให้บอกมาทางโซเชียลเน็ตเวิร์กก็ได้ คนที่มีจิตอาสามีมากมาย และหลายคนก็รักศิลปินเพลงเหล่านี้ เขายินดีเต็มใจมาช่วย
พฤหัสหน้าจะเขียนถึงงานของชมรมคอนเสิร์ตเพลงแห่งสยาม ครั้งที่ 22 ที่กลุ่มเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่จัดถัดจากงานแรก 2 วัน ซึ่งเป็นงานที่มีเพลงในแนวเดียวกับงานแรกจะได้ทราบว่า คนรุ่นใหม่มีวิธีคิดหรือการทำงานอย่างไรกับเพลงลูกกรุงในวันนี้
.......................................
(หมายเหตุ 'คอนเสิร์ตฆ่าคนบนเวที' : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)



