
หลากหลายเรื่องราวในชีวิตลิขิตโดย'อ๋อม-อรรคพันธ์'
01 ก.พ. 2557
หลากหลายเรื่องราวในชีวิตลิขิตโดย 'อ๋อม-อรรคพันธ์' : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง... ภัทรวรรณ สุนทรธนานุกูล ภาพ... วริศรา วุฒิกุล
ผ่านการแสดงมาแล้วหลากหลายบทบาท ไม่ว่าจะเป็นเพียงแค่นักแสดงรับเชิญ บทรอง บทร้าย แต่วันนี้ "อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์" ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นในความสามารถ กระทั่งสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็นพระเอกอันดับต้นๆของ วิก 7 สี "บันเทิง คมชัดลึก” ทว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ชีวิตการทำงาน
@@ พูดถึงละครเรื่อง “เจ้าสาวสลาตัน” เป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนี้ก็กำลังเร่งถ่ายทำอยู่ และยังเป็นละครเรื่องแรก ที่ผมได้ร่วมงานกับทางกันตนา แล้วก็น้องขวัญ (อุษามณี ไวทยานนท์) ก็ดีนะ บรรยากาศก็สนุกสนานดีนะ (ยิ้ม) คือทั้งตัวของทีมงานและนักแสดง โดยเฉพาะน้องขวัญ และตัวละครอื่นๆ เขาจะมีความใกล้เคียงกันในเรื่องของวัย เหมือนเป็นเพื่อนๆ กันเสียหมด ทุกอย่างมันเลยดูสบายๆ
@@ บทบาทของอ๋อมในเรื่องนี้เป็นแบบไหน
ในเรื่องนี้ก็จะมีความเป็นคอมเมดี้ แต่ไม่มากนะ ยิ่งบทบาทของผม จะดราม่าเลยนะ ตัวละครอื่นอาจจะคอมเมดี้ แต่ของผมเป็นตัวที่ดาร์ก ไซด์มาก เพราะว่าว่าที่ภรรยาของผม ดันหนีไปมีชู้ ในความคิดเรา เราเลยดาร์กไปเลย
@@พูดถึงนางเอกของเรื่องหน่อย
กับขวัญ ผมเคยเจอน้องตามงานอีเว้นท์นะ สวนๆ กันมากกว่า แต่ในเรื่องของการทำงาน ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันครั้งแรก
@@ สิ่งที่ต้องปรับจูนกันกับนางเอกสาวคนนี้
คือแรกๆ ยังไม่ค่อยสนิทกันมาก ดูนิสัยใจคอนะ ดูการทำงาน พอถ่ายไปเรื่อยๆ มากขึ้นๆ มันก็จะเกิดความรู้สึกผูกพันกันเอง แล้วก็เริ่มที่จะรู้จักกันมาขึ้น เริ่มกล้าที่จะเล่นกันมากขึ้น กล้าแสดงกันมากขึ้น ผมมองว่ามันเป็นแบบนี้ทุกเรื่องอยู่แล้วนะ
@@ ถามถึงกระแสคู่จิ้น ส่วนตัวรู้สึกอย่างไรบ้าง
ผมดีใจนะ (ยิ้ม) ที่คนมอง อยากให้มีผลงานร่วมกัน เหมือนกับว่าพอเราสร้างสรรค์ผลงานออกมาแล้ว ก็อยากให้คนชอบและอินตาม ผมดีใจนะ กับคำว่าคู่จิ้นก็ดีนะ คือผมไม่ค่อยได้จับคู่อะไรแบบนี้
@@ พอเห็นหน้าอ๋อมก็ต้องนึกถึงซิกแพ็ก
โอเคนะ (หัวเราะ) คือผมดีใจนะที่คนมองว่าผมเป็นคนที่รักสุขภาพ เรื่องการดูแลตัวเองของผมก็ไม่ถึงขนาดว่าบ้าคลั่งนะ คือถ้ามีเวลาก็ออกกำลังกาย ผมชอบที่จะให้เหงื่อออก เพราะเวลาเหงื่อออกแล้วมันรู้สึกสบายตัว หลับสบาย หลับสนิท
