บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:ขาจรอุดรฯ (2)

เล่นหูเล่นตา:ขาจรอุดรฯ (2)

27 ม.ค. 2557

ขาจรอุดรฯ (2) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 
 
          ถ้าฉันลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นบ้านแม่แล้วหยิบของกินออกมาทีละอย่าง เชื่อไหมว่าใน 10 ครั้งของกินที่ได้จะไม่ซ้ำกันทั้งที่มาและชนิดของอาหาร ... แล้วถ้าตู้เย็นมันพูดได้ มันคงจะอยากบอกกับฉันว่า 
 
          “กรูจะอ้วกอยู่แล้ว!”
 
          ฉันโตมากับบ้านที่อุดมไปด้วยของกิน ในตู้เย็นต้องมีวัตถุดิบต่างๆ ที่กินได้ทันทีกับต้องเอาไปปรุงต่อและในหม้อข้าวก็ต้องมีข้าวสวยอยู่เต็มหม้อแบบนั้นเสมอ ... ด้วยความที่เตี่ยเลี้ยงดูพวกฉันมาด้วยการเล่นการพนันเป็นอาชีพ เวลากินและเวลากลับ (บ้าน) ไม่เป็นเวลา บางวันเตี่ยก็กลับถึงบ้านในตอนเช้า บางทีก็ค่ำ บางทีก็ตี 2 - ตี 3 แม่จึงต้องเตรียมอาหารการกินไว้ให้พร้อมเสมอ  ไม่ว่าเตี่ยจะกลับมาเวลาไหนก็จะได้กินของอร่อยถูกใจฝีมือแม่ และเตี่ยก็มักจะปลุกลูกๆ ขึ้นมากินของอร่อยด้วยกันเสมอ จนกลายเป็นนิสัยของฉันในทุกวันนี้ อยากกินเมื่อไหร่ก็กิน หาซื้อไม่ได้ก็ลุกขึ้นมาทำกินเองซะเลย ... อาชีพที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้ แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการพนันใดๆ  แต่ก็มีรูปแบบที่เหมือนกันกับเตี่ยตรงที่ “ไม่ได้ก็เสีย” และ  “ไม่เป็นเวร่ำเวลา”  ที่ว่า “ไม่ได้ก็เสีย” ก็คือ เวลาที่บริษัทรับจัดงานหรือที่เรียกว่าออกาไนเซอร์ (Organizer) เขานำเสนอชื่อศิลปินนักร้องให้กับลูกค้าก็ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าจะเลือกใคร เลือกเราๆ ก็ได้ เลือกคนอื่นเราก็เสีย ... เสียงานนั้นให้คนอื่นไป “ได้หรือเสีย” ก็ขึ้นอยู่กับดวง (บุญ-กรรม) จากนั้นเวลาและสถานที่ในการร้องก็แล้วแต่ลูกค้าจะเลือกจะกำหนด เปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ เปลี่ยนผู้ร่วมงานและผู้ชมไปเรื่อยๆ คล้ายกับที่เตี่ยฉันเปลี่ยนที่เล่นและเปลี่ยนขาไพ่ไปในช่วงเวลาที่ต่างกัน ... ฉันกับเตี่ยจึงเดินบนเส้นที่ขนานกันไปในสายอาชีพที่มีรูปแบบและความเสี่ยงที่ไม่ต่างกัน ...
 
          นักร้องเป็นอาชีพที่ต้องเดินทาง ชีพจรลงเท้า เจอสิ่งแปลกตาและท้าทายอยู่เรื่อยไป นั่นทำให้ฉันต้องปรับตัว ปรับปรุงและพัฒนาฝีมือตัวเองอยู่ตลอดเวลา ต้องพบปะกับผู้คนไม่ซ้ำหน้า ต้องร้องเพลงที่เป็นที่รู้จักในช่วงเวลาทั้งอดีตและปัจจุบัน มันคอยกระตุ้นให้เราเดินไปข้างหน้าให้ใจนำตัวอยู่ 1 ก้าวเสมอ! เมื่อไหร่ที่ต้องกลับไปร้องอยู่ที่ประจำ ร้องเพลงซ้ำๆ ... เมื่อไหร่ที่การร้องเพลงหยุดท้าทายตัวฉัน เมื่อนั้นฉันคงต้องวางไมค์แล้วเดินลงจากเวทีไปเงียบๆ ... โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของเขาบอกเลิกจ้าง
 
          การไปทำงานในสถานที่ต่างๆ มันสนุกและน่าตื่นเต้นทุกครั้ง แม้บางครั้งฉันจะไปในที่ๆ เคยไปมาแล้ว แต่ลูกค้าก็ต่างออกไป เป็นลูกค้าหน้าใหม่ที่ฉันไม่รู้ว่าจะเดาใจและเอาใจถูกแค่ไหน   ต่อจากนั้นคือกำไรในการทำงานของฉัน ... 
 
