'โจ'แบเบอร์เพื่อชาวนาพาเมล็ดพันธุ์สามัคคี
'โจ'แบเบอร์เพื่อชาวนา พาเมล็ดพันธุ์แห่งความสามัคคี : เพ็ญนภา ดำเล็กรายงาน
แม้จะไม่ใช่คอนเสิร์ตใหญ่ที่กระแทกใจวัยโจ๋ แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า คอนเสิร์ต "แบเบอร์ เพื่อชาวนา by Joe & Kong and His Idol" ของสองนักร้องชื่อดังวงนูโว "โจ" จิรายุส วรรธนะสิน, "ก้อง" สหรัถ สังคปรีชา พร้อมเพื่อนพ้องศิลปินระดับตำนานของเมืองไทย ที่จัดขึ้น ณ สวนเบญจสิริ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เพื่อช่วยเหลือ "ชาวนา" ที่ประสบความเดือดร้อนจากโครงการจำนำข้าว เป็นคอนเสิร์ตที่มีบรรยากาศอบอวลไปด้วยน้ำใจของชาวไทยทุกคนที่เห็นถึงความลำบากของพี่น้องชาวนา ซึ่งเป็นเหมือนกระดูกสันหลังของชาติ
หลังจากสิ้นสุดคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น ล่าสุด "โจ-ก้อง" เดินทางไปปิดบัญชีเงินบริจาคที่ได้จากการเล่นคอนเสิร์ตเพื่อช่วยชาวนาเป็นจำนวนเงิน 4,344,529.07 บาท เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จากนั้น "โจ" เดินทางมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" ที่อาคารเนชั่น ทาวเวอร์ พร้อมเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชาวนาไทยว่า ก่อนหน้านี้เริ่มต้นเล่นคอนเสิร์ตเปิดหมวกมาก่อนแล้ว เนื่องจากเห็นข่าว นายประคอง ชูจันทร์ โดนยิงเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุม ตอนนั้นได้ติดตามข่าว ทราบว่านายประคองมีลูกสาว ทำให้รู้สึกสงสารมาก จึงมีความคิดในใจว่า ต้องแสดงสัญลักษณ์อะไรสักอย่างที่อยู่ในโหมดของความรัก
"ผมว่าโกรธได้ แต่เราอย่าทำบาป เราอาจจะหงุดหงิดได้ แต่ต้องหาสัญลักษณ์อะไรล่ะ ผมเลยคิดว่า ดนตรีนี่แหละ จึงคิดจะเล่นดนตรีเปิดหมวก โจทย์ตรงนั้น คือช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย พูดง่ายๆ ตำรวจก็ให้ ประชาชนก็ให้ เผื่อว่าตรงนั้นจะเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความสามัคคีให้เห็นว่าเราแสดงออกตรงนี้ได้ ครั้งแรกที่เราเปิดหมวกปรากฏว่าได้เกินกว่าที่เราคิด คิดว่าได้หลักหมื่นหลักแสนก็เก่งแล้ว ซึ่งในวันนั้นได้มาล้านต้นๆ ได้แบ่งเงินช่วยกันไปแล้วเรียบร้อย ได้ให้ทางเวทีประกาศ เพราะมีหน่วยงานหนึ่งที่เขาทำเพื่อส่วนรวมที่คนรู้จัก แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าต้องเป็น กปปส. จะให้เรามานั่งค้นว่าทะเบียนราษฎรว่าใครตายบ้าง คงไม่ไหว เนื่องจากเราเป็นนักดนตรี"
ศิลปินหนุ่มเล่าถึงความตั้งใจในการช่วยเหลือเพื่อนร่วมแผ่นดินต่อว่า การเล่นคอนเสิร์ตช่วยประชาชน หากใครจะโยงเรื่องการเมืองอะไรก็ว่ากันไป แต่โดยส่วนตัวไม่คิดอะไร เพราะการคิดจะช่วยคนรู้สึกอิ่มใจแล้ว ถ้ามีหน่วยงานอื่นที่คิดจะรับทำก็ดี แต่ไม่ได้คิดเรื่องการเมืองแต่อย่างใด ส่วนคอนเสิร์ตเปิดหมวกครั้งที่สอง คือ คอนเสิร์ตช่วยชาวนา เนื่องจากเห็นคนกินข้าวกับพริกในทีวี จึงคิดว่าน่าจะทำอะไรได้บ้าง ในเมื่อเป็นคนกรุงเทพฯ เป็นเหมือนเจ้าของบ้าน เมื่อมีคนมาบ้าน ธรรมเนียมคนไทยต้องเอาน้ำให้ดื่ม หาอาหารให้กิน จะให้คนมาเยี่ยมบ้านนั่งกินข้าวกับพริกในบ้านเราไม่ได้
