บันเทิง

คลิป!!! "สันติ" เจ้าพ่อเพลงหวานฉุนเตรียมทิ้งวงการกลับบ้านทำนา

คลิป!!! "สันติ" เจ้าพ่อเพลงหวานฉุนเตรียมทิ้งวงการกลับบ้านทำนา

22 มิ.ย. 2552

สันติ ดวงสว่าง เจ้าพ่อเพลงหวาน โวยถูกค่ายดองไม่ทำเพลง ทั้งที่มีคุณภาพและไม่เคยแหกค่าย ตัดพ้อวงการไร้ความจริงใจรอสัญญาหมดกลับบ้านทำนา

จเร ภู่ทอง หรือ สันติ ดวงสว่าง ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ถึงอนาคตในวงการลูกทุ่ง หลังค่ายเมินไม่มีเพลงชุดใหม่ออก แฉพวกเลียเก่งชอบใส่หน้ากากได้ดี คนมีความสามารถไม่มีใครแล

 "มันรำคาญ ใจจริงไม่ค่อยอยากจะอยู่เท่าไหร่แล้ว อยากจะกลับไปทำไร่ทำนา ถ้ามีอะไรดีๆ อาจจะอยู่ต่อ แต่ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้นก็ไม่ทำดีกว่า มันหลายอย่างคืออยู่ในวงการนี้มันใส่หน้ากากหลอกกันเหลือเกิน ผมรำคาญมาก ที่ผ่านมามันไม่มีความจริงใจต่อกัน บางครั้งเราทำดีไม่เกเรก็ว่าเราไม่ดี  ถ้าทุกคนที่อยู่ในวงการนี้เขาฟัง เขาจะรู้เลยว่าวงการนี้ ใจเราคิดยังไงและคิดถูกไหม ทุกคนคงรู้ว่าถูกแน่นอน บอกตามตรงว่าวงการนี้ไม่จริงใจกัน ผมอยู่วงการนี้มาเกือบ 20 กว่าปีแล้ว เจอแต่สถานการณ์แบบนี้ บางทีว่าเราไม่ดี ผมอยากถามว่าเราไม่ดีตรงไหน ถ้าเราไม่ดีเราอยู่กับบริษัทอาร์เอสไม่ได้ขนาดนี้ ฉะนั้นแล้วอยากให้ทุกคนคิดด้วยว่า ผมไม่ดีหรือใครไม่ดีกันแน่ ผมเบื่อตรงที่ไม่อยากเป็นลูกไล่ของใคร"

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาเหมือนเป็นนักร้องที่ถูกลืมของค่าย รู้สึกอย่างไร สันติบอกว่า

"ผมถูกกดดันเยอะแยะมากมาย เราไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดมาก ตอนนี้เราพูดได้ก็อยากจะถามว่าบุญคุณของคนเนี่ย มันมีจบไหม มันมีนะ มันไม่ใช่บุญคุณพ่อบุญคุณแม่ ผมช่วยเขามาเยอะ อยู่ทำผลงานที่ดีมาเยอะ และผมก็ไม่เคยออกนอกคอกด้วยนะ ใครจะกดดันผมยังไงหรือจะบีบผมแบบไหน หรือจะดองผมนานแค่ไหน ผมไม่สนใจหรอก คุณทำได้คุณทำไปแต่อย่าให้ถึงคราวผมทำบ้างแค่นั้น"
 
 เมื่อถามถึงสาเหตุที่อยากหนีวงการลูกทุ่ง นอกจากเรื่องการถูกดองแล้ว มีเหตุอื่นอีกหรือไม่ เจ้าพ่อเพลงหวานบอกว่า

 "ผมอยากถามสื่อทุกๆ คนนะว่า ผมเป็นนักร้องที่มีคุณภาพหรือเปล่า เพลงผมออกมาได้รับการตอบรับจากคนฟังตลอด ในวงการเพลงลูกทุ่งทำไมผมไม่มีผลงานออกมาแล้วทำไมคนอื่นมีบ่อยมาก บางคนทำออกมาก็ขายไม่ได้ ผมถามเลยเอามาวัดกับผมได้ไหม ใครก็แล้วแต่ตัวต่อตัวเชียร์กันจริงๆ เอาเพลงออกมากล้ากับผมไหมล่ะ ผมเป็นนักร้องคุณภาพ คุณไม่ใช้ผมให้ถูกทาง"

 ต่อคำถามที่ว่าเป็นอารมณ์น้อยใจ หรือพูดเพื่อเรียกร้องความสนใจหรือไม่ สันติ บอกอย่างมีอารมณ์ว่า

