บันเทิง

บ้านทุ่งพร้าว หมู่บ้านดนตรัไทย

บ้านทุ่งพร้าว หมู่บ้านดนตรัไทย

30 ม.ค. 2557

บ้านทุ่งพร้าว หมู่บ้านดนตรัไทย : คอลัมน์โลกใบนี้ดนตรีไทย : โดย...ขุนอิน

 
                         ถ้าย้อนหลังไปเมื่อปี พ.ศ. 2543 ผู้อ่านบางท่านที่มีวัย 30 ปีขึ้นไปอาจจะเคยอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์บางฉบับ และรายการโทรทัศน์ในบางช่องที่ได้เคยนำเสนอข่าวของเศรษฐีไฮโซท่านหนึ่งที่ละทิ้งและหนีความร่ำรวยออกมาใช้ชีวิตเป็นชาวนาซึ่งเศรษฐีท่านนี้นั้นมีนามว่า คุณเล็ก หรือคุณวิลิต เตชะไพบูลย์ แค่เห็นนามสกุลหลายท่านก็ทราบกันแล้วว่าตระกูลนี้นั้นเป็นตระกูลนักธุรกิจชื่อดังของบ้านเรา
 
                         ในตอนสมัยนั้นหลายคนก็คิดว่าท่านคงจะทำไปเพื่อสร้างกระแสให้กับตัวเอง แต่บังเอิญว่าผมเองนั้นได้ไปรู้จักกับคุณเล็ก ก่อนที่ท่านจะไปเป็นชาวนาอยู่นานพอสมควรก็เลยพอจะเดาๆ ได้ว่าท่านนั้นคิดอะไรอยู่โดยที่ผมก็ไม่กล้าที่จะไปถามท่านด้วยว่าท่านนั้นคิดอะไรอยู่ถึงได้อยากมาเป็นชาวนา
 
                         โดยปกติแล้วคุณเล็กท่านจะเป็นคนที่สุภาพพูดจาเรียบร้อยคือคุยด้วยก็จะรู้ว่าเป็นคนที่นอบน้อมถ่อมตนและไม่เคยแสดงตนว่าเป็นเศรษฐีมีสตางค์ ที่สำคัญเป็นคนที่เห็นใจคนยากคนจนและรักความยุติธรรมถึงขนาดที่ว่าขณะที่อยู่ในวัยเรียนเป็นนักศึกษาบ่อยครั้งก็จะออกมาร่วมคัดค้านกับสิ่งที่คนจนนั้นถูกเอารัดเอาเปรียบและประกอบกับเป็นคนที่รักสันโดษถึงขนาดเคยเข้าป่าไปอยุ่บนเขาบนดอยใช้ชีวิตจนมีเพื่อนเป็นชาวเขาเยอะแยะไปหมดซึ่งก็คงด้วยความที่โดนปลูกฝังให้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ลำบากของคนยากคนจนก็เลยตัดสินใจมาเป็นชาวนาปลูกข้าวมันซะเลย
 
                         แต่ที่สำคัญที่สุดก็คืคุณเล็กนั้นเป็นคนที่มีหัวใจเป็นนักดนตรีมาตั้งแต่วัยเด็กคือจะชอบสีซอและหัดเล่นกู่เจิ้งตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมและไปศึกษาดนตรีพื้นเมืองต่างๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศถึงขนาดเดินทางไปฝึกสีซอที่ประเทศมองโกเลียอยู่เป็นแรมปี และในการที่เป็นนักดนตรีของคุณเล็กนั่นเองจึงได้นำพาให้ได้มารู้จักกันกับตัวผมในตั้งแต่ปีพ.ศ. 2540 โน่นเลยล่ะครับ
 
