บันเทิง

'สมาคมคนเหนือ'ติง!'คุ้มนางครวญ'ไม่ให้เกียรติ

'สมาคมคนเหนือ'ติง!'คุ้มนางครวญ'ไม่ให้เกียรติ

21 ก.พ. 2557

'สมาคมคนเหนือ'ติง!'คุ้มนางครวญ'ไม่ให้เกียรติ วอนให้คำนึงรายละเอียดเล็กๆน้อยให้มาก

              ฉายมาหลายตอนแล้วสำหรับละคร “คุ้มนางครวญ” ทางช่อง 5  ที่นำแสดงโดย "ตูมตาม" ยุทธนา เปื้องกลาง  และสาวิกา ไชยเดช   มีผู้กำกับอย่าง สถาพร นาควิไลโรจน์ ซึ่งละครผีแฟนตาซีอ้างอิงเหตุการณ์ในอดีตทางภาคเหนือ ซึ่งคนทางภาคอื่นดูคงจะมีความรู้สึกสนุกดี แต่สำหรับคนทางภาคเหนือแล้วไม่มีรู้สึกเช่นนั้น

             อย่างเช่นเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมาเฟซบุ๊ก"สมาคมคนเหนือ" ได้โพสต์ข้อความว่า "สร้างหนัง-ละคร ควรศึกษาข้อมูลดีๆจะได้บ่หมิ่นเกียรติกั๋น หื้อเกียรติกั๋นหน้อยเต๊อะ คนสร้างหนัง-ละคร จาก หมู่เฮา “สมาคมคนเหนือ” ถึงละคร“คุ้มนางครวญ”

             เป็นแฟนละครเอ็กแซ็กท์มานานแล้ว มีเรื่องที่ประทับใจหลายเรื่องมาก โดยเฉพาะ คู่กรรม นั้นทางเอ็กแซ็กท์ดูละเอียดลออ น่าประทับใจมาก จนมาถึงวันนี้คิวของละครพีเรียดแฟนตาซีเรื่องคุ้มนางครวญ ที่เราเฝ้ารอมานานเพราะเป็นแฟนละครแนวนี้อยู่แล้ว

             เมื่อได้ดูละครแล้ว เริ่มแรกชอบมากนะ นักแสดงทุกตัวเล่นถึง แม้แต่ตูมตามที่ก่อนดูนั้นมองว่าไม่ค่อยเหมาะกับบท แต่พอเอาเข้าจริงก็เล่นได้ดีพอสมควร แล้วก็มาถึงตอนที่เราอึดอัดขัดใจมาก เริ่มตั้งแต่ตอนที่ 3 แต่เราก็ให้โอกาสนะ อย่างที่บอกว่าชอบละครแนวนี้อยู่แล้ว จนมาถึงตอนที่ 5 ฝืนตัวเองไม่ไหวค่ะ เลยยุติการดูละครเรื่องนี้เอาไว้เพียงเท่านี้นี้ คิดว่าละครเรื่องนี้สนุกค่ะ แต่เรารู้สึกว่าการถ่ายทอดออกมานั้น ทำให้คนดูตีความภาพลักษณ์เมืองล้านนาผิดไปจากความจริงมากเกินไป

             แรกทีเดียวเราก็กลัวจะตีเจตนาเขาผิดก็เลยตามเช็คเนื้อเรื่องย่อจากเว็บไซต์................ต่อไปนี้เราจะพูดถึงสิ่งที่เราห่วงใย...

             ในเรื่องย่อบอกว่าคุ้มซึ่งเป็นฉากของเรื่องมีอายุประมาณ 200 ปี ก็ราวๆปี 235... และถ้าวิเคราะห์จากการที่เจ้าเก็จถวาซึ่งอายุ 70 ปีและเจ้ายอดหล้าเป็นย่าของเจ้าเก็จถวาแล้ว เจ้ายอดหล้าน่าจะเกิดประมาณปี 2447 เหตุการณ์ก็น่าจะอยู่ในช่วงปี พ.ศ.2460-2465 เพราะเป็นปีที่เจ้ายอดหล้าอยู่ในวัยสาว เหตุการณ์จริงตรงกับรัชสมัยที่เจ้าแก้วนวรัฐ(พระบิดาของเจ้าอุตรการโกศล น้อย ศุขเกษม)เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ จริงๆเราจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าในเรื่องไม่บอกชัดเจนว่าตัวละครเป็นเจ้าและฉากปัจจุบันอยู่เชียงใหม่ สร้างเมืองสมมติชายขอบโลกอะไรก็ว่าไป จะคิดน้อยกว่านี้ แต่พอมีการบ่งชัดดังนี้แล้วมันทำให้เราดูละครอย่างไม่สบายใจจริงๆ