 "ไม่ใช่อารมณ์น้อยใจ ผมไม่ชอบเลยที่ทำแบบนี้กับผม มันไม่มีความยุติธรรม ผมอยากถามจริงๆ ว่าวงการลูกทุ่งผมอยู่มากี่ปี ผมอยู่อาร์เอสมากี่ปีแล้ว ผมเป็นคนแรกนะ เพลงผมขายได้แล้วทำไมผมไม่มีอิทธิพลในนั้น ผู้ใหญ่ปล่อยให้คนอื่นมามีอิทธิพลมาทำกับผม ผมไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย เวลาเราพูดเราถามก็หาว่าเราไม่ดี เราเกเร ถ้าคนอย่างผมเกเรแล้วคนไหนที่ดีบ้างล่ะ แต่ละคน แต่ละค่าย แต่ละยุคสมัยที่ผมเห็น พอดังหน่อยก็หนีเปิดไปหมดแล้ว ทำไมผมอยู่ได้ นี่คือคนที่ไม่ดี คนที่เกเรหรือที่เขาอยู่แบบนี้ เอาความจริงมาคุยกันดีกว่า ถ้าผมไม่ดีให้คุณไปหาคนดีๆ แล้วกัน แต่สำหรับผม ผมขอเป็นชีวิตอิสระ ถ้ามีความจริงใจอย่าทำแบบนี้อย่ามาดองผม"

 ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสัญญากับบริษัทอาร์เอสว่าเหลืออีกกี่ปี นักร้องเสียงหวานบอกว่าไม่นาน พร้อมวอนแฟนเพลงเข้าใจ

 "สัญญากับอาร์เอสเหลือไม่เกินปี ถ้าหมดก็คงจะไม่ยุ่งกันอีกแล้ว ผมเซ็งที่สุดในชีวิตเลยตอนนี้ สำหรับแฟนเพลงทุกคนผมรักทุกคน ผมมีชื่อเสียงได้เพราะแฟนเพลงให้การต้อนรับส่งเสริม แต่แฟนเพลงอาจไม่เข้าใจ ว่าผมอยู่ตรงนี้ผมเจอวิกฤติ ผมโดนแบบไหนบ้าง แต่ผมก็ยังรักแฟนเพลง ผมอยากจะทำผลงานเพลงที่ดีๆ ให้แฟนเพลงได้ฟัง แต่ตอนนี้โอกาสผมไม่ค่อยมี ผมเป็นคนที่เลียไม่เป็น ผมเป็นคนพูดตรงๆ คนอยู่ในวงการนี้ถ้าพูดตรงเกินไปจริงใจเกินไปก็ไม่ดี ต้องเลียเก่งๆ แล้วจะอยู่ได้ แต่ผมไม่เลียหรอก อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้กูก็ไม่อยู่"

 ผู้สื่อข่าวสอบถามไปที่บริษัท อาร์สยาม จำกัด ในเครือบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ซึ่ง  ศุภชัย นิลวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัทอาร์สยาม บอกถึงกรณีดังกล่าวว่า

 "ตอนนี้เพลงที่เตรียมไว้มีอยู่แล้ว ทำดนตรีแล้ว เหลือเพียงร้องอย่างเดียว  ซึ่งแผนโปรโมทที่เราวางไว้ ในเดือนหน้าทีวีดาวเทียม เราจะเริ่มออนแอร์ กลางเดือนก็เริ่มปล่อยแผ่น พอปลายๆ เดือนเราก็เริ่มปล่อยเพลงได้ เมื่อไม่กี่วันเพิ่งคุยกับหนู มิเตอร์ อยู่เหมือนกันเพราะเขาเป็นคนดูแลต้องวางแผนให้เขา ตอนนี้ในสื่อเราโปรโมทไม่ได้มาก  ถ้าเรามีสื่อในมือเราทำได้เต็มที่ ค่ายอื่นๆ มีแต่อีสาน ลูกทุ่งกลางมีน้อย ถ้าเขาออกมาคนอื่นหนาวแน่   สันติกับผมอยู่อาร์เอสมานานพอกัน  ผมอยากทำเพลงให้เขามาก แต่บางครั้งก็ต้องวางแผนกันดีๆ ผมกระตุ้นทีมงานเสมอ งานอาจจะช้าไปหน่อย  อยากออกมาให้แกนเลยไม่อยากทิ้งขว้างเขา  คุณภาพเขาคับแก้วเลย เขาเกิดมาเพื่อร้องเพลงเลยนะ นักร้องเราไม่ได้ทิ้ง มีอะไรตรงไหนต้องมาคุยกัน"