
แขกรับเชิญ-ความผูกพัน จากบทเพลงของ "เติ้งลี่จวิน"
เชื่อว่าในทุกบ้านคงจะมีเพลงฮิตประจำบ้าน บ้านของ หญิง ก็เช่นกัน !!
ตั้งแต่จำความได้...ดูเหมือนว่า เพลงฮิตหลายเพลง ที่ใช้เลี้ยงกล่อมเด็กหญิง “ศศมณฑ์” เป็นเพลงชื่อว่าอะไรก็ไม่ทราบ...เด็กคนนั้นรู้แต่เพียงว่าเป็นเพลงที่ทำให้มีความสุข ยิ้มได้ทุกครั้งเมื่อได้ยินเพลงเหล่านี้...จะก่อนนอนหรือเพิ่งตื่น...จะอาบน้ำหรือรอทานข้าว...จะอยู่ในบ้านหรือในรถ...จะมีเสียงเพลงลอยลมมาตลอด มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนที่เรารัก ร้องเพลง หรือฮึมเพลงได้ทั้งบ้าน ไม่ว่า อาม่า อากง ป่าป๊า หรือหม่าม้า ไม่นับอาอี๊ อาแปะ อากู๋ อีกหลายสิบท่านตอนมีงานรวมญาติ
พอโตขึ้นรู้ความหน่อยจึงพอจะแยกได้ว่ามีทั้งเพลงไทยและเพลงจีน ตั้งแต่นั้น จึงรู้จักและได้เริ่มหัดร้องเพลงของ วงสุนทราภรณ์ เพลงของนักร้องดังในอดีต เพลงของทุกท่านที่ได้ยิน ทั้งไทยและจีน เด็กหญิงคนนี้ร้องได้หมดทุกเพลง ร้องตามผู้ใหญ่ผิดถูกก็ไม่มีใครว่าตามประสาเด็กๆ เพลงจีนส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพลงของคุณเติ้งลี่จวิน ภาษาไทยพอจะรู้ความหมายแต่เพลงจีนนี่สิ ต้องอาศัยผู้ใหญ่ช่วยแปลให้ จนทำให้เรามีแรงบันดาลใจที่จะเรียนภาษาจีน พอมีเหล่าซือมาสอนก็เกเรไม่ยอมทำการบ้าน เหล่าซือก็ขอเลิกสอนและบอกว่าขอแก่ตาย ดีกว่ากลุ้มใจตาย ตอนนี้รู้สึกผิด เหมือนกันนะ แต่ไม่รู้จะไปหาเหล่าซือคนนี้ได้ที่ไหนแล้ว
ภาษาจีนที่มีอยู่เป็นทุนนิดหน่อยจึงทำให้หญิงได้มีโอกาสไปไต้หวัน ในฐานะของ นักเรียนแลกเปลี่ยน ถึงได้อินกับเพลงของราชินีเพลงผู้นี้มากขึ้น เพราะเป็นยุคที่เธอดังมากๆ สามารถบอกได้ว่า เราเติบโตมากับเสียงเพลงของเธอด้วยเช่นกัน ทุกครั้งที่ฟังเพลง จะทำให้เราอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว ภาพตอนเด็กๆ ได้ฉายออกมาทีละภาพเหมือนเป็นสไลด์เล่าเรื่องในวัยเด็กได้เลย เคยคิดว่าหากมีใครจัดคอนเสิร์ตของเธอในเมืองไทยรับรองว่าเสมือนเรามีการจัดงานรวมญาติแน่ๆ!! ในที่สุดการที่จะได้พบศิลปินในฝันก็เป็นเพียงแค่ ได้ไปพักโดยบังเอิญในโรงแรมที่เธอเคยพัก ที่ “เชียงใหม่”
