บันเทิง

'วินซ์ วอห์น' กับบทพ่อลูกดก

'วินซ์ วอห์น' กับบทพ่อลูกดก

02 มี.ค. 2557

บันเทิงต่างประเทศ : 'วินซ์ วอห์น' กับบทพ่อลูกดก ใน 'Delivery Man'

 
                     วินซ์ วอห์น คือดาราหนุ่ม ที่ประสบความสำเร็จจากบทบาทนักแสดงหนังคอมเมดี้ ในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เขาเอาชนะใจผู้ชม ด้วยการแสดงตลกหน้าตายและอารมณ์ขันเจ็บแสบ ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของเขาไปซะแล้ว หลังจากที่ได้รับบทคนธรรมดาที่น่ารักมาหลายครั้ง ครั้งนี้ ดรีมเวิร์คส์ พิคเจอร์ส จับเขามารับบทบาทเป็น เดวิด วอซเนียค ในภาพยนตร์เรื่อง “delivery man” หรือในชื่อภาษาไทยว่า "ผู้ชายขายน้ำ" ซึ่งนี่คือการพลิกบทบาทครั้งสำคัญในฐานะนักแสดงของเขา ซึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทที่ได้รับในครั้งนี้ว่า
 
 
@ พูดถึงบทบาทของ เดวิด วอซเนียค ที่คุณแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้หน่อย ?
                     เดวิดทำงานกับน้องๆ และพ่อของเขาในธุรกิจเนื้อสดของครอบครัว หน้าที่ของเขา คือการส่งเนื้อไปตามที่ที่สั่ง ผมคิดว่าตอนที่หนังเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้น เดวิดเป็นคนที่ยังไม่โตครับ เขายังเป็นเด็กมากๆ ในหลายๆ แง่มุม และไม่ค่อยมีความรับผิดชอบแบบผู้ใหญ่สักเท่าไหร่ ตอนที่หนังเริ่ม เขาเพิ่งรู้ว่าแฟนตัวเองท้อง และในขณะเดียวกัน เขาก็มารู้ว่าเขามีลูก 500 กว่าคน จากสมัยที่เขาเป็นหนุ่มแล้วไปบริจาคให้กับคลินิก สำหรับผู้มีบุตรยากภายใต้นามแฝงว่าสตาร์บัคด้วย
 
 
@ เดวิดรู้ว่าตัวเองเป็นพ่อของเด็ก 533 คนได้อย่างไร ?
                     วันหนึ่งเขาทราบว่าตัวเองเป็นพ่อคนแล้วเพราะเจอหมายศาลเรียกตัว ศาลเรียกตัวเขาเพราะมีคดีที่เด็กจำนวน 142 คน รวมตัวกัน และอ้างว่าพวกเขามีสิทธิที่จะรู้ว่าใครเป็นพ่อแท้ๆ ของพวกเขา และหลังจากนั้น เขาก็ได้รับสมุดรวมประวัติของเด็กๆ ซึ่งทำให้เขาอยากรู้ว่า นอกจากเด็กๆ จำนวน 142 คนนี้แล้ว ยังมีเด็กคนอื่นที่เป็นลูกเขาหรือเปล่า และเด็กๆ เหล่านั้นมีสุขภาพและความเป็นอยู่อย่างไร เก่งอะไรบ้าง พวกเขารู้สึกแย่หรือหดหู่เกี่ยวกับเรื่องของตัวเองหรือไม่ ทำให้เดวิดตัดสินใจค้นหาเด็กที่เหลือ จนทราบว่ามีเด็กๆ จำนวน 533 คน ซึ่งป็นเด็กที่เกิดจากสเปิร์มที่เขาบริจาคไป
 