                         หลังจากใช้ชีวิตเป็นชาวนามา 10 กว่าปีทุกอย่างบนที่นาก็เริ่มลงตัวท่านก็เลยเริ่มกลับมามองในสิ่งที่รักก็คืองานดนตรี แต่คราวนี้มาแปลกกว่าเดิมเสียอีก ก็คือได้รวบรวมเด็กๆ ที่มีใจรักดนตรีไทยในหมู่บ้านทุ่งพร้าวซึ่งก็เป็นหมู่บ้านที่ท่านได้ทำนาอยู่ แล้วก็นำทรัพย์สินเงินทองส่วนตัวจำนวนไม่น้อยมาสร้างเครื่องดนตรีวงปี่พาทย์ขึ้นมาและก็ไปจ้างครูสอนปีพาทย์มา 2 ท่านเพื่อมาสอนให้เด็กๆ ในหมู่บ้านทุ่งพร้าวได้มาเรียนดนตรีปี่พาทย์กันทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ กันแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย และหลังจากที่เด็กๆ ในหมู่บ้านทุ่งพร้าวได้ฝึกฝนจากครูกันจนเล่นรวมกันเป็นวงและพอที่จะออกงานแสดงได้แล้ว คุณเล็กก็เลยได้จัดพิธีไหว้ครูใหญ่อย่างเป็นทางการและได้เชิญตัวผมเองไปเป็นผู้ทำพิธีให้ที่ บ้านทุ่งพร้าว อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2557ที่ผ่านมา แถมยังได้จัดงานอย่างใหญ่โตด้วยการเชิญวงปี่พาทย์หลายคณะที่มีชื่อเสียงอย่างเช่นกองดุริยางค์ทหารอากาศ มาบรรเลงอวดฝีมือให้เด็กๆ และชาวบ้านในหมู่บ้านได้ชมกันเป็นขวัญตา
 
                         คุณเล็กนั้นได้ขออนุญาตใช้ชื่อวงปี่พาทย์หมู่บ้านทุ่งพร้าวของท่านว่า "นาวิลิต ศิษย์ขุนอิน" กับตัวผมและยังขอให้ผมได้ช่วยเป็นที่ปรึกษาของวงปี่พาทย์ของท่านที่ได้ก่อตั้งขึ้นมา ซึ่งตัวผมเองนั้นจากการที่ได้รู้จักกันมานานประกอบกับได้รับรู้ถึงความปารถนาดีของคุณเล็กที่ลงทุนหมดสตางค์ไปมากมาย ก็คงมิอาจจะปฏิเสธคำขอร้องต่างๆ ได้ และหลังจากการเสร็จสิ้นพิธีไหว้ครูในวันนั้นแล้วท่านก็ได้บอกผมว่า ได้สั่งซื้อเครื่องดนตรีปี่พาทย์เพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่งเนื่องจากมีเด็กในหมู่บ้านอื่นๆ บริเวณใกล้เคียงเข้ามาเรียนกันอีกหลายคนและยังปรึกษากับผมอีกว่าท่านจะทำให้วงปี่พาทย์ของท่านได้ดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันเลิกลาถึงแม้ว่าตัวท่านเองจะจากโลกใบนี้ไปแล้วด้วยการกระทำอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นมูลนิธิ ก็เป็นไปได้
 
                         ในกระแสที่บ้านเมืองของเรานั้นกำลังมีเหตุการณ์อะไรที่วุ่นวายสุดๆ ถ้าทุกคนมีความคิดเหมือนกับคุณวิลิต เตชะไพบูลย์ บ้านเราก็คงจะมีแต่ความสุขความสงบเต็มไปด้วยจารีตและวัฒนธรรม ปราศจากคนที่เห็นแก่ตัวเองเป็นหลัก แต่ว่าโดยความเป็นจริงแล้วนั้นมันคงจะยากยิ่งและยิ่งยากในการที่จะหาคนแบบนี้ได้ในยุคนี้นะครับท่าน
 
 
 
.....................
 
(บ้านทุ่งพร้าว หมู่บ้านดนตรัไทย : คอลัมน์โลกใบนี้ดนตรีไทย : โดย...ขุนอิน)