@@ พูดถึงเรื่องอตีตาหน่อย ล่าสุดฟิตติ้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ใช่แล้ว คาดว่าน่าจะเปิดกล้องเร็วๆ นี้
@@ ในเรื่องนี้รับบทเป็นใคร
จริงๆ เรื่องนี้อิงประวัติศาสตร์นิดๆ นะ ตัวพระเอกเป็นนักรบในสมัยบางระจันเลย ผมรับบทเป็นเมืองใจ ซึ่งเป็นบทที่พี่เมฆ (วินัย ไกรบุตร) เล่นไว และเรื่องนี้พี่เมฆก็เล่นด้วยนะ รับบทเป็นนายจันหนวดเขี้ยว ผมก็ได้ถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าการรับบทเป็นเมืองใจต้องเป็นแบบไหน พี่เมฆก็บอกคำเดียวว่า เมืองใจในเวอร์ชั่นที่อ๋อมแสดงต้องทำให้เรตติ้งมากกว่าที่พี่เล่น (หัวเราะ) ผมก็บอกไปว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะ (ยิ้ม) ตอนนี้เลยกดดันเลย
@@ ถือว่าอตีตาเป็นละครพีเรียดที่สุดที่เคยเล่นมาเลยไหม
ก็น่าจะใช่นะ เพราะก่อนหน้านี้ผมเคยแสดงเรื่อง ทวิภพ ไว้ ส่วนอตีตาก็จะย้อนกลับไปอีก ในยุคบางระจันเลย เรื่องนี้ผมเป็นนักรบ ถือดาบคู่เลย เป็นบทบาทที่ผมไม่เคยแสดงมาก่อน มันก็ท้าทายและน่าตื่นเต้น
@@ สิ่งที่หนักใจในเรื่องนี้ล่ะ
ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องของการบู๊มากกว่านะ ฟันดาบ เพราะว่าการบู๊ที่มีดาบมันค่อนข้างอันตราย ถ้าพลาดมันเจ็บหนัก เจ็บเลย ผมก็ต้องไปเรียนเพิ่มเติมเหมือนกันนะ และได้เรียนมาบ้างแล้ว
ชีวิตในวงการบันเทิง
@@ ณ วันนี้ทำงานในวงการบันเทิงมาทั้งหมดกี่ปีแล้ว
ประมาณ 5 ปีแล้ว ถามผมว่าได้อะไรเยอะไหม บอกได้เลยว่ามาก วงการบันเทิงสอนอะไรผมหลายอย่าง ในเรื่องของความรับผิดชอบ การแสดงและต้องเรียนรู้อะไรไปเรื่อยๆ ผมว่าดีนะ ผมค่อนข้างจะเปลี่ยนตัวเองไปได้เยอะมาก เพราะว่าเมื่อก่อนผมไม่ค่อยจะจริงจังอะไรเลย พอมาทำงานการแสดง ผมเริ่มที่จะต้องทำให้มันเต็มที่ พยายามเรียนรู้และทำให้มันออกมาดีที่สุด
@@ นอกจากนี้ยังมีอะไรอีก
หลักๆ ผมว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของความรับผิดชอบ ความตั้งใจในการทำงาน มันมีความมุ่งมั่น จากแต่ก่อนได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ความทะเยอทะยานมากขึ้น ท้อน้อยลง
@@ หลายคนมักจะพูดว่าวงการบันเทิงทำให้คนเปลี่ยนไป เห็นด้วยไหม
เปลี่ยนนะ แล้วแต่คนบางคนอาจจะเปลี่ยนมากเปลี่ยนน้อย แต่ที่แน่ๆ มันเปลี่ยนชีวิต มีอะไรต่อมีอะไรเข้ามาเยอะ มีสิ่งที่แปลกหูแปลกตาเยอะ
@@ ขึ้นแท่นพระเอกแถวหน้าของช่อง 7
จริงๆ ผมไม่อยากให้มองแบบนั้นนะ อยากให้มองว่าผมทำงานอย่างเต็มที่ และมีงานทำอย่างต่อเนื่อง ผมแฮปปี้แล้ว ผมไม่ต้องการเป็นพระเอกแถวหน้าหรือเป็นเบอร์หนึ่ง แต่อยากมีงานทำอย่างต่อเนื่องมากกว่า
@@ ระหว่างคำว่า “พระเอก” กับ คำว่า “นักแสดง” อยากให้คนเรียกว่าแบบไหน
