บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:คำสารภาพก่อนวันตรุษจีน'57

เล่นหูเล่นตา:คำสารภาพก่อนวันตรุษจีน'57

03 ก.พ. 2557

คำสารภาพก่อนวันตรุษจีน'57 : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
 
          ข้อดีข้อหนึ่งของเทศกาลต่างๆ ก็คือ การรวมตัวของคนในครอบครัว... รวมตัวกันวุ่นวาย วึ่นวือ เวิ่นเว้อ... เทศกาลที่เวิ่นเว้อที่สุดสำหรับคนบ้านฉันคือ  “เทศกาลตรุษจีน” ช่างเป็นความวุ่นวายที่กินเวลาหลายวัน ตั้งแต่วันจ่าย... แม่ฉันจะยกขบวนไปปิดตลาด เอ๊ย! ไปจ่ายตลาดหลายตลาดเหลือเกิ๊น! ผลไม้ซื้อตลาดโน่น ผักสดซื้อตลาดนี้ หมูเห็ดเป็ดไก่ตลาดนั้น ขนมเทียนขนมเข่งก็อีกตลาด จ่ายตลาดละวัน ของสดจะจ่ายหลังสุด อีวันเตรียมของก่อนวันไหว้นี่แหละวุ่นวายยังกะไฟไหม้ครัว เดินสวนกันไปมาจนฉันเวียนหัว ดูละครอีสาไม่รู้เรื่อง ('รมณ์เสียตรงนี้!) เสียงคนในบ้านคุยกันโหวกเหวกเป็นเจ๊กตื่นไฟกลบเสียงละครตอนที่อีสากับคุณสมศักดิ์หลบระเบิดอยู่ในบ้าน ไม่ได้ยินเสียงทีวีเห็นแต่ภาพต้องเดาเอาเองว่าตัวละครเขาคุยอะไรกัน เอ้า... เอ้า... เอ้า! ไหงประคองกันลงบนที่นอน... วุ้ย! เสียวไส้กลัวคุณหญิงโสภากลับมาเห็น ถ้าฉันเป็นคุณหญิงโสภาแล้วจับได้คาหนังคาเขานะ ฉันคงจะพูดว่า “คุณสมศักดิ์คะ นั่นมันอีสานะคะ ไม่ใช่หลุมหลบภัย ทำไมลงไปหลบในนั้นละคะ!” ฉากเลิฟซีนของฉันถูกทำลายลงด้วยเสียงหม้อกะละมัง เสียงตะหลิวเคาะกระทะของคนในบ้าน ทั้งน้า พี่สาว น้องสาว และน้องสะใภ้ ที่ต่างทำของเตรียมไหว้ในวันรุ่งขึ้น... ไข่เป็ดก็เอามาต้มแล้วย้อมสีแดง เหม่งซุ่งหรือหน่อไม้จีนก็เอามาต้มจนนิ่ม พุทราแห้งก็ต้องเชื่อมไว้พรุ่งนี้ค่อยใส่แปะก๊วยกับเม็ดบัวลงไปต้มอีกครั้ง หมู 3 ชั้นชิ้นโต (บ๊ะแสะ) กับไก่ 5-6 ตัว คุณแป้ น้องสะใภ้ก็เอามาต้มแล้วผูกเชือกแขวนไว้ในห้องครัว เห็นวัตถุดิบคร่าวๆ ก็เริ่มมองเห็นอนาคตของท้องหรือชะตากรรมของกระเพาะอาหารว่าจะต้องทนกินของไหว้เหล่านั้นไปจนกว่าจะหมดแหงๆ มันจะแปรสภาพเป็นอาหารซ้ำซากประจำเทศกาลที่ต้องกินกันทุกปี อันได้แก่ หน่อไม้จีนต้มพะโล้... จับฉ่าย... หมู-เป็ด-ไก่ ทอดแล้วเอาไปรวนเค็ม... ขนมเทียน ขนมเข่งที่เอามาตากแดดจนแห้งแล้วชุบไข่ทอด ยังไม่รวมผลไม้กับ ขนมอี๋ (สาคูเม็ดใหญ่ต้มใส่น้ำแดง) ที่เอาไว้ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉซิ้งเอี้ย) อีกนะ เทพเจ้าและบรรพบุรุษจะต้องรับของไหว้ซ้ำซากเหล่านี้ทุกๆ ปี ท่านจะเบื่อมั้ยนะ? ท่านไม่อยากกินพิซซ่าหรือไก่ทอดเคเอฟซีบ้างหรืออย่างไร ... พูดเรื่องนี้ทีไรโดนเตี่ยกับแม่ด่าทุกที!
 
