บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'โรคทางใจ'

ขบคิดขีดเขียน:'โรคทางใจ'

11 ก.พ. 2557

'โรคทางใจ' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หยิงยศ

 
 
 
          ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หญิงยศไปโรงพยาบาลบ่อยกว่าไปห้างสรรพสินค้าเสียอีกค่ะ เริ่มจากตัวเองป่วย ตามด้วยสามีป่วย ต่อด้วยเพื่อนป่วย แล้วตามมาติดๆ ด้วยครูป่วย เวียนเข้าเวียนออกโรงพยาบาลจนชักจะเวียนหัว ตัวชักจะร้อนเหมือนจะป่วยอีกรอบ แต่โอ้โฮ หันไปเห็นแถวเข้าคิวเหยียดยาว คนพลุกพล่าน ทั้งๆ ที่นี่โรงพยาบาลเอกชนที่ราคาค่ารักษาไม่ได้ถูกเลย นึกภาพไม่ออกเลยว่าในช่วงเวลาเดียวกันนี้ โรงพยาบาลรัฐบาลจะมีที่ให้นังพักกันบ้างหรือเปล่า เวลาไปเยี่ยมคนป่วย 
 
          หญิงยศไม่ค่อยซื้ออาหารหรือดอกไม้ไปเยี่ยมสักเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าสนิทสนมรักใคร่กันจริงๆ ก็จะเลือกซื้อเป็นหนังสือธรรมะอ่านง่ายๆ ไปให้มากกว่า ในเวลาที่นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียงเฉยๆ การได้อ่านหนังสือที่มีข้อคิดดีๆ ก็ทำให้เราหายจากอาการป่วยได้ ป่วยทางใจน่ะค่ะ ต้องยอมรับว่าคนสมัยนี้ที่ว่าป่วยทางกายกันบ่อยแล้ว ยังมีอาการแฝงของอาการป่วยทางใจกันโดยไม่รู้ตัวอีกเยอะแยะมากมาย 
 
วันก่อนได้อ่านหนังสือของ พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี เล่มหนึ่งค่ะ จริงๆ ตั้งใจเอาไปฝากให้คุณครูเล้งที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ช่วงรถติดสาหัสเลยแอบหยิบขึ้นมาอ่าน เจอเรื่องที่พระอาจารย์พูดเรื่องอาการป่วยทางใจไว้ น่าสนใจมากทีเดียว ตอนนี้หนังสือส่งมอบคุณครูไปแล้ว จำชื่อหนังสือไม่ได้ แต่ใจความสำคัญของบทที่สะกิดใจหญิงยศมีดังนี้ค่ะ 
 
          พระอาจารย์บอกว่าแท้จริงแล้วโรคทางใจของเรานั้นมีอยู่มากมาย แต่ได้จำแนกเท่าที่ควรรู้มาไว้ให้ดู จำนวน 50 โรค ก่อน 1.โรคจมไม่ลง 2.โรคปลงไม่เป็น 3.โรคเห็นแก่ตัว 4.โรคกลัวคนเก่ง 5.โรคเบ่งศักดา 6.โรคตาบอดสี (เห็นผิดเป็นชอบ) 7.โรคดีอยู่คนเดียว 8.โรคเที่ยวอโคจร 9.โรคเอื้ออาทรไปทั่ว (จอมรับปาก) 10.โรคกลัวไม่สวย 11.โรคสำรวยหยิบโหย่ง 12.โรคองค์ประทับ (เก่งอยู่คนเดียว) 13.โรคดับเครื่องชน (ไม่รู้จักประมาณตัวเอง) 14.โรคบนทวยเทพ 15.โรคเสพของแพง 16.โรคตะแบงตลอด 17.โรคซัดทอดเคราะห์กรรม 18.โรคความจำสั้น 19.โรคหัวรั้นดื้อดึง 20.โรคใจถึงผิดที่ 21.โรคกาลีเพราะปาก 22.โรคความอยากเป็นนาย 23.โรคตายผ่อนส่ง 24.โรคหลงสาวรุ่น 25.โรควุ่นเรื่องชาวบ้าน 26.โรคสามานย์ก่อนแต่ง 27.โรคแย่งสมบัติ 28.โรคเอารัดเอาเปรียบ 29.โรคเปรียบเทียบจมทุกข์ 30.โรคขลุกคนพาล 31.โรคเกียจคร้านสันหลังยาว 32.โรคตาขาวขี้ขลาด 33.โรคฉลาดเกินคำสั่ง 34.โรคคลั่งซูเปอร์สตาร์ 35.โรคติดยาเสพย์ติด 36.โรคย้ำคิดย้ำทำ 37.โรคไม่จำบทเรียน 38.โรคเอียนสังคม 39.โรคนิยมลัทธิ 40.โรคติเป็นนิสัย 41.โรคใจโลเล 42.โรคเสเพลเจ้าสำราญ 43.โรคบ้างานบ้าเงิน 44.โรคห่างเหินบุพการี 45.โรคเห็นใครดีไม่ได้ 46.โรคใช้เงินมือเติบ 47.โรคกำเริบลืมตัว 48.โรคชั่วจนชิน 49.โรคกินของหลวง 50.โรคหลอกลวงประชาชน
 
