บันเทิง

คอร่ำลูกทุ่ง -  แม่ยกยุคดิจิตัล 2

คอร่ำลูกทุ่ง - แม่ยกยุคดิจิตัล 2

23 มิ.ย. 2552

คราวที่แล้วได้เขียนถึงบรรดาแม่ยกลูกทุ่งยุคใหม่ที่ใช้เครื่องมือทันสมัยในการสื่อสารเพื่อเชียร์นักร้องลูกทุ่งที่ตนเองสนับสนุนแทนพวงมาลัยและจดหมายไปรษณียบัตรในสมัยก่อน

  แม่ยกยุคใหม่นี้ต้องมีโทรศัพท์มือถือเพื่อติดตามข่าวสารหรือคิวงานการแสดงผ่านบริการข้อความสั้น นักร้องพระเอกลิเกอย่างไชยา มิตรชัย ได้เปิดให้บริการสมัครรับข้อความกิจกรรมและคิวการแสดงของลิเก ละครหรือกิจกรรมต่างๆ โดยต้องจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน ทันสมัยไหมล่ะ

 ค่ายเพลงเองก็พยายามเอาใจแฟนคลับรุ่นใหม่ ด้วยการส่งข่าวสารการวางแผงหรืองานคอนเสิร์ตให้แฟนๆ โดยตรงผ่านมือถือ ว่ากันว่า มีนักร้องบางคนมีบริการแจกบัตรเติมเงินให้กับแฟนคลับส่วนตัว

 แฟนคลับจะทำหน้าที่ตอบแทนด้วยการโทรศัพท์ขอเพลงหรือส่งข้อความไปปั่นกระแสของฟังเพลงตามรายการวิทยุต่างๆ ที่เปิดเพลงลูกทุ่ง ซึ่งจะว่าไปแล้ววิธีนี้เป็นช่องทางที่จ่ายน้อยกว่าการลงโฆษณาหรือจ่ายเงินค่าเปิดเพลงให้แก่นักจัดรายการวิทยุในยุค ”เพลงละพันวันละเพลง”

 แต่การส่งข้อความสั้นเข้ารายการวิทยุเป็นสิ่งที่ดีเจนักจัดรายการส่วนใหญ่ก็สร้างผลประโยชน์ให้สถานีหรือดีเจ อีกต่อหนึ่ง เพราะจะได้ส่วนแบ่งจากการรับข้อความอย่างน้อยที่สุดก็ข้อความละหนึ่งบาท

 และเพลงที่ถูกขอมาทางข้อความสั้น ส่วนหนึ่งก็จะถูกนำไปเป็นคะแนนในการจัดอันดับเพลงยอดนิยมในแต่ละสัปดาห์ ประกอบกับการขอฟังเพลงทางโทรศัพท์และโทรสาร

 ดังนั้นแฟนคลับของนักร้องบางคน ถึงกับมีการจัดเวรยามในการรับฟังรายการวิทยุในแต่ละช่วงเพื่อขอเพลงกับดีเจ ได้อย่างแนบเนียน แบบมืออาชีพ ยิ่งโทรศัพท์ยุคนี้เป็นแบบหนึ่งเครื่องสองซิมการ์ดด้วย การทำงานก็ง่ายมากขึ้น

 แต่ใช่ว่า คนทำรายการวิทยุจะไม่รู้เท่าทันวิธีการเหล่านี้เสียเลยทีเดียว  เพราะโปรแกรมการรับข้อความสั้นในปัจจุบัน บางระบบใน สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ละเอียด แม้กระทั่งว่า แต่ละคนส่งข้อความขอเพลงอะไรบ้างในแต่ละวัน ความถี่เท่าใด หรือเปลี่ยนชื่อไปกี่ชื่อ โดยใช้หมายเลขเดิมก็สามารถตรวจสอบได้ แล้วแต่รับข้อความที่เขียนขึ้นมา

 และหากพบว่า การขอเพลงไม่เป็นไปตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น เช่น เปิดเพลงให้แล้วยังกระหน่ำส่งข้อความมา หรือไม่ดูตาม้าตาเรือว่า ดีเจท่านใดจัดรายการ หรือทำกิจกรรมอะไรอยู่ เอะอะก็ส่งข้อความขอเพลงมาซ้ำๆ เช่นนั้น  บรรดานักจัดรายการจะเปลี่ยนสถานะจากแฟนคลับหรือแฟนเพลงให้เป็น ”หน้าม้า” ไปเลยทันที
ผลเสียก็คือ จะมีแรงต่อต้านเกิดขึ้น แทนที่จะเปิดเพลงให้ก็กลายเป็นการต่อต้านไปเลยก็มี  เพราะดีเจเขาก็ฉลาดพอที่จะไม่ถูกหลอกจากแฟนคลับเหล่านี้ หรือบางคนอาจจะเต็มใจให้หลอกเพื่อหวังเพิ่มปริมาณคนฟังและรายรับจากจำนวนข้อความสั้น

 การหลับหูหลับตาเชียร์หรือส่งข้อความขอเพลง จึงมีทั้งด้านบวกและลบสำหรับนักร้อง และทำให้ค่ายเพลงเองก็ประเมินกระแสความนิยมของเพลงได้ยากเพราะบางเพลงไม่ได้มาจากความนิยมของคนหมู่มาก หากแต่มาจากแฟนคลับกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น

 เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่แฟนคลับนำมาใช้ จึงอาจจะเป็นการทำลายนักร้องหรือเพลงดีๆ ในวงการไปโดยทางอ้อมได้เหมือนกัน

 ทุกวันนี้เราจึง ไม่ค่อยมั่นใจว่า เพลงดังหรือเพลงยอดนิยมในสถานีวิทยุนั้น มาจากกระแสความนิยมที่แท้จริงหรือเกิดจากการปั่นกระแสของแฟนคลับประเภทหน้าม้ากันแน่

"นคร ศรีเพชร"