
'ไม่ได้ลุ้น Walter Mitty ก็จงลุ้น Wolf Of Wall Street แทน'
'ไม่ได้ลุ้น Walter Mitty ก็จงลุ้น Wolf Of Wall Street แทน' : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
แวะไปดูรายชื่อผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ปีนี้ ใน Oscar.com ไร้เงาหนังปลื้มมากแห่งปี(ของผม) อย่าง The Secret Life Of Walter Mitty โดยพี่ Ben Stiller ก็ได้แค่คาดเดาเอาเองว่า สาเหตุที่ Academy ไม่ปลื้มผลงานพลิกบทบาทพี่เบ็นในครั้งนี้ อาจเป็นเพราะหนังดีในที่ผ่านมามัน “เยอะเกินไป” จริงๆ ซึ่ง “ตามสูตรหนังดี” คือต้องเข้าโรงก่อนเส้นตาย 31 ธันวาคม แบบฉิวเฉียด เพื่อให้ Academy จดจำและคนดูยังเพิ่งได้ดูกรุ่นๆ พลังมันถึงจะส่งให้เข้า Win ได้..อันนี้คนดูอย่างเราจับไต๋ฯมาได้นานแล้ว…
แต่ปีนี้ Academy รักพี่เสียดายน้อง นำหนังดีมากถึง 9 เรื่องอัดยัดทะนานเข้าไปอยู่ใน Oscar Nominees For Best Picture ในแบบที่ไม่เคยปรากฏ
หนังชีวประวัติโบรกเกอร์หมาป่าล่าเงิน (The Wolf Of Wall Street) หนังชีวิตทาสยาวนาน 1 รอบ (12 Years a Slave) หนังทอม แฮงส์ เจอโจรสลัดแบบหดหู่ (Captain Phillips) หนังนักต้มตุ๋นโดยดาราดังครึ่งโหล (American Hustle) หนังลึกลับต้านแรงโน้มถ่วงของแซนดร้า บลูล็อค (Gravity) ก็มา! ฯลฯ สิริรวม 9 เรื่องได้เข้าลุ้นหนังยอดเยี่ยม Oscar ประจำครั้งที่ 86 นี้ (แหม..ไม่เข้าชิงสัก 10 เรื่องไปเลยล่ะครับเลขกลมๆ จะได้เอา Mitty ผมไปชนด้วย!)
ถ้าจะกล่าวหา Oscar แบบมั่วๆ ก็ต้องพูดว่า Academy เล่นพวก! เพราะหนังปู่ Martin Scorsese (มาร์ติน สกอร์เซซี่) เข้ารอบแทบทุกปี (ที่แกทำ) ดูเหมือนจะถูกจริตกรรมการ Oscar มาก ยิ่งในปีนี้
“The Wolf Of WallStreet” หรือชื่อไทย “คนจะรวยช่วยไม่ได้” หนังเต็งจ๋าจากค่ายพาราเมาท์ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนดูและ Academy โดยเข้าชิงถึง 5 สาขา และโซ้ย Gloden Globe Awards ไปก่อนหน้านี้แล้วในสาขานำชายยอดเยี่ยม (สายตลก/เพลง) นั่นคือ Leonado DiCaprio นักแสดงหนุ่มที่พวกเราคุ้นเคยเขามาตั้งแต่วัยเด็ก
ผมได้ดูหนังเรื่องนี้ในเวลาเดียวกันกับที่หนุ่มสาวชาว Metrosexual กำลังกระโดดอยู่ในโลกยูโทเปียเนรมิตของไฮเนเก้นงาน Sensation ได้บัตรมาเหมือนกัน แต่นั่งมองหน้ากับภรรยาแล้วว่ามันคงไม่ใช่ดินแดนของเรา ..เอา 3 ชม.นั้นไปซุกตัวในโรงภาพยนตร์ Major Cineplex สุขุมวิทแทน
หนังความยาว 180 นาทีเป๊ะเรื่องนี้ ไม่ได้ทำให้ผมชอบมากไปกว่า The Secret Life Of Walter Mitty แต่มีเรื่อง “ติดตา” มากจนต้องเขียนถึงในสัปดาห์นี้
มันเป็นหนังยาวที่ร่ายมนต์ให้ 3 ชม.ไม่นานเกินไปได้อย่างน่าประหลาด ลีโอนาร์โดคือนักแสดงที่ “ไม่เคยกันเอง” กับคนดู แม้เราจะให้การยอมรับและรักเขาไปแล้วตั้งแต่ 15 เรื่องที่แล้วโน่น แต่เขาก็ยังหมั่นพัฒนาการแสดงให้ดีขึ้น..ดีขึ้น..ดีขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่แปลกใจที่ปู่สกอร์เซซี่ไม่เคยปันใจไปจากเขา ปู่ทำหนังได้เหมือนผู้กำกับวัยรุ่นทำ พลังงานปู่ซู่ซ่ามากในเรื่องนี้แสดงความเก๋าให้เราเห็นว่าปู่รู้ทุกเฟรมหนังของตัวเอง (หนังมีแผลตัดต่อที่โดดอยู่ 1 ครั้งด้วยเหตุปู่อยากย่นเวลาการเดินลงจากรถของพระเอก โดยที่กล้องไม่ได้ตั้งอยู่ที่จุดเดิม) แต่ปู่ก็รู้ว่าลำดับเหตุการณ์เพื่อเล่าอย่างไรให้พอดีและได้ผลกับจิตใจคนดู เราในฐานะคนดูหนังปู่เหมือนอยู่บนรถไฟเหาะที่เสียวมากแต่ไม่อยากลง
