'จิตอาสา ปี 3 อารยสถาปัตย์ไทยสู่ประชาคมอาเซียน(2)'
10 ก.พ. 2557
'จิตอาสา ปี 3 อารยสถาปัตย์ไทยสู่ประชาคมอาเซียน(2)' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
สาระสำคัญของการจัดงาน “จิตอาสา ปี 3 อารยสถาปัตย์ไทยสู่ประชาคมอาเซียน” คือ การรวมพลังคนไทยทุกภาคส่วน ศิลปินดารา และเครือข่ายประเทศอาเซียน ซึ่งปีนี้ยังมี จีน+ญี่ปุ่น+เดนมาร์ก+เยอรมนี เข้าร่วมด้วย
เป็นงานรวมพลคนจิตอาสา องค์กรจิตอาสา และประเทศจิตอาสา มาร่วมกันรณรงค์ และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งในประเทศไทย และในกลุ่มอาเซียน ได้ตระหนักถึงความสำคัญจำเป็นในการทำ “อารยสถาปัตย์” หรือการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ตำรวจทหารผ่านศึก ผู้ป่วยพักฟื้น สตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก
มาช่วยกันทำให้ทุกตึกอาคาร ทุกพื้นที่สาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆทั่วไทย และอาเซียน มีทางลาดทั่วถึงทุกที่ มีที่จอดรถ และมีห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการในทุกแห่ง มีอักษรเบรลล์ให้คนตาบอดสามารถติดต่อสื่อสารเข้าใจได้ เป็นต้น
เพื่อความสะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม ด้วยหลักการออกแบบที่เป็นสากล และเป็นธรรมสำหรับคนทั้งมวล หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Universal Design นั่นแหละครับ
งานรวมพลคนจิตอาสาปีนี้ จึงได้มีการมอบป้ายประกาศเกียรติคุณยกย่อง “สถานที่อารยสถาปัตย์แห่งปี” ซึ่งผ่านการคัดสรรกลั่นกรองจากคณะกรรมการอารยสถาปัตย์ไทยสู่ประชาคมอาเซียน โดยกรรมการผู้ทำการคัดเลือกนั้น จะเน้นไปที่ผู้ใช้งานจริง (User) หรือผู้ที่ลงพื้นที่สำรวจ และทดลองใช้งานด้วยตัวเองโดยตรง คือ ทูตอารยสถาปัตย์ และตัวแทนเครือข่ายผู้พิการ
สถานที่อารยสถาปัตย์แห่งปี ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการฯ ในรอบปี 2556 มีทั้งหมด 12 แห่ง ทั่วเมืองไทย ดังนี้ครับ
ประเภทตึกอาคารอารยสถาปัตย์ มี 4 แห่ง คือ (1) อาคารศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (อาคาร 80 พรรษา 5 ธ.ค.2550) (2) อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ย่านสาธร (3) ตึกเพชร ที่คณะสถาปัตย์ฯ ม.กรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต และ (4) อาคารหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์กรุงเทพฯ
ทั้ง 4 สถานที่นี้ ถูกออกแบบ และสร้างทำขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวก+ปลอดภัย (แถมสะอาด+สวยงามอีกต่างหาก) ของคนทุกเพศ ทุกวัย และเพื่อทุกคนในครอบครัว เป็นการสร้างสรรค์ความสุข และโอกาสที่ทั่วถึงเป็นธรรม เป็นความสง่างามของสถานที่ และแผ่นดิน ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นเมืองยิ่งใหญ่และทันสมัยของไทยอีกทางหนึ่งได้เป็นอย่างดี
สถานที่อารยสถาปัตย์แห่งปี ประเภทวัด และศาสนสถาน มี 2 แห่ง คือ (1) วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จ.เชียงใหม่ (2) พุทธอุทยานมหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้ง 2 แห่งนี้ ถือเป็นสุดยอดอารยสถาปัตย์สถานต่างยุคต่างสมัย เพราะอายุห่างกันกว่า 600 ปี แต่ที่มาเหมือนกันในปัจจุบัน คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจของคณะผู้สร้างทำที่นำหลักอารยสถาปัตย์มาปรับปรุงและพัฒนาสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เพื่อให้ญาติโยมสาธุชน และนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้พิการ แม้แต่ผู้ป่วยพักฟื้น สามารถมาเที่ยวได้ เข้าถึงได้โดยสะดวก และปลอดภัย
อย่างที่พุทธอุทยานฯ คณะผู้สร้างถึงกับประกาศว่า ที่นี่ มีทางลาดมากกว่าบันได และมีทางลาดเชื่อมโยงไปทั่วถึงทุกจุด เอาแบบ “โตเกียวโมเดล” กันเลยทีเดียว
ยิ่งที่วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ถือเป็นสุดยอดแห่งอารยสถาปัตย์แห่งศาสนสถานทั้งปวงของไทยในยุคปัจจุบัน วัดไหนยังไม่ได้ทำอารยสถาปัตย์จะด้วยเหตุใดก็ตาม ขอให้ไปดูตัวอย่างที่ดี และน่าอัศจรรย์ที่วัดบนยอดดอยสุเทพนี่แหละ ไม่ผิดหวัง ได้เกิดแรงบันดาลใจกลับมาแน่นอนครับ
ประเภทส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล คือ (1) ตลาดน้ำขวัญ-เรียม กรุงเทพฯ (2) เพลินวาน หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (3) อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา (4) เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
ทั้ง 4 แห่งนี้ มีการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ และยังพัฒนาปรับปรุงต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทางมาพักผ่อนท่องเที่ยว ไปแล้วไม่ต้องห่วงพะวงว่าพ่อแก่แม่เฒ่าเราจะไปลื่นหกล้มในห้องน้ำ หรือไปตกบันไดที่ไหน เป็นการสร้างความสุขที่สมบูรณ์แบบให้กับทุกคนทุกวัยในครอบครัว เพิ่มมูลค่าและรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับชุมชน และเสริมสร้างภาพลักษณ์เมืองไทย-เมืองท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลได้อย่างดีเยี่ยม
ใครที่เคยไปมาแล้ว คงจะรู้สึกเหมือนกันนะครับว่า ทั้งสวยงาม สะอาด สะดวก ปลอดภัย มีความสุขกาย สุขใจที่ได้ไปเยือน และอยากบอกต่อเชิญชวนให้คนอื่นๆได้มาเที่ยวบ้าง
เห็นมั้ยครับว่า อารยสถาปัตย์เป็นประโยชน์สุขของทุกคน ทุกสังคม และทุกครอบครัวจริงๆครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'จิตอาสา ปี 3 อารยสถาปัตย์ไทยสู่ประชาคมอาเซียน(2)' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



