
ขบคิดขีดเขียน:'พอใจและพอเพียง'
18 ก.พ. 2557
'พอใจและพอเพียง' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
เพิ่งผ่านวันแห่งความรักมาสดๆ ร้อนๆ หญิงยศได้เห็นสัจธรรมคาตาอยู่หลายอย่าง ได้เห็นคู่รักที่ตัดสินใจแต่งงานกัน คู่รักที่เหมือนจะถึงทางตัน คู่รักที่ต้องอดทนและปรับตัวเข้าหากัน คู่รักที่เพิ่งเริ่มต้น คู่รักที่เพิ่งพังทลาย... สิ่งหนึ่งที่คนเหล่านี้มีเหมือนกันคือ... ความคาดหวังค่ะ
หญิงยศได้เขียนเรื่องราวของความสุขในลิ้นชักไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งบทความที่ได้รับผลตอบรับที่ดี ได้มีการนำขึ้นมาถกเถียงพูดคุยกับคนหลายกลุ่มหลายสถานะ ทำให้ได้รู้ว่า "ความสุข" เป็นสิ่งที่ทุกคนค้นหาและคาดหวังว่าจะได้พบมัน หรือพูดอีกอย่างว่า เรา "เชื่อ" ว่าเรา "ต้อง" มีความสุข เราพยายามใช้ชีวิตไปในทางที่เราคิดว่ามันจะพาเราไปหาความสุข แต่หลายครั้งสิ่งที่เจอกลับกลายเป็นทางตันไปเสียอย่างนั้น
ความสุขคืออะไรกันแน่???
หลายคนเชื่อหมดใจค่ะว่า การมีความรักจะทำให้เรามีความสุข ยิ่งถ้าได้เจอคนรักที่เพียบพร้อม เขารักเราตอบและได้แต่งงานกัน เราต้องมีความสุขแน่ๆ เมื่อมันไม่เป็นอย่างที่หวัง ถ้ายังงั้นฉันต้องมีลูก ลูกต้องเป็นความสุขแน่นอน ใครๆ ก็บอกว่าครอบครัวที่สมบูรณ์นั้นหมายถึงพ่อแม่ลูก ฉันต้องมีความสุขสักที หลายคนเจอ หลายคนหลงทางหนักเข้าไปอีกค่ะ อย่างหนึ่งที่เราเรียนรู้ก็คือ ความสุขไม่มีสมการตายตัวว่าอะไรบวกลบกับอะไรแล้วเท่ากับความสุข
มีคำพูดของฝรั่งมังค่าเขาพูดไว้ว่า "The grass is always greener on the other side" ความหมายรวมๆ ก็คือสนามหญ้าบ้านข้างๆ มักจะดูเขียวสดกว่าของเราเสมอ เป็นคำกล่าวเสียดสีว่าคนเรานั้นช่างเปรียบเทียบและไม่เคยพอใจในตัวเอง หญิงยศลองถามสามีดูว่า "ความสุขมาจากไหน?" ได้คำตอบมายาวเชียวค่ะ แต่คำตอบที่ชอบที่สุดคือ "ความพอใจและพอเพียง" ถ้าเรามีความพอใจแต่ไม่พอเพียง หายนะเกิด หากเราพอเพียงแต่ไม่พอใจ เราก็ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เรามี ก่อนอื่นยอมรับเสียก่อนว่าพอเพียงของเราคือเท่าไหน ไม่เปรียบเทียบกับใคร ไม่น้อยใจในโชคชะตา เมื่อรู้อยู่สบายที่ตรงไหน จงพอใจกับมัน หากความสุขของเราคือการนอนฟังเสียงคลื่นทะเล แต่ทุนทรัพย์ไปไดัแค่พัทยา จงพอใจและไม่ต้องอิจฉาคนไปภูเก็ต ความอิจฉาก่อให้เกิดทุกข์ ความสุขยิ่งห่างออกไปนะคะ
นอกจากการเปรียบเทียบแล้ว ความคาดหวังยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้เราหาความสุขได้ยาก โดยเฉพาะในวันสำคัญต่างๆ วันเกิด วันแต่งงาน หรือวันวาเลนไทน์นี่แหละค่ะตัวดี หากเราคิดว่ามันเป็นเพียงแค่วันวันหนึ่ง เราก็จะไม่ได้คาดหวังอะไรจากวันนี้ แต่หากแฟนของเราเดินถือดอกกุหลาบมาให้หนึ่งดอก เราคงมีความสุขกับดอกไม้ดอกนั้น เพราะเราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไรเลยจากวันนี้ ดอกไม้ดอกเดียวนี้คงได้รับการชื่นชมพรมน้ำ บางคนเอาไปทับเก็บไว้ในสมุดเป็นดอกไม้แห้งที่ทำให้เรามีความสุขทุกครั้งที่มองมันได้ต่อไปอีกหลายเดือน แต่หากคุณคาดหวังว่านี่คือวันแห่งความรัก คุณควรจะได้ดอกไม้ช่อใหญ่ยักษ์นับร้อยดอก แต่แฟนของคุณเดินถือดอกไม้มาให้เพียงดอกเดียว เมื่อไม่ได้อย่างที่หวัง ดอกไม้ดอกเดียวกันนี้อาจถูกโยนไปอยู่ในถังขยะและไม่ได้รับการเหลียวแลอีกเลย นอกจากดอกไม้จะกลายเป็นขยะไปแล้ว คุณเองก็จะรู้สึกไร้ค่าไม่แพ้กัน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วทุกอย่างเกิดมาจากความคาดหวังของคุณเองทั้งสิ้น ดอกไม้หรือแฟนของคุณไม่ได้ทำให้คุณทุกข์ แต่ตัวคุณเองต่างหากที่ไม่ยอมให้ตัวเองมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
การเปรียบเทียบและความคาดหวังมันวิ่งพุ่งชนเราอยู่ทุกนาที โดยเฉพาะในยุคที่โลกทั้งใบมันมาจรดอยู่ที่ปลายนิ้วสัมผัสของเรา ทันทีที่เราจับโทรศัพท์มือถือ หรือเปิดโน้ตบุ๊ก เราจะเห็นชีวิตของคนอื่น เห็นความหรูหราฟู่ฟ่าของคนที่มีมากกว่า เห็นสิ่งสมมุติต่างๆ นานาที่ทำให้เราเปรียบเทียบ คาดหวังและทุกข์ใจ ทำไมแหวนหมั้นคนนั้นหลายกะรัต? ทำไมสินสอดดาราคนนี้เป็นร้อยล้าน? ทำไมคนนั้นได้ดอกไม้ช่อใหญ่? ทำไมสามีคนนั้นขับรถสปอร์ต? ทำไมภรรยาคนนั้นทำอาหารเก่ง? ทำไมแฟนฉันจน? ทำไมแฟนฉันไม่ขอแต่งงานบ้าง? ทำไมฉันดำจัง? ทำไม? ทำไม? ทำไม?
