
เอาชนะใจตนด้วยการปั่นจักรยานรอบประเทศสิงคโปร์
18 ก.พ. 2557
เอาชนะใจตนด้วยการปั่นจักรยานรอบประเทศสิงคโปร์ (พร้อมข้อชี้ชวนให้คุณลองบ้างนะ) : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
จดจำได้ดีว่าวันที่ 20 ธันวาคมปีที่แล้วเป็นวันฝันสลายจากการนัดหมายออกทริปปั่นจักรยานทางไกลกับ คุณทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสารทัศนคติดีอย่าง a day คุณทรงกลดเป็นผู้นำทางความคิดที่หวังเปลี่ยนแปลงกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมร ให้เป็นเมืองจักรยาน เฉกเช่น อัมสเตอร์ดัม, ฟุกุโอกะหรือแม้กระทั่งแบบสิงคโปร์ประเทศไซส์เล็กแต่ตัวโตที่อะไรๆ ในประเทศนี้ก็ดูจะไปดีเพรียบพร้อมไปซะทั้งหมด คุณทรงกลดเคยไปทดลองปั่นด้วยตัวเองและบันทึกการเดินทางผ่าน Main Course ของ a day หลายครั้งหลายครา ผมอ่านแล้วก็อิน พยายามใช้จักรยานแทนรถยนต์ในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถือว่าได้โอกาสทั้งลดภาวะโลกร้อนและสร้างเสริมสุขภาพไปในตัว
คุณทรงกลดประกาศชวนผู้อ่านไปสนุกด้วยกับเขาเพื่อพิชิตเป้าหมายสำคัญคือ "ปั่นจักรยานรอบเกาะสิงคโปร์เป็นระยะทาง 128 กม." ถือเป็นกิจกรรมที่ท้าทายพิธีกรอ้วนผู้ผันตัวมาเอาดีทางหล่อบ้างแบบผม แต่ครั้งนั้นผมไม่ได้ไปเพราะติดกิจกรรมครอบครัว จึงเก็บความตั้งใจไว้ว่ามีโอกาสเมื่อไหร่ ต้องไปทำให้ได้บ้างสักครั้ง
วันศุกร์ที่14กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจึงสบโอกาสเมื่อเพื่อนสายวู่วามของผม 1 คณะเล็กที่คบหากันสนิทใจจากการร่วมร่ำเรียนที่สถาบันพระปกเกล้า (หลักสูตร ปนป.รุ่น2) ตอบรับการมาร่วมทริปปั่นอัน (คาดว่า)แสนสนุก ..ผมจัดแจงดาวน์โหลดแผนที่เส้นทางปั่น 128 กม.จากบริการ MapMyRide ลงสมาร์ทโฟนโดยได้รับการปฐมนิเทศจากคุณทรงกลด เราออกเดินทางกันเย็นวันพฤหัสท่ามกลางคำถามสงสัยจากหลายคนว่า "วิธีขนจักรยานขึ้นเครื่องบินทำอย่างไร" และ "เสียเงินเพิ่มหรือไม่?" บอกให้ง่ายๆ ตามนี้ครับ
1. ให้คุณไปซื้อกระเป๋าใส่จักรยานแบบ "แข็งแรง" ตามแบบที่ชอบเลยครับ มีตั้งแต่ชนิดผ้าไปจนถึง Hardcase แบบกระเป๋าเดินทาง แบบถูกและดีที่ผมแนะนำเป็นฟิวเจอร์บอร์ดพับเป็นกล่องและหุ้มด้วยผ้าราคา 3,500 บาท ไทยทำไทยใช้ไทยเจริญ หาซื้อได้ตามร้านจักรยาน
2. ถอด 4 ถอดเพื่อยัดลงกล่อง : ถอดล้อหลัง/บันได/อาน/แฮนด์ เพียงเท่านี้จบเลย อย่าลืมเอาอุปกรณ์ถอดอย่าง "หกเหลี่ยม" และ "ประแจ" ไปด้วยเพื่อประกอบคืน
3. ไปเช็กอินพร้อมกระเป๋าเดินทาง หากน้ำหนักไม่เกินพิกัดของคุณไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มครับ เขาจะแนะนำให้คุณไปส่งกล่องจักรยานที่ช่อง "Oversized Baggage"