             ไม่รู้นะว่านิยายเรื่องนี้กับบทละครมีความแตกต่างกันแค่ไหน แต่เราอยากจะฝากไว้พิจารณาเผื่อจะทำละครเรื่องต่อไป ว่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมีความสำคัญมาก มันกระทบจิตใจของคนมาก เรามานั่งบรรยายความรู้สึกเนี่ย ไม่ใช่เพราะเราแยกเหนือแยกใต้หรอกนะ เราก็เป็นคนไทย รักชาติไทย แต่เราเกิดมาจากบรรพบุรุษชาวล้านนา เราชื่นชอบวัฒนธรรม ประเพณีและการปลูกฝังของคนล้านนาโบราณ เราจึงไม่ต้องการให้ใครมาเข้าใจผิดๆ การทำละครโทรทัศน์เป็นการเผยแพร่แนวคิดที่ดีมาก ไปได้ไวและไกลมาก เราจึงอยากให้มีความละเอียดลออกว่านี้ เพราะจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย

             เรื่องแรกที่เราสะดุดใจคือ บทครูบาสรี รับบทโดย ศรุต วิจิตรานนท์ เราไม่เข้าใจอย่างมาก ว่าตัวละครตัวนี้เป็นพระหรือไม่ แต่งตัวคล้ายพระ คนทั่วไปเรียกว่าครูบา แต่เจ้าดารารายเรียกว่าท่านน้า แม่ของเจ้าดารารายเรียกว่าท่านตา แทนที่จะเป็นหลวงตา ตุ๊ลุง ตุ๊อุ๊ยอะไรก็ว่าไป แต่ประเด็นที่เราติดใจคือ การที่คนทั่วไปเรียกว่า ครูบา ทางล้านนานั้น ครูบาเป็นตำแหน่งทางพระสงฆ์ที่สูงส่งมาก ท่านจะต้องเป็นพระดี เป็นครูบาอาจารย์สอนพระทั้งหลาย อีกทั้งต้องปฏิบัติดี และที่สำคัญคำว่าครูบานี้จะตั้งเองไม่ได้ จะต้องเป็นที่ยอมรับในวงกว้างจริงๆ อาทิ ครูบาศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนา เป็นต้น ไม่ใช่เพียงแค่คำเรียกขานเท่านั้นค่ะ แต่การที่ครูบาสรีทำเสน่ห์ยาแฝดช่วยดารารายให้แย่งคู่หมั้นพี่สาวตัวเองน่ะ คงจะไม่ใช่กิจที่ดีของสงฆ์ละ (อันนี้พูดในฐานะที่เรียกว่าครูบา) พระสงฆ์ที่ดีต้องโปรดสัตว์ มีเมตตา ละเว้นทางโลก ไม่ใช่แบบนี้ ห่วงเรื่องนี้มาก ห่วงคนจะเข้าใจคำว่า “ครูบา”ผิดๆ

             ถัดไปคือตัวละครสองพี่น้อง ยอดหล้ากับดาราราย ทั้งสองนางเป็นเจ้านางธิดาเจ้าผู้ครองนครนามว่าแสนหลวง (อ้างอิงจากเรื่องย่อว่า ภายในท้องพระโรงหอคำหลวง อันงดงามอลังการ แท่นคำสูงตระหง่าน แสงอัจกลับแก้วทำให้ห้องมลังเมลือง เจ้าหลวงแสนอินทร์ประทับบนแท่นคำ แวดล้อมด้วยแสนหลวง นางใน ด้านหนึ่งเป็นวงมโหรีหลวงบรรเลงเพลงขับกล่อม

             พวกข้าหลวงเฝ้านั่งเรียงรายเป็น 2 แถว ตรงกลาง พระยาพิชิตชัย หลวงเทพ ขุนกล้าและคณะทูตอีก 4-5 คนเข้าเฝ้า พระยาพิชิตชัยคุกเข่าชูพานพระราชสาส์นสูงเหนือศีรษะ คลานเข่าเข้าไปยังแท่นคำ เจ้าหลวงแสงอินทรโน้มกายมารับสาส์นแล้วยกขึ้นเหนือศีรษะแสดงความเคารพ พระยาพิชิตชัยถอยกลับเข้าที่ สาส์นถูกวางบนพานสูง เจ้าหลวงแสงอินทรมองดูหลวงเทพอย่างพอใจ หลวงเทพรู้ว่าตนเป็นเป้าสายตาก็พยายามนิ่งไว้"

             หลังจากนั้นได้มีผู้แสงความคิดเห็นท้วงติงเป็นจำนวนมากอย่างเช่น Sayan Numlad - ร้องเรียนกระทรวงวัฒนธรรมเลยครับ

             ขณะที่ Weerapon Jainakaew เห็นว่า "ผู้ผลิตขาดความรอบคอบอย่างยิ่งครับ คราวที่แล้วก็กรณีละครวันนี้ที่รอคอย ที่มีการดัดแปลงเครื่องแต่งกายประจำชาติพันธุ์ไทใหญ่ โดยโพกศีรษะแบบไทใหญ่แต่นุ่งลองยีของพม่าด้วย ถ้าหากมีการพาดพิงถึงวัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ อันเป็นเอกลักษณ์ มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชนต่างๆ ควรมีการศึกษาให้ดีกว่านี้ครับ เพราะอาจจะเป็นการทำลายหรือบิดเบือนวัฒนธรรม อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวัฒนธรรมนั้นๆได้"