          อ่านๆ ดูแล้วลองซื่อสัตย์กับตัวเอง หญิงยศว่าเราคงวินิจฉัยโรคเหล่านี้ได้มากกว่าหนึ่งที่อยู่ในตัวเรา พระอาจารย์เขียนว่า โรคเหล่านี้เป็นโรคทางใจ เกิดขึ้นกับใครจะพลอยทำให้เสียปกติสภาพแห่งชีวิต
 
          จริงๆ ไม่ใช่เรื่องยากหรือแปลกใหม่เลยค่ะ เราเคยชินและวินิจฉัยโรคเหล่านี้กันอยู่ทุกวัน เพียงแต่เราไม่ได้วินิจฉัยตัวเอง เราชอบทำตัวเป็นหมอแล้ววินิจฉัยคนอื่น คนนี้บ้างาน คนนั้นจมไม่ลง คนนู้นหยิบโหย่ง เรารู้จักโรคเหล่านี้ดี เพียงแต่เราไม่เคยยอมรับว่าเราเองก็มีโรคเหล่านี้อยู่ในตัวเหมือนกัน 
 
          คนเราสมัยนี้มีดีที่ช่างวิจารณ์ ช่างติ วิจารณ์ทั้งที่ไม่ได้มีความรู้ ติโดยไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ที่สำคัญคือใครอย่าแหยมมาวิจารณ์หรือติฉันกลับนะ เป็นเรื่อง!! อัตตาทำให้เรามองเห็นแต่ความชั่วของคนอื่น และไม่ยอมรับว่าเราเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาเลย 
 
          หากมองย้อนกลับมาดีดี ถ้าเราทุกคนรู้จักตัวเอง ยอมรับสภาพความเป็นจริง และตั้งมั่นที่จะรักษาใจกายของตัวเองแต่เพียงเท่านั้นก่อน เรื่องวุ่นวายหลายอย่างที่เกิดขึ้นก็คงจะจบลงไปได้ไม่ยากนัก 
 
          ทุกวันนี้มันร้อนไปหมดเพราะทุกคนทุกฝ่ายกำลังทำหน้าที่วินิจฉัยโรคทางใจของคนอื่น แต่ลืมวินิจฉัยตัวเอง หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าโรคทางใจเหล่านี้หายได้ด้วยการเข้าวัดเข้าวา ไปให้พระท่านพรมน้ำมนต์สักนิดก็จะดีขึ้น 
 
          หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุท่านกล่าวไว้ค่ะว่า “น้ำมนต์จะไปล้างทุกข์ได้ที่ไหน ล้างได้เพียงขี้ฝุ่นเท่านั้น” หากใจเรายังมืดบอด โรคทางใจเหล่านี้ก็ยังรักษาไม่หาย แต่พระอาจารย์ ว. วชิรเมธีท่านบอกไว้นะคะว่า โรคเหล่านี้บางทีก็รักษาหาย เพียงแค่เรา “ยอมรับ” ว่าเราเป็นเท่านั้นเอง...
 
.......................................
(หมายเหตุ 'โรคทางใจ' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หยิงยศ)