4. เมื่อถึงปลายทาง คุณก็เพียงไปรับที่จุด "Oversized Baggage" คำเดิมเลย
5. แท็กซี่ที่ขนกล่องจักรยานได้ ต้องเป็นแท็กซี่ประเภท VAN
6. เมื่อถึงโรงแรม คุณฝากเค้าไว้ที่ Store ของพนักงานคอนเซียสหน้าโรงแรมได้เลยครับ
7.อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเอาไปให้พร้อม! : การปั่นจักรยานยุคใหม่นี้ "GPS Navigator" คุณต้องมีครับ
ในทีนี้สำหรับ GPS Navigator คุณจะซื้อแบบตัวเป็นๆอย่าง "Garmin 810 Edge" เลยหรือจะเป็น "App" มาลงในสมาร์ทโฟนก็ได้ ซึ่งผมแนะนำ "Runtastic Road Bike Pro" และ "MapMyRide" ครับ ทั้งคู่ซื้อตัวเสียตังค์ได้เลยเพราะดีกว่ามาก ปัจจุบันสินค้าเหล่านี้เข้าไทยแล้วโดย คุณเสถียร บุญมานันท์ Neolution นำเข้าอุปกรณ์เสริมแอ็พ "Runtastic" ครับ มีหลากหลายชนิดมาก แต่การใช้สมาร์ทโฟนนำทาง คุณต้องมั่นใจว่า "แบตคุณอึดพอกับระยะปั่น" คุณจึงจำเป็นต้องมี "แบตสำรองแบบบางๆ พกไปด้วยอีกก้อน"
ผมนัดหมายการปั่นไว้ 16.00 น โดยมีกัน 3 หน่อ ผม, พี่มิตต์ ประธานรุ่นปนป.2 และออยสาวใจสู้ผู้ไม่มีประสบการณ์ปั่นมาก่อน ..ดีที่ได้ "คุณจิ๊ง" หนุ่มวิศวะผู้ทำงานครบ 3 ปีพอดีในสิงคโปร์ นัดหมายผ่าน Facebook ได้ในวันนั้นและอาสามานำปั่นให้ จิตใจดี มีความรู้รอบด้าน เราออกเดินทางจากโรงแรมโฟว์ซีซั่นส์ว.5 ใกล้ๆ Orchard ปั่นกินลมวอร์มๆ ผ่าน Landmark สำคัญๆ ของเมือง และเริ่มต้นเส้นทางยาวกันที่หน้าโรงแรมเก่าแก่ Fullerton เราวนย้อนเข็มนาฬิกาบนแผนที่ประเทศสิงคโปร์ จากประเทศขนาดเล็กเท่าหัวไม้ขีดบนแผนที่โลก กลับกลายเป็นดินแดนสุดแสนกว้างใหญ่ไพศาล เหตุเพราะมนุษย์อย่างพวกเรามันตัวเล็กนิดเดียวแต่หาญกล้าจะสู้โลก สิงคโปร์ที่เราว่าเคยรู้จักแล้วกลับมีภาพใหม่ๆ ให้เราเห็นมากมาย ตั้งแต่ต้นไม้ที่ร่มรื่นไปจนถึงถิ่นที่แห้งๆ แล้งๆ รถบรรทุกวิ่งขวักไขว่ ฟาร์มแพะ ฟาร์มผัก ป่า อุทยานแห่งชาติ และยังมีสุสานที่เรียงรายราวรวมมิตร จีน ฝรั่ง แขก แต่เส้นทางทั้งหมดอยู่ใต้ "แสงไฟที่สว่างจ้า" ปลอดภัยเป็นอย่างมากครับ ภัยเดียวที่คุณต้องกลัวคือ "ก้อนกรวด" ตามชานเมืองเพราะหากเจาะล้อคุณแตกแล้วคงหมดสนุกล่ะ