          การได้ไปค้นหาอาหารอร่อยๆ ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ... อุดรธานี ฉันมาหลายครั้งแต่ก็ยังมีสิ่งแปลกใหม่รอให้ฉันไปค้นหาอยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกันทำงานให้กับสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงบริษัทฯ หนึ่ง เลี้ยงลูกค้าที่จวนผู้ว่าจังหวัดหนองคาย บ้านทรงฝรั่งผสมไทยตามแบบสมัยร.5 - ร. 6 อายุ 85 ปี ที่ไม่ได้เป็นที่อยู่ของผู้ว่าฯ อีกต่อไป มีไว้ให้จัดงานต่างๆ ฉันนั่งรถตู้จากอุดรไปหนองคาย พอเสร็จงานก็กลับมาพักที่อุดร พอตอนสาย 8 - 9 โมงเช้า ฉันกับสีเกด ผู้จัดการก็ออกตามหาร้านอร่อยๆ แบบตามบุญตามกรรมเพราะเหลือเวลาอีกแค่ 2 ชั่วโมงก่อนไปสนามบิน ... พวกเราเรียกรถสกายแลป เป็นรถเครื่องใหญ่กว่ามอเตอร์ไซค์ (เครื่องมาจากเวียดนาม) พ่วงที่นั่งต่อด้วยไม้แบบรถ 2 แถว แต่สั้นกว่า น่าจะนั่งกันได้ 5 - 6 คน อุณหภูมิเวลานั้นน่าจะแถวๆ 20 - 22 องศา หน้าแป้นๆ อย่างฉันโต้ลมหนาวไปตลอดทาง ... อึ๋ย ... 
 
          หนาว! รถพาฉันไปจอดหน้าร้าน “ คิงส์โอชา ” (08 0199 4099, 0 4234 3481) ที่ยังเปิดอยู่ในเวลาสายๆ แบบนี้   ฉันแหงนดูป้ายแนะนำอาหาร ราคาตั้งแต่ 10 - 40 บาท       ถามคนขายเขาแนะนำอะไรก็เอาอย่างนั้นมา สิ่งที่ได้มาก็คือ “ ขนมปัง ” (แป้งจี่) ทรงรีผ่ากลางทาเนยใส่หมูยอกับกุนเชียงตรงกลางแล้วเอาไปอบ แป้งกรอบ กัดดังกร้วม หอมเนยเข้ากับไส้หมูยอและกุนเชียง อันละ 10 บาท เลยฟาดไป 2 อัน กินกับกาแฟและชาจีนร้อนที่เสิร์ฟมาทั้งกาได้อารมณ์ร้านกาแฟรุ่นอากงจริงๆ ... นันแค่ออเดิร์ฟเอามาแหย่พยาธิในท้อง ซึ่งในตัวฉันกับสีเกดคงไม่ใช่พยาธิธรรมดา น่าจะเป็นพญานาคพยาธิตัวอ้วนใหญ่คอยอยู่ที่คอกินอะไรลงไปไม่รู้สึกอิ่มเสียที! จานต่อไปคือ ข้าวหน้าไข่เจียวหมูสับใส่หมูยอทอดวางข้างๆ อีก 2 ชิ้น และสตูซี่โครงหมูรสชาติเหมือนราดหน้าแต่เข้มข้นกว่า เอามากินกับข้าวแว๊บเดียวเกลี้ยง! 
 
          หันรีหันขวางมองเห็นคนที่ร้านไปหิ้วขนมปังเป็นถุงใหญ่มาจากไหนไม่รู้เข้าร้าน ถามไถ่ได้ความว่าเป็นร้านทำขนมปังหรือแป้งจี่เจ้าใหญ่ส่งตามร้าน แค่นั้นแหละหูผึ่ง! จ่ายตังค์ค่าอาหารแค่ร้อยกว่าบาท แล้วกระโดดขึ้นรถสกายแลปยังกะเมียหงจินเป่ารีบบึ่งไปหาให้เจอ! 
 