สิ่งที่ง่ายที่สุดตามนิสัยมนุษย์คือ เราคาดหวังว่าคนข้างๆ จะทำให้เรามีความสุข เป็นหน้าที่ของแฟนเราที่จะทำให้เรามีความสุข เราร้องขอความสมบูรณ์แบบจากคนข้างๆ และผิดหวังเสียใจว่าทำไมเขาไม่เพอร์เฟกต์เอาซะเลย เราลืมไปนะคะว่า ตัวเราเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนกัน มนุษย์ทุกคนมีข้อเสียข้อบกพร่องกันทั้งนั้น แต่ความผิดของเราเท่าเส้นผม ความผิดคนอื่นเท่าตัวช้างเสมอ การที่เราเรียกร้องหาความสุขจากคนอื่นนั่นคือเรากำลังหยิบยื่นความทุกข์ให้เขาโดยที่เราไม่ได้รู้ตัวเลย จงยอมรับว่า การที่เรามีความรักนั้น มันคือการอยู่ร่วมกันของมนุษย์สองคนที่ต่างก็ไม่สมบูรณ์แบบ อย่าคิดแต่ว่าเขาทำให้เราทุกข์ เพราะเราเองก็ทำให้เขาทุกข์เช่นเดียวกัน อย่าคาดหวังความสมบูรณ์แบบจากใครในเมื่อตัวเราก็ยังบกพร่องอยู่เช่นเดียวกัน
สุดท้ายเมื่อตัดความคาดหวัง การเปรียบเทียบจนได้ความพอใจและพอเพียงแล้ว จำไว้อีกอย่างค่ะว่า "ความสุขมันก็อยู่กับเราไม่นาน เช่นเดียวกันกับความทุกข์นั่นแหละ" เมื่อความสุขเกิดขึ้นแล้ว อย่ายึดติดกับมัน เพราะความเป็นจริงก็คือทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่และมันจะดับไป ในวันที่หญิงยศแต่งงานด้วยความรักและมีความสุขอยู่นั้น หญิงยศเห็นข่าวของคนที่กำลังจะหย่าขาดจากสามี เห็นคนที่สามีนอกใจ เห็นคนที่การแต่งงานกลายเป็นคุกกักขังพวกเขาไว้ ทั้งๆ ที่คนเหล่านี้ก็เคยรักกันมากจนตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน เราไม่ได้พิเศษไปกว่าพวกเขาเลยค่ะ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน.... สิ่งสุดท้ายที่ต้องท่องไว้ก็คืออย่าประมาทกับความสุข หากเรายึดมั่นกับความสุขจนขาดสติ วันหนึ่งเมื่อมันดับไปเราจะรับไม่ได้ เพราะความสุขกับความทุกข์ก็คือสิ่งเดียวกันเพียงแค่อยู่กันคนละด้านเท่านั้นเอง เมื่อสุขก็รับรู้ เมื่อมันจากไปก็รับรู้ มองหาความสุขครั้งต่อไป สร้างมันขึ้นมาใหม่ อย่าไปยึดติดกับความสุขในอดีตและอย่าคาดหวังความสุขจากอนาคต จงอยู่กับปัจจุบัน หลายคนชอบเอาอนาคตหรืออดีตมาขโมยความสุขในปัจจุบันเช่น ในวันนี้ขณะนี้ก็มีความสุขดีอยู่ แต่กลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่มีความสุขอย่างนี้อีก ทั้งๆ ที่พรุ่งนี้ก็ยังมาไม่ถึงและไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรแต่กลายเป็นว่าวันนี้ไม่มีความสุขเสียแล้ว....
อย่ายึดทุกข์ อย่าติดสุข อยู่อย่างพอใจและพอเพียงในบ้านของเรา เลิกมองไปที่สนามหญ้าบ้านข้างๆ และกลับมาชื่นชมดอกกุหลาบดอกเดียวของเรานี้ด้วยความสุขใจ บางทีความสุขก็ไม่ได้อยู่ไกลอย่างที่เราคิดหรอกนะคะ...
.......................................
(หมายเหตุ 'พอใจและพอเพียง' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