ระหว่างนั่งบริเวณล็อบบี้ของชั้นสวีทของโรงแรมในช่วงแฮปปี้ อาว พนักงานของโรงแรมถามหญิงว่า “พี่...พี่...รู้จักเติ้งลี่จวิน รึ ปล่าว?? “รู้จัก สิ! น้อง เห็นพี่หน้าไทยเหรอถึงถาม...” หญิงตอบตามปกติ แล้วน้องคนนั้นเล่าต่อ “รู้ก็ดี ครับ ซักสองเดือนที่แล้ว เค้ามาพักที่นี่...อยู่ๆ ก็วิ่งออกมาจากห้อง ไม่ใส่อะไรเลยนะครับ!! แล้วมาล้มกองลงตรงนี้...ตรงเนี้ยยย เลย” พนักงานผู้นี้ลากเสียง พร้อมชี้ตรงที่เรานั่ง “พวกผมรีบพาส่งโรงพยาบาล มารู้กันอีกทีก็คือ...เธอหมดลมหายใจ...ตั้งแต่ล้มลงแล้ว” หญิงขนลุกซู่...ซู่...ซู่...และหยุดไปชั่วขณะเหมือนกัน แต่ก็อดถามไม่ได้ว่าแล้วเธอมากับใคร พนักงานตอบว่า เห็นอยู่คนเดียวแต่เหมือนมีเพื่อนหรือผู้จัดการมาด้วยแต่อยู่คนละห้องกัน อย่าว่าตอนนั้นเลย เล่าทีไร อย่างตอนนี้ก็ขนลุก ไม่แพ้กัน
ความผูกพันกับเสียงเพลงที่ไพเราะจับใจ ทั้งในน้ำเสียงทำนอง ท่วงท่า ลีลาของศิลปินระดับโลก อย่างคุณเติ้งลี่จวิน ทำให้เรามีแรงบันดาลใจที่จะทำอะไรได้หลายอย่าง ครั้งนี้เช่นกันเมื่อ Red Carpet โดยคุณป๊อป (คุณกร สรธัญธรณ์) มาเสนองานคอนเสิร์ต ให้ สินทรัพย์ประกันภัย เป็นสปอนเซอร์หลักของงาน โดยใช้ชื่อว่า “รำลึก 15 ปี เติ้งลี่จวิน A Special Tribute by สินทรัพย์ประกันภัย คอนเสิร์ตที่คุณต้องพาแม่มาดู” เป็นชื่อที่ยาววว...มาก แต่เห็นว่าตรงกับคอนเซ็ปต์ ทำให้เห็นภาพของสินทรัพย์ที่ชัดเจนว่า เราเป็นบริษัท ที่เน้นการส่งเสริมความรัก ความอบอุ่น ความผูกพันในครอบครัว จึงได้ตกลงใช้ชื่อนี้ สินทรัพย์ประกันภัยได้มีส่วนร่วมแนะนำศิลปินเอกของเมืองไทยอย่างคุณดาวใจ ไพจิตร เข้ามาร่วมร้องเพลงในคอนเสิร์ตด้วย เพราะทราบว่าเพลงดังๆ หลายเพลงของคุณดาวใจนั้นได้แปลมาจากเพลงของคุณเติ้งลี่จวิน
งานที่ประสบความความสำเร็จอย่างท่วมท้นไม่สามารถแจงได้ว่าเกิดเพราะใคร แต่สำเร็จได้เพราะ การร่วมแรงกายและแรงใจของทุกๆ คนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่ทำด้วยความตั้งใจ ความประณีต ที่ได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างวิจิตรบรรจงของความเป็นศิลปินติดดาว การเรียบเรียงทำเพลงใหม่ขึ้นมาด้วยความเป็นมือหนึ่งของ คุณธเนส สุขวัฒน์ ทำได้อย่างไพเราะไม่มีที่ติ ประกอบกับ ศิลปินคุณภาพมีรางวัลและดาวประดับทุกคนที่มาร่วมร้องเพลง โดยบางคนไม่รู้จักภาษาจีนด้วยซ้ำ นับได้ว่าศิลปินแต่ละท่านมีความสามารถชั้นเทพจึงร้องเพลงออกมาได้อย่างที่คนจีนแผ่นดินใหญ่ยังคิดว่าเป็นคนจีนร้องจริงๆ วันซ้อมสุดท้าย น้องๆ แดนเซอร์ซ้อมกันจนถึงตีห้า โดยมีคุณป๊อปเป็นผู้ดูแล หญิงยังคิดว่าจะเต้นออกเหรอนั่น ไม่รู้ว่าเอาพลังมาจากไหนกัน
