บันเทิง

Oscar 86th

Oscar 86th

07 มี.ค. 2557

Oscar 86th : คอลัมน์เอกเขนกดูหนัง : โดย...ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

 
                      อันเนื่องมาจากการประกาศผล Academy Awards หรือรางวัลออสการ์ครั้งที่ 86 เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ผลรางวัลบางสาขายังวนเวียนอยู่ในหัว หวนให้นึกถึงหนังเรื่องที่ได้รางวัลยอดเยี่ยม นักแสดงบางคนที่แหวกคู่แข่งคนสำคัญมายืนสง่าบนเวทีในฐานะผู้ชนะ หรือกระทั่งผู้กำกับที่คว้ารางวัลมาครองแม้หนังตัวเองจะพลาดรางวัลสำคัญ เพราะเมื่อผมหวนกลับไปดูหรือหวนคิดถึงหนัง ที่ส่งให้เขาหรือเธอ ได้มีโอกาสขึ้นไปรับรางวัล ก็อดไม่ได้ที่อยากแสดงความยินดี ป่าวร้องปรบมือหรือพยักหน้าเห็นด้วยสิ่งที่พวกเขาได้รับ พร้อมกับยกย่องชื่นชม ยากมีส่วนสรรเสริญต่อสิ่งที่พวกเขาได้กระทำลงไปในโลกภาพยนตร์
 
                      ผมอุทานออกมาด้วยความดีใจเมื่อได้ยินคริสตอฟ วอลช์ ประกาศว่า นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ตกเป็นของ ลูปิต้า เอ็นยองโก วินาทีที่เธอกำลังก้าวขึ้นไปรับรางวัลบนเวที ฉากหนึ่งที่เธอร่วมแสดงในหนังเรื่อง 12 Years A Slave ก็ผุดพรายขึ้นมาในความทรงจำของผมทันที...
 
Oscar 86th
 
 
                      บท แพตซี่ย์ ทาสสาวผิวสี ที่ดูเหมือนสถานะทาสของเธอจะเขยิบขึ้นมาสูงกว่าทาสในไร่ฝ้ายคนอื่นๆ เพราะเธอไม่เพียงเก็บดอกฝ้ายในไร่ได้มากกว่าทาสคนอื่นๆ เท่านั้น ตกกลางคืนเธอยังเปลี่ยนสถานะกลายเป็นทาสบำเรอความใคร่ให้กับ เอ็ดวิน เอปป์ส เจ้านายผิวขาว ที่แอบหลบภรรยามาข่มเหงขืนใจเธอ บ่อยครั้งเข้าเขาก็ขยับฐานะทาสของเธอให้มีสิทธิ์ได้พักจิบน้ำชา และได้รับการปรนนิบัติจากทาสคนอื่นบ้าง
 
                      ในฉากที่ นอร์ธัพ พบกับ แพตซี่ย์ ระหว่างจิบน้ำชาแกล้มคุกกี้ กับสาวใช้ผิวสีอีกคน ท่าทีดูถือตัวและมองนอร์ธัพ อย่างดูแคลนของเธอ ทำให้เราคิดชิงชังกับทาสสาวนางนี้ ที่ดูถูกเพื่อนทาสด้วยกัน การได้ขยับฐานะเป็นเมีย(เก็บ)อีกคนของเจ้านาย หาได้มีเกียรติสูงกว่าทาสคนอื่น แต่เป็นเพียงเพราะเธอก็เป็นแค่ทาสสนองตัณหาของ เอปป์ส ผู้เป็นนายเท่านั้น แต่ในอีกฉากถัดมา แพตซี่ย์ ก็ทำให้เราต้องหลั่งน้ำตาด้วยความเวทนา เมื่อเจ้านายของเธอโมโหโกรธา หลังรู้ว่าเธอหายตัวไป ก่อนจะกลับพร้อมสบู่ก่อนหนึ่งเพราะเธอรู้สึกไม่สบายที่ตัวเหม็นเพราะถูกห้ามจากนายหญิง ภรรยาของ เอปป์ส ที่ไม่ให้เธอใช้สบู่อาบน้ำ เหตุการณ์ครั้งนี้กลับกลายเป็นว่า แพตซี่ย์ ต้องถูกเฆี่ยนตีเจียนตาย เพียงเพื่อสนองอารมณ์โกรธเกรี้ยวของเจ้านาย และตกเป็นเหยื่อความริษยาของนายผู้หญิง...การที่ตัวละครสักคนในเรื่อง สามารถบิดอารมณ์ผู้ชมไปอีกทางในเวลาแค่ไม่กี่นาที ด้วยวิธีพลิกการแสดงไปอีกด้าน ทั้งอารมณ์ สีหน้า แววตา น้ำเสียง การเคลื่อนไหวแทบจะทุกส่วนของร่างกาย สามารถสร้างมิติที่ซับซ้อนให้ตัวละครในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางชะตากรรมอันเลวร้าย ชนิดที่คนคนหนึ่งที่ไม่น่าจะอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยซ้ำ แน่นอนว่าความยอดเยี่ยมที่เกิดขึ้นกับตัวละครแค่ไม่กี่ฉากนี้ มันต้องมาจากการแสดงที่น่ามหัศจรรย์ ของแม่สาววัย 31 สัญชาติ เม็กซิกัน เคนย่า ผู้นี้...
 