 
@ ผู้ชมจะได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ได้บ้าง ?
                     หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ความสัมพันธ์และการค้นหาเส้นทางของตัวเอง ดังนั้นมันก็เลยมีเรื่องอบอุ่นหัวใจมากมาย ผมคิดว่าโดยดีเอ็นเอของหนังเรื่องนี้ มีการมองโลกในแง่ดีมากมาย และผมคิดว่ามันเป็นแบบนั้น เพราะมันนำเสนอเหตุการณ์จริงบางอย่าง ที่ครอบครัวต่างๆ ต้องเผชิญ สิ่งที่คนต้องเผชิญในชีวิต ในการพยายามหาเส้นทางของตัวเอง และมุ่งสู่ความสำเร็จ หนังของเรานำเสนอสิ่งต่างๆ เหล่านี้ในรูปแบบที่สมจริงมากๆ แต่ผมคิดว่า มันก็ยังมีการมองโลกในแง่ดี ความอบอุ่นและความรักในหนังที่ทั้งทรงพลังและตลกมากๆ
 
 
@ คุณเข้ามาเกี่ยวข้องกับโปรเจ็กต์นี้ได้ยังไง ?
                     น้องสาวผมได้ดูหนังฝรั่งเศส ที่เป็นต้นฉบับของหนังเรื่องนี้ และชอบมันมาก แล้วหลังจากนั้น ผมก็มีโอกาสได้ดูมันด้วยตัวเอง ผมชอบมันมาก และมันก็บังเอิญว่า ผมได้พบกับมือเขียนบท ผู้กำกับ เคน สก็อต และผู้อำนวยการสร้างอังเดร รูโล แล้วผมก็รู้จักสเตซีย์ สไนเดอร์และสตีเวน สปีลเบิร์กที่ดรีมเวิร์คส์ เราตื่นเต้นกันมากกับโปรเจ็กต์นี้และเนื้อหาของเรื่อง ผมก็เลยรู้สึกดีที่มีคนเห็นพ้องในเรื่องมุมมองต่อหนังเรื่องนี้ ผมก็รู้สึกตื่นเต้นจริงๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน
 
 
@ คุณคิดยังไงกับบทหนังเรื่อง “delivery man” บ้างในตอนที่อ่านมันครั้งแรก ?
                     ผมคิดว่าบทหนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยม เพราะมันเต็มไปด้วยเรื่องตลกขบขันมากมาย แต่ก็สมจริงมากๆ ด้วย ผมคิดว่าคอนเซ็ปต์ของเรื่องก็พิเศษสุดจริงๆ ด้วย แค่คิดดูเล่นๆ ว่าคนเราจะต้องบริจาคสเปิร์มให้กับคลินิกผู้มีบุตรยากมากแค่ไหน ถึงจะมีลูกๆ จำนวนมากตามหาเขาขนาดนี้
 
 
@ คุณได้ร่วมงานกับเด็กหนุ่มจำนวนมากในภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นอย่างไรบ้าง ?
                     พวกเขายอดเยี่ยมครับ พวกเขามากองถ่ายด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและพวกเขาก็มีพรสวรรค์และทุ่มเทมากๆ การได้ดูพวกเขาทุกคนเป็นเรื่องมหัศจรรย์ครับ นอกจากนี้ พวกเขายังมีบทบาทโดดเด่นในเรื่องราวที่หลากหลายด้วย เพราะทุกคนมีโอกาสได้แสดงฉากเยี่ยมๆ ทั้งนั้นครับ
 
 
@ ในเรื่องนี้ได้ร่วมงานกับ มือเขียนบทและผู้กำกับอย่าง เคน สก็อต เป็นอย่างไรบ้าง ?
                     ผมคิดว่าเคนเป็นคนน่าเหลือเชื่อมาก ผมเป็นแฟนผลงานเขา เขาเป็นคนที่มีทักษะทุกอย่าง เป็นมือเขียนบทหนังที่เก่งมาก เขาสามารถใช้ถ้อยคำต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้เขายังเป็นผู้กำกับฯ ที่ยอดเยี่ยม สามารถออกแบบงานกล้องได้อย่างเฉียบคม สามารถสร้างบรรยากาศในการทำงานได้อย่างสนุกสนาน มีมุมมองสนุกๆ กับหลายสิ่งหลายอย่าง ที่สำคัญเขายังเป็นนักแสดงด้วย เขารู้ว่าจะคุยกับผมอย่างไร เพื่อให้ไอเดียของเขาสอดคล้องกับการแสดงของผม
 
                     จะสนุกสนานแค่ไหนติดตามชมภาพยนตร์เรื่องนี้ 13 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น