หญิงดูการแสดงทุกรอบ และจะแอบดูคุณผู้ชมบ่อยๆ ว่า มีความสุขแค่ไหน ความรู้สึกนั้นไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ แต่เห็นแล้วมีแต่ น้ำตาแห่งความประทับใจเอ่อๆ ล้นตา เมื่อเห็นคนแก่ๆ รุ่นอาม่า ยิ้มอย่างเต็มที่ โชว์เหงือกไม่อายใคร ยกมือโบกไปมาอย่างมีความสุข บางบ้านมากันครบลำดับญาติจากยายถึงหลานจับมือกันเป็นแถวร้องเพลงตามผิดบ้างถูกบ้างตามคำร้องคาราโอเกะที่มีให้ในจอ พร้อมโยกตัวไปมา บางคู่แม่ที่มีลูกเล็กอุ้มลูกไว้ในอ้อมกอดแล้วร้องเพลงให้ลูกฟังเหมือนกับเล่าเรื่องตอนที่แม่ยังเล็ก วัยรุ่นบางคนคาดว่าไม่น่าจะเกิดทันก็เอาใจช่วยปรบมือไปกับศิลปินคนโปรด คุณนภาดาและคุณนนทิยา (นักร้อง) เองยังพูดกับหญิงว่าได้ดูผู้ชมรุ่นแม่ รุ่นยายมีความสุขแบบนี้ น้ำตายังคลอเหมือนกัน และเป็นพลังที่ทำให้ร้องเพลงกันอย่างสุดความสามารถ
ระหว่าง Intermission ช่วงมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดี ก็ไม่มีใครลุก นั่งลุ้นกันทุกที่นั่ง ทุกสายตามีแต่ความสุขที่เราสัมผัสได้ เมื่อคอมพิวเตอร์หยุดตรงหมายเลขที่นั่ง ผู้ใหญ่ที่มองไม่เห็นเลขที่นั่งจากบัตรคอนเสิร์ต ก็ลุกเพื่อดูเลขที่จากเก้าอี้ที่ตนนั่ง เหมือนเราได้มีโอกาสให้ผู้ใหญ่เล่นเกมสนุก ได้หัวเราะเฮฮา ที่ประทับใจสุดๆ ก็คือเป็นผู้ใหญ่ที่นั่งรถเข็นเข้ามาหาหญิง จับมือหญิงเบาๆ แล้วพูดว่า "ขอกคุง ขอกคุงนะ ซาหนุกมาก" หลายคันหลายคนจนหญิงน้ำตาคลออีกแล้วค่ะ แขกในรอบนั้นมีมาจากทั่วประเทศ จากสิงคโปร์ จากฮ่องกง และจีนก็มี
แม้คอนเสิร์ตจะผ่านไป แต่ความประทับใจคงจะอยู่กับทีมงานทุกคนไปอีกนานเท่านาน ขอบคุณมากค่ะ คุณเติ้งลี่จวิน ราชินีเพลงที่โลกไม่เคยลืม
หญิง ศศมนต์ สงวนสิน
ทุกครั้งที่รำลึกถึงการจากไปของ "เติ้งลี้จวิน" แม้จะไม่มีวิวาทะจากบรรดาญาติๆ เหมือนบ้านเรา แต่ราชินีเพลงจีน ก็ทำให้คนไทยได้รำลึกอย่างอิ่มเอมใจได้ทุกครั้ง ยิ่งล่าสุดที่ "หญิง" ศศมนต์ สงวนสิน บอสใหญ่แห่งบริษัทสินทรัพย์ ประกันภัย เป็นโต้โผจัดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ประทับใจไม่รู้ลืม
กว่าจะเกิดคอนเสิร์ตดีๆ อย่างนี้ได้ ไม่ใช่แค่หว่านเงินลงไป ทว่า ความผูกพันตั้งแต่วัยเด็ก กระทั่งวันที่นักร้องเสียงเสน่ห์แห่งเอเชียคนนี้จากไป "คุณหญิง" ก็ยังได้เข้าไปสัมผัสอะไรบางอย่างด้วย
จะเป็นอะไร และอย่างไรนั้น ต้องติดตาม...