อีก 1 ความเพลิดเพลินของหนังคือ นางเอกใหม่ Margot Robbie สาวเต่งตึงจากออสเตรเลียผู้มีแววตาสะกดโลกทั้งใบให้เธอคนเดียว เธอเปลืองตัวชนิดหมดหน้าตักกับบทบาทนี้...หนังเรื่องนี้แม้ดีมากแต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน มันถูกสร้างมาเพื่อสอนใจคนวัยทำงาน ด้วยการสอนด้วยตัวอย่างเลวๆ จึงไม่แปลกที่สุภาพสตรีบางท่านจะได้รับความอึดอัดจากการแจก F*ck ทั้งเรื่องนับ 500 ครั้ง ทั้งคำพูดและการกระทำ หนุ่ยแนะนำให้เพื่อนร่วมงาน/เจ้านาย-ลูกน้องรวมกลุ่มกันไปดูเพื่อย้อนมองตัวเอง มันมีมุมดีมากกับการทำงานถ้าสังเคราะห์แล้วนำไปใช้ แต่สำหรับนักเรียนชายที่คิดจะพาเพื่อนสาวไปดู นอกจากสาวเจ้าจะมองคุณแปลกๆ ไปแล้ว วัยวุฒิของน้องอาจยังไม่พร้อมสำหรับการตีความหนังเรื่องนี้ครับ (เป็นหนัง น.18+ ที่แท้จริงแล้วควรได้ ฉ.20นะ)
ผมเองเดินออกมาจากโรงก็อินกับหนังพอสมควร ถึงกับรีบคว้าแอพ IMDB มาตรวจสอบว่า ไผเป็นไผ?ในโปรดักชั่นนี้ น้อง Margot Robbie (ชื่อเธอออกเสียง “มาร์โก้”) กำลังถูกรายการทอล์กโชว์มากมายในอเมริกาดึงตัวไปสัมภาษณ์ เสน่ห์แรงพอดู เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่เสี่ยงแป๊กต่ำ การตัดสินใจ “เปลืองตัวให้น้อยลงนิด” ในเรื่องต่อๆ ไปดูจะกำหนดเส้นทางเจิดจ้าในฮอลลีวู้ดให้เธอได้ (แต่ห้ามโป๊ไปกว่านี้แล้วนะ..เพราะมันหมดหน้าตักเธอแล้วจริงๆ)
ข้อมูลที่ผมศึกษาลึกลงไปคือ “Jordan Belfort” หมาป่าวอลล์สตรีทในเรื่องมีตัวตนอยู่จริงๆ เส้นทางก่อนมาสู่หนังเขาเขียนหนังสือเล่าประวัติชีวิตตัวเองจนเข้าตาปู่สกอร์เซซี่เข้าและมอบหมายให้ Terence Winter ผู้มีผลงานเขียนบท TV Sreries ดัง The Sopranos ซัดบทภาพยนตร์ความยาว 3 ชม.เป๊ะเรื่องนี้ (เขาเข้าชิงออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงด้วย...น่าลุ้นมากสาขานี้)
และแน่นอนขึ้นชื่อว่า The Real Wolf Of Wall Street ทันทีที่ผมเจอ “หน้าตาที่แท้จริง” ของ Jordan Belfort ผ่านเว็บชื่อเดียวกันกับชื่อเขา.com ผมจำเป็นต้องใส่ชื่อ และ email address ลงไปในช่องก่อนคลิกชมวิดีโอสัมภาษณ์เขาได้ และเมื่อผมชมวิดีโอนั้นจบและรู้จักตัวตนจริงเขาไปแล้ว ผมก็พบ “Email ฝากร้าน” เข้ามานอนจอดไว้ใน Mailbox ผมทันที!
“สวัสดี พงศ์สุข”
ผมเอง “จอร์แดน เบลฟอร์ต” ผมใคร่ขอต้อนรับคุณเป็นการส่วนตัวเลย! ขอบคุณที่สนใจอยากให้ผมช่วยปรับปรุงยอดขาย, ความสามารถทางการโน้มน้าวและทักษะทางธุรกิจของคุณ...บลา...บลา… บลา แล้วมีโอกาสคุยกันนะ!”
เป็นไงล่ะ! โดนหมาป่าไล่งับตูดเลย!
.......................................
(หมายเหตุ 'ไม่ได้ลุ้น Walter Mitty ก็จงลุ้น Wolf Of Wall Street แทน' : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์)