          ฉันเป็นคนซ้ำซากทำอะไรด้วยความเคยชินก็จริง แต่อาหารของวันตรุษจีน... ขอผ่าน กินได้ซ้ำกันไม่เกิน 2 มื้อ (กินตามธรรมเนียม) แม้แม่จะเก็บเป็ดไก่ใส่ตู้เย็นไว้ทำอาหารอย่างอื่น ก็ยังน่าเบื่ออยู่ดี ทั้งข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวไก่ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น ฯลฯ ... คนในบ้านฉันจะเบื่อก็แค่อาหารไหว้เจ้า ซึ่งไม่ค่อยกินกัน ทำแจกเสียมากกว่าแล้วก็หาอย่างอื่นทำกินมันร่ำไป ตอนนี้ที่บ้านแม่ฉันมีตู้เย็นตู้ใหญ่ๆ ถึง 3 ใบ เพิ่งเปิดตู้ใหม่ในช่วงตรุษจีน... ก็ยังเต็ม! และแม้ฉันจะเห็นว่าการรวมตัวของคนในครอบครัวในช่วงตรุษจีนจะเป็นเรื่องที่ดี ในข้อดีก็มีข้อเสียอยู่ด้วยเสมอหากมองดูดีๆ  ญาติและลูกๆ ข้างเตี่ยฉันจะแวะเวียนมาอวยพร มันน่ายินดีใช่มั้ย? อือ ... สำหรับเตี่ยคนเดียว! สำหรับคนที่บ้านแล้วฉันว่ามันคือความวุ่นวายขั้นกว่า (มากกว่าการเตรียมของและการไหว้เจ้า) ด้วยว่าทุกคนจะเอาท้องมาฝากไว้ที่ครัวบ้านฉัน ไม่ว่าจะอาหารไทย จีน ฝรั่ง อีสาน เหนือ ใต้ ... ความคาดหวังนั้นสูงกว่าแค่อาหารไหว้เจ้า ซึ่งคนในบ้านเหนื่อยจากการไหว้เจ้าแล้วยังต้องมานั่งรับแขกของเตี่ยอีกหลายระลอก ต่างคนต่างมาต่างเวลากันเสียด้วย ... จนอยากจะติดป้ายหน้าบ้านช่วงตรุษจีนว่า  “กรุณารับประทานอาหารมาให้อิ่มก่อนแล้วค่อยมาเยี่ยมเตี่ยกรูนะคะ!” ... เกรงว่าจะเสียมารยาทปีนี้เลยคิดว่าจะให้ “พี่นก” พี่สาวฉันทำเมนูเดียวเลี้ยงทุกคนที่มาบ้าน ... ข้าวผัด! จะให้นางผัดใส่กล่อง (เหมือนข้าวกล่อง) ทิ้งไว้แล้วค่อยเอาไปอุ่นในไมโครเวฟ ... สาว่าสะดวกดีนะคะ คุณสมศักดิ์! 
 
          การเกิดมาเป็นลูกคนจีนสำหรับฉัน มันสนุกที่สุดตรงเรื่อง “กิน” แต่เหนื่อยที่สุดตรงเรื่อง “การรวมญาติ” ในเทศกาลต่างๆ มันเป็นของมันแบบนั้นตั้งแต่ฉันจำความได้ว่า เกิดมาในครอบครัวคนจีนที่หน้าตา เอิ่ม ... พูดจาเสียงดังโหวกเหวก ไม่มีชาติตระกูลใดๆ ไม่มีคำลงท้ายนามสกุลว่า ณ โน่น ณ นี่ให้เป็นเกียรติเป็นศรีในการออกสังคม... มีเพียงความรู้จากการศึกษาที่เตี่ยกับแม่ลำบากส่งเสียมาทำให้คอตั้งหน้าเชิด ไม่ก้มหัวให้กับความร่ำรวยและไม่เกรงกลัวต่อกฎหรืออำนาจใดๆ อันไม่ชอบธรรม นอกจากความถูกต้องและความดี! ไม่เช่นนั้นฉันก็ไม่รู้จะเรียกตัวเองว่า “เป็นคนไทยที่ดีได้อย่างไร!” เอ่อ ... เอาแค่นี้นะ ยิ่งเขียนเดี๋ยวของจะยิ่งขึ้น อาจถูกเรียกไปสอบสวนพร้อมกับเพื่อนซี้ ท็อป ดารณีนุช เดี๋ยวจะไม่มีคนทำหน้าที่ประกันตัวและส่งโอเลี้ยง ข้าวผัด ... มะ!) 
 
          “การรวมญาติ” น่าจะกินเวลาเท่าชั่วอายุเตี่ยของฉัน เพราะญาติที่นับกันในวันนี้เป็นของฝั่งเตี่ยเท่านั้น ตัวฉันเองก็รักที่จะนับญาติจากความรัก ความชอบโดยส่วนตัวมากกว่าแค่สายเลือด (ออกจะแปลกแต่นั่นคือความจริง) ฉันมีพี่น้องแม่เดียวกัน 4 คน หลานชาย 3 คน มีน้องที่รักนอกท้องแม่แค่คนเดียวคือ “โก้ มิสเตอร์แซกแมน” ถัดไปก็คือเพื่อนรักที่มีไม่กี่คน (บางคนอาจจะโดนขังนานแบบออง ซาน ซูจี) และลูกน้องอีก 2 คน คือ “ นังนุชนาฎและสีเกด” การรวมญาติและนับญาติของฉันจึงเป็นไปตามธรรมเนียมและมารยาทในฐานะลูกเตี่ย หากข้ามความวุ่นวายและความเหนื่อยทั้งการเตรียมการ การไหว้และการรวมญาติฝั่งเตี่ย เทศกาลตรุษจีนก็จะเป็นเรื่องเบิกบานสำหรับฉันที่จะได้แต๊ะเอียคนในบ้าน  เรียกโก้ มิสเตอร์แซกแมน และลูกน้องทั้งสองมากินข้าวที่บ้าน... อยากจะบอกความจริงที่จริงที่สุดแต่เกรงจะขัดต่อกฎหมายว่า... ความสนุกที่สุดของเตี่ยและคนในบ้านคือ การที่นังนุชนาฎเป็นเจ้า (ทั้งๆ ที่เป็นเจ๊ก)... ถือเป็นช่วงของการแข่งบุญแข่งวาสนาช่วงสั้นๆ ที่เตี่ยฉันจะไม่พูดว่า “แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่อย่าแข่งบุญแข่งวาสนา” เพราะจะไม่มีใครได้ยินอะไร นอกจากเสียง ... ป๊อกๆๆ!! นะคะคุณตำรวจ!
 
.......................................
(หมายเหตุ คำสารภาพก่อนวันตรุษจีน'57 : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)