 
Oscar 86th
 
 
                      ตัดกลับมาบนเวทีประกาศผลรางวัลออสการ์ ลูปิต้า เอ็นยองโก ขึ้นกล่าวขอบคุณขณะรับรางวัลได้อย่างน่าประทับใจ เธอของคุณตั้งแต่ตัวละคร แพตซี่ย์, โซโลมอน นอร์ธัพ ผู้เขียนหนังสือ 12 Years A Slave ตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ขอบคุณผู้กำกับ สตีฟ แมคควีน ขอบคุณเพื่อนนักแสดง ทั้งชิวิเทล อิจิโอฟอร์, ไมเคิล ฟาสบินเดอร์ เพื่อนๆ และครอบครัวของเธอ รางวัลออสการ์ของเธอครั้งนี้ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย หากแต่มาจากการฝึกฝน เรียนรู้ และความรักในการแสดงมาตั้งแต่ยังเด็กโดยการสนับสนุนของครอบครัว ลูปิต้าเรียนการแสดงมาตั้งแต่เด็ก อายุ 14 ก็มีโอกาสเล่นละครกับมืออาชีพโดยรับบทเป็นจูเลียต ในละครเวทีเรื่อง โรมิโอ แอนด์ จูเลียต ของคณะละคร ฟีนิกซ์ เพลเยอร์ที่เปิดแสดงในกรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า ก่อนจะข้ามมาเรียนต่อด้านภาพยนตร์และละครเวทีในสหรัฐอเมริกาที่วิทยาลัยแฮมไชร์ เคยทำงานในกองถ่ายหนังเรื่องดังอย่าง The Constant Gardener ที่เธอมีโอกาสร่วมงานกับเรล์ฟ ไฟน์ส และหนังเรื่อง The Namesake ของมิร่า แนร์ ผู้กำกับหญิงชาวอินเดียผู้โด่งดัง แม้จะผ่านงานแสดงในละครเวทีมาหลายเรื่อง แต่ลูปิต้า เล่นหนังและละครทีวีแค่ไม่กี่เรื่อง มีเพียงแค่หนังสั้นเรื่อง East River และ Shuga ละครทีวีดราม่าในเคนย่าที่ว่าด้วยการป้องกันปัญหาการติดเชื้อเอชไอวี จากนั้นก็ลองไปกำกับสารคดีและมิวสิกวิดีโอดูบ้าง ก่อนจะกลับมาเรียนการแสดงอีกครั้งที่โรงเรียนสอนการแสดงเยล ซึ่งที่นี่เอง ลูปิต้าได้มีโอกาสร่ำเรียนและฝึกปรือฝีมือการแสดงจนเก่งกาจ ถึงขั้นคว้ารางวัลเฮร์เชว วิลเลี่ยมส์ ไพรซ์ ซึ่งมอบรางวัลให้กับนักเรียนที่มีศักยภาพทางการแสดงอันโดดเด่น และก็ทำให้เธอได้รับเลือกให้ร่วมแสดงหนังเรื่อง 12 Years A Slave ในเวลาต่อมา
 
                      อีกหนึ่งสาขารางวัลที่อยากพูดถึงในออสการ์ปีนี้คือผู้กำกับยอดเยี่ยมที่ตกเป็นของ อัลฟองโซ คัวรอน จากหนังเรื่อง Gravity แม้ตัวหนังจะพลาดรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปอย่างน่าเสียดาย แต่สาขารางวัลทางด้านเทคนิคที่กวาดไปทั้งหมด ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า Gravity เป็นหนังที่สร้างสรรค์เทคนิคแปลกใหม่ให้กับโลกภาพยนตร์ และจะเป็นหนังที่ถูกจดจำและได้รับการพูดถึงไปอีกนาน งานด้านภาพทั้งหมดในหนัง ตั้งแต่การถ่ายภาพ เทคนิคพิเศษ ตัดต่อลำดับภาพ ได้สร้างคุณูปการใหม่ๆ ให้กับวงการภาพยนตร์โดยเฉพาะหนังอวกาศไซไฟ ที่อีกหลายเรื่องนับจากนี้จะได้ออกเดินรอยตามเทคนิคการถ่ายทำ ที่มีทั้งความสมจริง ความตื่นตาตื่นใจ อันจะนำไปสู่องค์ความรู้ใหม่ๆ ในการพัฒนาวงการภาพยนตร์ต่อไป และที่สำคัญเทคนิคที่ Gravity นำมาใช้ สามารถรองรับเนื้อหาและประเด็นในหนังได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะสุดท้ายหนังบอกกับเราอย่างมีนัยที่น่าสนใจว่า แม้มนุษย์จะมีวิวัฒนาการไปไกลสักแค่ไหน ก็เป็นเพียงเศษธุลี ที่ไม่อาจต่อกรและเอาชนะธรรมชาติได้แม้แต่น้อย การดำรงอยู่ของมนุษยชาติ เป็นเพียงวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่พยายามเอาตัวรอด ก่อนจะแตกดับและจุติใหม่ ต่อไปในห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลแค่นั้นเอง
 
 
...........................
 
(Oscar 86th : คอลัมน์เอกเขนกดูหนัง : โดย...ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)