บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'คุณหมอที่รัก(1)'

เล่นหูเล่นตา:'คุณหมอที่รัก(1)'

24 ก.พ. 2557

'คุณหมอที่รัก(1)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
 
          “เป็นอะไรครับ”
         
          นายแพทย์วัยกลางคนหน้าตาบอกความรู้สึกไม่ร้อน ไม่หนาว ไม่หือ ไม่อือ เงยหน้าจากโต๊ะทำงานขึ้นมามองหน้าฉันพร้อมคำถาม นึกอยากจะตอบไปว่า “เป็นนักร้องสาวสวย ก็เกรงว่าจะไม่ใช่เวลา  ถ้ารู้ว่าเป็นอะไรจะมาหาหมอทำไมล่ะคะ ป่านนี้ก็ซื้อยาหมอตี๋กินหายไปแล้วอ่ะเซ่” อยากตอบไปแบบนี้จริงๆ แต่ก็ทำได้แค่ ...
 
          “ไม่สบายคะ เหนื่อยง่าย ใจเต้นเร็ว ...”
 
          ฉันตอบไปตามมารยาท ถ้าจะให้ตอบตามความจริงก็จะเป็นคนละเรื่อง ...
 
          “เหนื่อยง่าย ใจไม่อยู่กับตัว มันจะเต้นเร็ว เต้นรัว กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงเปลี้ยปวกเปียก คอจะเอียงไปซบคนที่อยู่ตรงหน้า อาการจะรุนแรงและกะทันหันตามความหล่อของต้นเหตุ!”
 
          ถ้าบอกหมอไปอย่างนั้น หมอคงไล่ไปหาหมอสูติฯ หรือไม่ก็ให้ยาระงับประสาทมากินแก้เพ้อ แล้วแถมคาลาไมน์เอาไว้ทาบรรเทาอาการคันแล้วมะ!
 
          “ดูจากอาการและผลกราฟหัวใจ ยังบอกอะไรไม่ได้ ต้องตรวจให้ละเอียดกว่านี้ ...” สีหน้าและน้ำเสียงช่างเย็นชาเหมือนว่าฉันกำลังดูถูกผู้ชายบอกเลิกซึ่งหน้า ปัจจุบันก็ยังไม่รู้ อนาคตก็ยังมองไม่เห็น ... ผิดกับผู้ชายอีกคนที่ฉันเพิ่งไปพบมาก่อนจะมาหาผู้ชายเย็นชาคนนี้ ...
 
          “เป็นอะไรครับ”
 
          ผู้ชายหน้าตาหล่อแบบคมเข้ม มีรอยยิ้มขี้เล่นและแววตาน่าค้นหาหลังแว่นกรอบดำมียี่ห้ออันนั้น เขาสวมเสื้อลายสกอตสีน้ำเงินพับแขนขึ้นดูทะมัดทะแมง สวมรองเท้าวัยรุ่นยี่ห้อ Camper สีน้ำตาล ... จากหน้าไปหาเท้าไม่กี่วินาทีที่ฉันจะมีเวลาคัดกรองความมีเสน่ห์ของเขาจนลืมความเจ็บป่วยที่ฉันพกพามาให้เขาช่วยรักษา
 
          “วุ้ย ... หล่อ”
 
          ถ้าจะมีใครสังเกตเห็นแววตาฉันที่วับวาบเป็นประกายเหมือนใครจุดพลุเฉลิมฉลองอยู่ข้างในหัวใจเต้นรัวขึ้นจากที่เต้นเร็วผิดปกติอยู่แล้ว เวลานั้น ... ฉันเป็นคนไข้ที่มีชีวิตชีวาที่สุด! และคงไม่มีใครสังเกตเห็นอะไรภายใต้สีหน้าซีดๆ เหมือนอาซิ้มมารอรับการรักษาจากบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ... ไม่ทันที่ฉันจะตอบ คุณสีเกด ผู้จัดการ ก็บอกอาการเป็นฉากๆ ราวกับเป็นคนไข้เสียเองด้วยสีหน้าและแววตาปลื้มปริ่มจนออกนอกหน้า ฉันปรายตามองผู้จัดการของตัวเองแว้บหนึ่ง ... “นี่คือการปาดหน้าเค้ก ใช่มั้ยสีเกด!” ฉันนึกในใจกับอาการจกซึ่งหน้าของนาง เวลานี้ไม่มีลูกพี่หรือลูกน้อง ของแบบนี้ใครดีใครได้ จกได้จกไป! ... ต้องเข้าใจสมัยนี้ผู้ชาย 1 คนต่อชะนีเกือบ 80 คน ... มันคงต้องออกแรงสุดชีวิตกันล่ะ แล้วก็ไม่มีวันรู้ว่าเราจะได้เจอ “ผู้ชาย” คนนั้นเมื่อไหร่! แต่ขอให้พยายามทุกครั้งที่มีโอกาส “อย่าปล่อยให้เธอลอยนวล” ... ผู้ชายหล่อเข้มหน้าเปื้อนยิ้มคนนี้คงไม่รู้ว่ามีงูพิษอยู่ 2  ตัวในห้องตรวจโรค ... ไม่รู้น่ะดีแล้ว!
 