ผมอยากให้คนเรียกผมว่านักแสดงมากกว่านะ จริงๆ ผมไม่ได้ซีเรียสนะว่าต้องเป็นพระเอก ผมเล่นบทไหนก็ได้
@@ หมายความว่าวันที่เริ่มทำงานในวงการไม่เคยคิดว่าจะมาไกลถึงขนาดนี้
ใช่เลย (ยิ้ม) ไม่เคยคิดว่าจะเป็นพระเอกเลย ผมมองว่าแค่มีบทๆ หนึ่งที่ผมเหมาะสมที่จะแสดงได้ ผมยินดีเลย ผมชอบในการแสดง ชอบในละคร ชอบที่จะทำงานตรงนี้ อย่างตอนแรกที่ผมเข้ามาวงการ ผมเล่นบทร้าย ต่อมาเป็นบทรอง ผมเล่นมาเกือบจะทุกบทแล้ว ผมว่ามันก็ดีนะ เพราะเราสามาทำงานได้หลากหลาย
@@ ถูกยกให้เป็นพระเอก มีผลต่อการวางตัวอย่างไรบ้าง
สำหรับผม ผมยังวางตัวเหมือนเดิมนะ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่จะบอกว่ามีคนสนใจเรามากขึ้น ตามองมากขึ้น มีคนให้ความสำคัญเรามากขึ้น และผมก็ไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง
@@ เคยรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเองบ้างไหม
มีบ้างนะ แต่ที่ยอมรับจริงๆ ก็คือการสูญเสียความเป็นส่วนตัวนะ ถ้าความเป็นตัวเอง ผมไม่ปล่อยให้มันหายไปมากนัก สูญเสียความเป็นส่วนตัว ใช่นะ คืออาจจะไม่ได้ไปในที่ๆ คนเยอะๆ แต่ถ้าไปไหนแล้วมีคนเข้ามาทัก ผมยินดีมากเลย
@@ การทำใจยอมรับการสูญเสียความเป็นส่วนตัว
ตอนแรกๆ มันก็ยากหน่อยนะ ผมว่ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้ พอมันเคยชินเข้าทุกวัน มันก็โอเคนะ อย่างทุกวันนี้เวลาไปไหนมาไหน เจอคนทัก เหมือนกับว่าเรารู้จักกันทุกคนเลย คือทุกคนก็จะเรียก อ๋อม ผมก็จะบอกกลับไปว่า สวัสดีครับ (ยิ้ม) ผมต้องปรับตัวให้มากขึ้น กับสถานการณ์ตอนนี้ที่เราเป็นอยู่ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดี คนชื่นชอบในผลงานและชื่นชอบในตัวเรา ผมดีใจนะ ดีกว่าว่าพอเดินผ่าน แล้วมองผมเฉยๆ นะ
ชีวิตกับการไร้สังกัด
@@ เป็นอย่างไรบ้าง กับการเป็นนักแสดงอิสระ
ต้องบอกว่ามันก็เหนื่อยมากขึ้นแน่ เพราะว่าตอนที่อยู่สังกัดโพลีพลัสมีคนดูแลเหมือนมีบ้านที่คอยดูแลให้ความอบอุ่น แต่พอวันหนึ่งที่ถึงจุดจุดหนึ่ง เราก็ต้องดูแลตัวเอง ซึ่งมันก็เหนื่อยขึ้นและยาก
@@ เมื่อไม่มีสังกัดความต่อเนื่องของผลงานอาจน้อยลง
ก็มีคิดนะ แต่ก็ต้องลองดู อีกอย่างในเมื่อเราตัดสินใจมาแล้ว ซึ่งถ้าอยู่ที่โน่นมีงานต่อเนื่องแน่นอน
@@ ความเป็นไปได้กับการร่วมงานกับทางผู้จัดในช่องอื่น
ทุกวันนี้ ก็ยังมีคนมาพูดคุยมาถามไถ่เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของละครหรืออีเว้นท์ก็ตาม (ถ้าเห็นไปโผล่ช่องอื่นไม่ใช่เรื่องแปลก )เป็นไปได้ มันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ว่าตอนนี้ผมมีงานละครต่อเนื่องกับทางช่อง 7 อยู่ ถึง 2 เรื่องนั่นคือคิว 7 วันแล้ว ผมจึงไม่สามารถไปทำให้ที่อื่นได้