          ไม่ไกลจากร้านคิงส์โอชา คุณพี่คนขับก็พารถเลี้ยวเข้าซอยแคบๆ ซ.ศรีสุข 1 ถ.ศรีสุข (0 4232 7798) จอดปุ๊ปกระโดดลงปั๊ป ย่องเข้าไปในร้านตึกแถวเล็กๆ คนงานผู้หญิงกำลังนั่งยองๆ ก้มนับขนมปังใส่ถุงอย่างชำนาญ ในบ้านไม่เปิดไฟ มีเพียงแสงแดดลอดเข้ามาให้พอเห็น มองเผินๆ นึกว่ากอลั่มตัวเมียมาหารายได้พิเศษหลังจากหยุดถ่ายหนังที่ฮออลีวูด นางเป็นผู้หญิงแก่ตัวผอมๆ มือเล็กๆ ตีนเล็กๆ ตีนเปล่าๆ เหยียบบนขอบกระดาษที่ปูรองขนมปังอบเป็นร้อยๆ อัน มองจากไกลๆ จะนึกว่าเป็นเมล็ดข้าว นางก้มหน้าก้มตาหยิบ เอื้อม ป่าย เอาขนมปังที่อยู่ไกลจากมือมารวมกันในถุงอย่างเป็นระเบียบ เจ้าของร้านเดินออกมาฉันขอซื้อรวมกับสีเกด 100 ชิ้น ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรหรือให้ใคร รู้แค่ว่า ... มาถึงที่แล้วต้องเอากลับไปมะ!  อันละ 2 บาท เจ้าของร้านขายอาหารที่อุดรรับไปใส่ไส้อย่างที่กินตอนเช้าอันละ 10 บาท อือ ... กำไรดีนะ 
 
          ออกจากซอยมาป๊ะร้านขายก๋วยเตี๋ยวญวน คนที่นี่เรียกว่า “ข้าวเปียก” มีทั้งโจ๊กและข้าวเปียก หน้าร้านขายกุนเชียง หมูยอ เส้นญวน ... หน้าตาดีเชียว! อิ่มแล้วนะ ถึงคอแล้วแต่ ... ยังไม่ถึงลูกกระเดือก ยังไม่ชนฟันหน้า ยังมีที่เหลืออยู่อีกหน่อย อย่ากระนั้นเลยสั่งข้าวเปียกมาสักถ้วย หมูยอทอดมาสักจานแบ่งกันกินกับสีเกด (ไม่ถามนางสักคำ นางคงอยากบอกว่า ... กูจะอ้วกแล้วมะ!) ข้าวเปียกถ้วยใหญ่ร้อนๆ ควันฉุยวางอยู่ตรงหน้าเป็นเส้นเหมือนอุด้งเหนียวหนึบหยุ่นลิ้นต้มกับกระดูกหมู โรยหอมเจียวและต้นหอมผักชี     น้ำข้นๆ หอมอร่อยมากมาย ถ้าไม่ติดว่าอิ่มจะฟาดสัก 2 ชาม หมูยอทอด    เขาเอาหมูยอสดไปทอดอร่อยคนละแบบกับการเอาหมูยอนึ่งไปทอด ... ต้องลอง ... อร่อยจริงๆ ร้านนี้ชื่อ “ ร้านข้าวเปียก ” อยู่ข้างซ.ศรีสุข1 (0 4224 4138) ราคา 35 - 40 บาท ฉันหอบเส้นสดกลับมาต้มกินที่กรุงเทพฯ อร่อยล้ำ เส้นเหนียวนุ่ม อุด้งก็อุด้งเถอะ! ของเราอร่อยและถูกกว่าแยะ เดี๋ยวคราวหน้าจะกลับไปซื้อกินอีกให้สะใจ ... ฉันกับสีเกดมาถึงสนามบินตามเวลาไม่รีบร้อนยังมีเวลาให้แวะซื้อหมูยอเจ้าโปรดที่สนามบิน ร้านหมูยอ 5 ดาว (0 4224 1926, 08 9710 0094) มีทั้งหมูยอพริกไทยดำ หูหมู แหนมกระดูกหมู แหนมหนังหมู แคปหมู เส้นญวนสด ฯลฯ สั่งไป 3 กล่องใหญ่ ไม่รู้จะเอาไปแจกใคร แต่มาถึงแล้วซื้อไว้ก่อนแม่สอนไว้ ... คราวนี้ในตู้เย็นบ้านแม่จะมีของเพิ่มอีก 1 จังหวัด ... จ.อุดรธานี 
 
.......................................
(หมายเหตุ ขาจรอุดรฯ (2) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)