"ผมมองเพื่อช่วยครัวชาวนาก่อน จึงตั้งชื่อคอนเสิร์ตว่า แบเบอร์ เพื่อชาวนา by Joe & Kong and His Idol ผมตามนักร้องคนอื่นไม่ได้เลย นักร้องรุ่นเด็ก รุ่นเล็ก ติดปัญหาเรื่องค่ายไม่ให้ยุ่งบ้าง ทำอะไรต้องระวังตัวไปหมด ผมจึงเอาไอดอลของผมที่อายุ 50 กว่า อย่าง พี่สุรสีห์ อิทธิกุล เพชร โอสถานุเคราะห์ วงกัมปะนี เขามาแบบยินดี ปรากฏว่าเราได้เงินมากกว่าที่คิด จริงๆ ครัวชาวนาแค่ซื้อผัก ซื้อไก่ เงินหลักแสนอยู่ได้เป็นเดือนแล้ว แต่ปรากฏว่าเงินได้เยอะ เราจึงช่วยคนที่เสียชีวิตด้วย"
โจยังเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทราบข่าวการตายของน้องๆ ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิด ความรู้สึกตอนนั้นแย่มาก จึงจะนำเงินตรงนี้ไปให้ด้วย ถึงบ้านจะมีเงินหรือไม่มีเงิน แต่อยากให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เงินที่ได้จะมอบให้คนที่เสียชีวิต ตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ที่มีฝ่ายประชาชนเสียชีวิต 3 คน ตำรวจ 1 คน และมีเด็กๆ ซึ่งได้ให้เลขาฯ จดรายชื่อไว้หมดแล้ว แต่รายได้จากคอนเสิร์ตที่ได้มานั้นจะให้ชาวนาเป็นหลัก โดยครอบครัวชาวนาที่ฆ่าตัวตายรายละ 2 แสนบาท รายชื่อที่เสียชีวิตตั้งแต่มีม็อบมามีรายชื่อหมดแล้ว จะมอบให้รายละ 1 แสนบาท
"สองกรณีนี้รวมกันเป็นเงินเกือบ 3 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะให้ในส่วนครัวชาวนา ใครที่เสนอไว้แล้ว มีรายละเอียดพร้อม เอาเงินไปช่วยค่าข้าวได้เลย โดยมารับเงินได้จากกอง กปปส. ตอนนี้ไม่อยากเอาเงินไว้ที่ตัวเอง ณ วันนี้ไม่อยากเห็นชาวนาเข้ามาในกรุงเทพฯ อยากให้กลับไปทำงานอยู่กับบ้านของเขา อยู่กับทุ่งนาที่เขามีความสุขที่สมบูรณ์ โดยไม่มีใครโกงเขา อีกทั้งอยากให้เรื่องจบโดยเร็ว"
แม้นักร้องคนดังจะอยากเจอชาวนาที่ประสบความเดือดร้อน แต่ด้วยภารกิจและงานที่รัดตัว ทำให้ไม่มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับชาวนา เพื่อเปลี่ยนผ่านความรู้สึกแห่งความทุกข์ยาก โดยโจบอกว่า ไม่เคยได้เจอชาวนาน เพราะไม่ได้ไปหา เพราะการช่วยเหลือไม่จำเป็นต้องเจอตัวก็ได้ เพียงให้รู้ว่าช่วย หรือไม่รู้ก็ได้ หากเปรียบเทียบกับอาหาร สิ่งที่ชาวนากินไป วันนี้อาหารอร่อย แต่อาจไม่รู้ว่า อาหารอร่อยมาจากไหน แต่ขอให้รู้ว่า อร่อยและอิ่ม แค่นี้ก็ดีใจแล้วที่ได้ช่วย ทำให้รู้สึกจิตใจเย็น
ส่วนคอนเสิร์ตช่วยชาวนาจะกลับมาอีกครั้งหรือไม่นั้น ศิลปินชื่อดังยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนตอบว่า ตอนนี้ขอวิงวอนว่า อย่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก เพราะไม่อยากร้องเพลงซ้ำๆ อีกทั้งตอนนี้ขอพักก่อน เพราะหากคิดทำอะไรต้องมีความพอดี ส่วนตัวมองว่า การช่วยชาวบ้านจากอุทกภัยเป็นเรื่องง่าย แต่การช่วยอะไรที่เกิดจากการเมืองมันยาก เพราะการช่วยอินไซด์เอาท์ มีอะไรช่วยเลย แต่ถ้าเอาท์ไซด์อิน กลัวจะไปผูกกับการเมือง ควรอยู่บ้านเฉยๆ อย่าทำ แต่สำหรับตัวเองอินไซด์เอาท์แล้วออกไปทำทันที
ฟังมุมมองความคิดของนักร้องหนุ่มวงนูโวแล้ว ต้องขอปรบมือยกนิ้วให้ พร้อมขอชมเชยด้วยใจจริงแบบแบเบอร์ไม่มีเม้ม "นายแมนมาก"
................................
(หมายเหตุ :'โจ'แบเบอร์เพื่อชาวนา พาเมล็ดพันธุ์แห่งความสามัคคี : เพ็ญนภา ดำเล็กรายงาน)