@@ แล้วกับงานการแสดงบนพื้นผ้าใบ
ยังมีติดต่อมานะ (เข็ดไหมกับเรื่องที่ผ่านมา) ไม่นะ ผมมองว่ามันเป็นประสบการณ์ใหม่ในการทำงาน แต่ว่าตอนนี้คิวผมไม่ได้เลย ก็คงต้องพักไว้ก่อน รอจังหวะอีกที ค่อยว่ากัน
ชีวิตกับการวางแผนขั้นต่อไป
@@ ตั้งไว้ไหมว่าจะทำงานในวงการไปอีกกี่ปี
ผมมองว่าอยากไปทำเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีใครจ้างนะ ให้ผมเล่นบทพ่อ ผมก็ยินดี ผมมีความสุขกับการมากองละคร ผมไม่เบื่อ ผมอยากมากอง อยากมาทำงานการแสดง
@@ เคยคิดถึงงานเบื้องหลังบ้างไหม
มีโอกาสผมก็อยากทำ ถึงในอนาคตถ้าไม่มีใครจ้าง ก็คิดว่าตัวเองก็คงจะอยู่สายนี้นะ
ชีวิตกับข่าวลือมากมาย
@@ โดนเม้าท์สนั่นว่าเป็นคนพิเศษของ “อ้อย” ชโรบล เรียงสุวรรณ
จริงๆ เรื่องนี้ สำหรับพี่อ้อย ผมอยากจะบอกว่าผมเกรงใจท่านมาก เพราะว่าพี่อ้อยเป็นผู้ใหญ่ แล้วผมอยากจะบอกว่าผมสนิทกับพี่อ้อยมานานมาแล้ว ผมก็ไปสังสรรค์กับพี่อ้อยมาสมควรแล้ว แต่ว่าหลังๆ มามีกระแสข่าวออกมาแบบนี้ ผมมองว่ามันไม่ดีเลย
@@ ชีวิตเจอแต่ข่าวเม้าท์
มันก็ไม่แปลกนะ สำหรับการเป็นนักแสดงผู้ชายนะ หนึ่งเลยที่ต้องโดน เป็นตุ๊ดเป็นเกย์ ถ้าไม่เป็นทั้งสองอย่างก็เจ้าชู้ หรือไม่ก็เมา มีแค่นี้จริงๆ มันเป็นวัฏจักร
เรื่องหัวใจ
@@ ณ วันนี้มีสาวคนไหนจับจองหัวใจหรือยัง
ยังไม่มีใครเป็นพิเศษ ผมอยากโฟกัสไปที่งานมากๆ ผมมองที่งานมาก่อน ผมมองถึงครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ของผมต้องมาก่อน ผมหาเงินทุกบาททุกสตางค์ ผมให้คุณพ่อคุณแม่ก่อนเลย แต่ผมก็ไม่ได้ปิดกั้นนะ ทำงานไป ปล่อยไปตามธรรมชาติ
@@ ความเป็น “อ๋อม” อรรคพันธ์ มีผู้หญิงเดินเข้ามาในชีวิตเยอะไหม
ถามว่ามีไหม มันก็มีบ้างนะ แต่จะมาในทำนอง อยากรู้จักเรามากกว่า อีกอย่างผมเองก็ไม่ค่อยได้ไปไหน ถ้าไปก็ไปกับเพื่อนๆ นะ ส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบเป็นคนเลือก เป็นคนที่เข้าไปจีบ ชอบไปเลือกเอง ว่าต้องแบบไหนๆ
นี่แหล่ะ..."อ๋อม" อรรคพันธ์
.......................................
ชื่อ : อรรคพันธ์ นะมาตร์
ชื่อเล่น : อ๋อม
เกิด : 28 มกราคม พ.ศ. 2528
การศึกษา : ระดับปริญญาตรีที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (เอกโฆษณา)
ผลงานละคร : มนต์รักข้าวต้มมัด สะใภ้ไกลปืนเที่ยง รักออกอากาศ บันไดดอกรัก ทวิภพ วันนี้ที่รอคอย
ผลงานปัจจุบัน : เจ้าสาวสลาตัน อตีตา
ผลงานภาพยนตร์ : Coffee Please
.......................................
(หมายเหตุ หลากหลายเรื่องราวในชีวิตลิขิตโดย 'อ๋อม-อรรคพันธ์' : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง... ภัทรวรรณ สุนทรธนานุกูล ภาพ... วริศรา วุฒิกุล
)