          “ขึ้นนอนบนเตียงเลยครับ เดี๋ยวหมอจะได้ตรวจ”
 
          ฉันกับสีเกดหูผึ่ง เพราะไม่ได้ยินคำว่า “ขึ้นเตียง” มาร่วม 10 ปีแล้ว ถ้าไม่กลัวน่าเกลียดฉันว่าสีเกดจะแย่งปีนขึ้นเตียงอย่างไม่ไว้หน้าใคร ฉันเหลือบมองนางๆ ทำตาปริบๆ คงนึกอยากให้ตัวเองเท้าบวมตอนนี้ ... ฮึ! ไม่ทันแล้วมะสีเกด! ฉันตะกายขึ้นเตียงช้าๆ สภาพเหมือนตะกวดอ้วนตัวเมียตะกายขึ้นตลิ่งในบ่อน้ำที่สวนลุมฯ นอนราบบนเตียงเหมือนอาจารย์ใหญ่ที่รอให้หมอมาหาความรู้จากซากร่างนั้น นิ้วมือเรียวยาวกดลงบนข้อเท้าและไล่มาที่น่องของฉัน เขาถามว่า เจ็บมั้ยครับตรงนี้ ... ฉันตอบว่า “หึ” แล้วเขาก็เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานนั่งลงบนเก้าอี้ แล้ววินิจฉัยสิ่งที่ตรวจไป ...
 
          “เส้นเอ็นอักเสบครับ ภาษาไทยโบราณเรียกว่า “รองช้ำ” เกิดจากเดินมากไป”
 
          “นี่ไง ... น้องก็เป็นอยู่”
 
          เสียงสีเกดแทรกขึ้นมาร่วมบทสนทนาอย่างไม่ได้รับเชิญ แล้วก็ชวนผู้ชายคุยจ้อยๆๆๆ ปล่อยให้ฉันนั่งบื้อเป็นอาอึ้ม ... ตกลงใครมาหาหมอกันแน่ฟะ? ในที่สุดฉันจึงตัดบทก่อนที่นางจะบรรลุเป้าหมายได้เบอร์ผู้ชายไป ...
 
          “ไปกันเถอะทำคุณหมอเสียเวลามานานแล้ว เดี๋ยวคนไข้คนอื่นจะรอ” นั่นคือเสียงออดหมดเวลาแต๊วผู้ชายอย่างเนียนๆ ของสีเกด 
 
          ฉันเข้าไปนอนบนเตียงในห้องกายภาพบำบัดให้น้องผู้หญิงบำบัดความบวมของเท้าและหลัง เสียงสีเกดคุยเจื้อยแจ้วเรื่องผู้ชายกับนังนุชนาฎที่ไม่ได้เข้าไปห้องตรวจด้วย
 
          “หมอนะ หล่อม้ากเลยอีนุช มึงไม่ได้เห็น”
 
          “หมอชื่ออะไรเดี๋ยวจะออกไปส่องดู ถ้าไม่เจอไปหาดูที่บอร์ดรายชื่อหมอก็ได้”
 
          น้องที่ทำกายภาพบำบัดให้ฉันได้ยินพวกเราเม้าท์ซี่ผู้ชายจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติม
 
          “เป็นหมอที่หน้าตาดีที่สุดของตึกนี้เลยคะ ใครๆ ก็ชอบ   หมอก็น่ารักด้วย ไม่ดุ เป็นหมอหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ 2 ปี เอง วันธรรมดา 4 โมงเย็นหมอก็ออกเวรแล้วค่ะ ว่างๆ หมอก็ออกไปปั่นจักรยาน เขากำลังฮิต”
 
          ถ้าฉันทำส่วนอื่นของร่างกายต่อพวกเราคงรู้วันเดือนปีเกิดและประวัติครอบครัวชื่อพ่อแม่พี่น้องของหมอเป็นแน่ สิ่งสำคัญที่ควรรู้แต่กลับไม่รู้คือ “หมอมีแฟนรึยัง?” ช่างเถอะ! จะมีรึเปล่าเราไม่สน ในเวลาตรวจโรคหมอเป็นของพวกเรา แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็เป็น ... “ช่วงเวลาที่ดีที่สุด”
 
          “ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้างๆ เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างมาด้วยกัน นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน ... เพราะเธอ” (เพลง ช่วงที่ดีที่สุด : บอย โกสิยพงษ์)
 
          บทเพลงที่ดังขึ้นในหัวเมื่อสีเกดและนุชนาฎพาฉันขึ้นรถขับออกจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ... ที่ๆ ทำให้พวกเราได้พบกับ “คุณหมอที่รัก” “คุณหมอสุดหล้า” ผู้ชายที่ทำให้เรารู้ว่า “กระทันหัน” มันเป็นเช่นไร
 
          “เป็นครั้งแรกที่มันรักใครไปโดยไม่ต้องคิด 
 
          ไม่สนว่าตอนสุดท้ายผลมันจะถูกหรือผิด
 
          เธอไม่รู้ไม่เป็นไร
 
          ขอแค่ให้ใจได้แสดงความจริงข้างในที่ฉันมีต่อเธอ”
 
          ป.ล. ต้นฉบับนี้เขียนในช่วงที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนพุ่งกระฉูด จึงออกแนวเพ้อมากกว่าจะเป็นจริง ... จะเอาอะไรกับคนอย่างฉันที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล! 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'คุณหมอที่รัก(1)' : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)