เวลาผ่านไปนานมากจาก 4 โมงถึง 4 ทุ่มครึ่ง ทำให้ผมเข้าใจว่าเราน่าจะผ่านครึ่งประเทศได้แล้ว พอซูมแผนที่ออกมาดูอีกที "ยังไม่ถึงครึ่ง" นาทีนั้น "ออย" สาวรักโลมาแต่ใจรักสนุกทุกคราขอบอกลาพวกเราอย่างมุ่งมั่นว่า "ออยไปต่อไม่ไหวแล้ว" เราเรียกแท็กซี่ให้เธอพร้อมถอดล้อยกเข้าไปเก็บยังเบาะหลัง เธอเก่งมากที่มาไกลกับเราได้ถึง 60 กม.แต่เธอเก่งกว่าที่เธอรู้ลิมิตตนเอง Fantastic4 อย่างพวกเราลดไซส์ชาวคณะเหลือ3 หลังจากนั้นอีก 1 ชม. หนุ่ม "จิ๊ง" ผู้ใจดีก็ถึงเวลาต้องบอกศาลาเนื่องจากคุณแม่ตามกลับบ้าน "เฮ้ย! เหมือนสมัยเด็กๆ เลยอ่ะ" การไปของจิ๊งต่างจากออย จิ๊งไม่ได้เรียกแท็กซี่แต่เลี้ยวตัดลงสู่เมือง ถนนในสิงคโปร์ออกแบบไว้ดีมากครับ เส้นทางรอบๆ ขอบประเทศจะลิงค์กับถนนย่อยๆตัดลงสู่เมืองได้ทุกเมื่อ การปั่นรอบประเทศสามารถจบลงสั้นได้ถ้าแรงกายใจคุณไม่ไหวอีกต่อไป ถึงตอนนี้ก็เหลือผมและพี่มิตต์ชายชาติทหารเพียง 2 หน่อ .. เราปั่นกันต่ออย่างไกลๆ มากๆ การปั่นนอกประเทศมีข้อดีคือได้เรียนรู้และเห็นแต่สิ่งแปลกใหม่ไม่เบื่อ แต่ภายใต้ความแปลกใหม่คือการ "เดาจุดหมายไม่ออกว่ามันอีกนานแค่ไหนกัน" ด้วยเหตุที่เราไม่เคยเห็นมันมาก่อนนี่แหละ
ผมปั่นจนหมดความรู้สึกขา มันปวด มันล้า มันเหมื่อยที่สุดในชีวิต แต่เป้าหมายก็เหมือนมาไม่ถึงเสียที ในหัวแอบคิดว่า "ตัดเส้นทางลงสู่เมืองบ้างดีไหมนะ" แต่ก็รีบลบความคิดนั้นออก เพราะ "ตั้งใจมาแล้ว ก็ต้องให้สำเร็จสิ!" ภูมิประเทศสิงคโปร์มีเนินสูงต่ำ เจอเนินสูงเหมือนไหร่อยากหยุด แต่ก็เหมือนกราฟชีวิตคนมีปั่นขึ้นก็ต้องมีปั่นลง ไอ้ตอนลงนี่ "สุขชะมัด!"
คืนที่เราปั่นกันคือวันวาเลนไทน์ แน่นอนว่าเราเห็นวัยรุ่นสิงคโปร์ออกมานั่งพรอดรักกันมากมาย เห็นแก๊งอันธพาลออกมาสังสรรค์กันตามขอบถนน แต่น่าแปลกใจที่ตลอดเส้นทางไม่มีแม้แต่แก๊งรถแข่งก่อกวนเมือง ทั้งๆ ที่ถนนโล่งมาก นั่นแปลว่า "กฎหมายเขาศักดิ์สิทธิ์"
และในที่สุดเวลาราวตี 2 ครึ่ง เราก็ "จบรอบ" ประเทศสิงคโปร์ได้ดังใจหวัง ผมกับพี่มิตต์กอดกันดีใจที่หน้าโรงแรม ผมเบะหน้าอาการคล้ายคนจะร้องไห้เพราะความปีติ เป็นการออกกำลังกายครั้งที่หนักที่สุดในชีวิต เครื่องแจ้งว่าใช้พลังงานไปมากถึง 2,855 กิโลแคลอรี ขอบคุณตัวเองและพี่มิตต์ที่ไม่คิดล้มเลิกทั้งๆ ที่ร่างกายไม่สู้แล้วแต่เชื่อไหมว่าบาดเจ็บเจียนตายแต่ "นอนหนึ่งตื่น" ก็หายได้ No Pain No Gain นี่คือการออกแบบมนุษย์ของพระเจ้า
ปล.ผมคาดกล้องจิ๋ว Liquid Image สะเทินน้ำสะเทินบกไว้ที่อกตลอดระยะเวลาการปั่นครับ คุณผู้ชมจะได้เห็นภาพชัดๆ เต็มตาในรายการแบไต๋ไฮเทคเร็วๆ นี้ ขอบคุณร้านเกดเจ็ต Gizman ณ แมงป่อง ด้วยครับสำหรับอุปกรณ์ที่คุณภาพดีมากๆ ท้าชิงบัลลังก์กล้อง Go Pro ได้เลยนะ!
.......................................
(หมายเตุ เอาชนะใจตนด้วยการปั่นจักรยานรอบประเทศสิงคโปร์ (พร้อมข้อชี้ชวนให้คุณลองบ้างนะ) : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ )



