บันเทิง

เมื่อไหร่ชาติไทยจะเป็นมหาอำนาจทางความคิดสร้างสรรค์?

เมื่อไหร่ชาติไทยจะเป็นมหาอำนาจทางความคิดสร้างสรรค์?

21 ม.ค. 2557

เมื่อไหร่ชาติไทยจะเป็นมหาอำนาจทางความคิดสร้างสรรค์? : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์ศุข หิรัญพฤกษ์



          รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ยกสตูดิโอถ่ายทำรายการจากดิจิตอลเกตเวย์สยามฯ มาไว้ที่บ้าน วุ่นวายกันน่าดู คุณตุ๊กภรรยาผมเธอตัดสินใจว่าย้ายสตูดิโอในคืนวันเสาร์ที่แล้วนู้นในขณะเปิดช่องบลูสกายไว้ ฟังเสียงม็อบเสียงลุงกำนัน ดูเหมือนสถานการณ์จะบานปลาย จึงสั่งรถกระบะไปขนคน-ขนสัมภาระมากระจุกตัวทำงานกันอยู่ที่บ้าน จากบ้านที่ดูเงียบๆ ก็กลายเป็นคับคั่งดั่งปรมาณูมาลง คนทำงานนั่งนอนเกลื่อน แต่เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นดี ซิงค์ไปกับลมหนาวที่ Restart กลับมาเย็นซาบซ่านกรุงเทพอีกครั้ง...

          เราหยุดบันทึกเทปรายการกันไม่ได้แม้แต่วันเดียวเลย เพราะเริ่มปีใหม่มานี้ก็ สิริรวมมี 5 รายการไอทีใหม่ให้ทำป้อนสถานีฟรีทีวีเดิม ..นี่ยังไม่นับรวมดิจิตอลทีวีใหม่ที่พาเหรดกันมาขายขนมจีบให้เรา พอรู้อนาคตของตัวเองแล้วว่าเราไปวิ่งเล่นในบ้านของใครได้บ้าง? (ขอบคุณคุณผู้ชมที่อุดหนุนสายตากันมาอย่างยาวนาน เมล็ดพันธุ์ที่หว่านๆ กันไว้มันกำลังเห็นผลแล้วล่ะครับ)...

          ถามตัวเองว่าทำรายการไอทีมายาวนาน 15 ปีแล้วได้อะไร? ผมได้เห็นคนไทยยุคใหม่ตื่นตัวกับเทคโนโลยีมากขึ้น กล้าใช้ กล้าคิด กล้าประดิษฐ์ กล้าสร้างสรรค์ผลงานวิทยาการออกมาจำนวนมาก เห็นได้ชัดในช่วง #Innovation9 ที่ผมนำเสนอทุกคืนวันจันทร์-ศุกร์ในรายการคลุกวงข่าว โมเดิร์นไนน์ทีวี มาเป็นจำนวนถึงวันนี้ก็ 28 ตอนแล้ว เห็นชัดๆ ว่า “นวัตกรรมคนไทยทำได้” ที่ผ่านการสกรีนอย่างดีจาก “สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ” หรือ NIA เป็นหน้าเป็นตาเป็นสินค้าเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยที่ดีเพียงใด...

          ทำรายการนี้ใช่ว่าจะเป็นฝ่ายให้ความรู้แก่ท่านผู้ชมฝ่ายเดียวซะที่ไหน ผอ.ศุภชัย หล่อโลหะการ แห่งองค์การมหาชนคนนวัตกรรม นอกจากท่านจะให้ความไว้วางใจผม ท่านให้ยังความรู้ผมเยอะมาก งานนวัตกรรมคือการจัดการกับองค์ความรู้ที่มี เอาความรู้ไปใส่ในผลผลิต ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความคิดและขายได้ดีขึ้น ราคาสูงขึ้น ..ขายข้าวดิบๆ แบบเดิมๆ ก็ได้แค่ราคาข้าว (หรือราคาจำนำ) แต่ถ้าใส่ความรู้ให้ข้าว ทำให้ข้าวกลายเป็นแป้งผัดหน้าแบบใหม่ไร้ความมันเนื้อละเอียดละออ ก็ทำให้คนคิดขายสิ่งนี้ได้ในราคากิโลกรัมละ 3 แสนบาทมาแล้ว
    
          “นวัตกรรม” คำที่ภาษาอังกฤษบัญญัติว่า Innovation สิ่งนี้แตกต่างจาก Invention หรือ “สิ่งประดิษฐ์” มากนักครับ ...สิ่งประดิษฐ์อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความคิดที่อยากสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกก็จริง แต่สิ่งประดิษฐ์หลายล้านชิ้นในโลกนี้ไม่สามารถสร้างเป็น “สินค้า” ออกมาขายจริงได้ เป็นเพียงแนวคิดที่แม้ผลิตตัวต้นแบบออกมาได้แต่ไม่เกิดผลในเชิงเศรษฐกิจ (แต่ก็ไม่ผิดนะครับที่คิดทำ) ถ้ามุ่งหวังจะสร้างนวัตกรรมจริง ผู้คิดต้องคิดให้จบ Loop จบกระบวนการ ตอบโจทย์ทางการตลาดให้ได้ ว่าทำออกมาแล้วจะขายใคร และขายอย่างไร? ..ตอบได้+ทำได้ ก็จะกลายเป็น “นวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลก” อย่างที่ศาสดาสตีฟ จ๊อบส์ทำได้
    
          วันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้กลับไปร่วมงานกับบริษัทเซ้นส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อีกครั้ง บริษัทนี้ชอบผลิตรายการเกมแข่งขันทางความคิดหลายรายการครับ ผมจึงได้รับคำเชิญให้ไปร่วมด้วยบ่อยๆ ..ล่าสุดนี่ขึ้นรายการใหม่อีกแล้ว ฟอร์มใหญ่ทีเดียว “คิดล้ำทำได้” หรือในชื่อภาษาอังกฤษ “Do It If You Can” ตั้งใจจะออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ช่วงเมษายนนี้ เป็นรายการ ประกวด “สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” ครับ เขาเชิญผมไปเป็นกรรมการกลั่นกรองนวัตกรรมก่อนถึงรอบแข่งขันใหญ่ ร่วมกับ "อาร์ม" พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์ และ ดร.ต่าย นิศรา การุณอุทัยศิริ จากไบโอเทค สวทช. ...มีพาเหรดสิ่งประดิษฐ์จากคณะนักเรียน-อาจารย์ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศกว่า 30 โครงงานให้เราได้ตรวจกันมาราธอนตั้งแต่เที่ยงวันยัน 4 ทุ่ม 10 ชม.เต็มอิ่มในสตูดิโอมูนสตาร์ ...

          ทางรายการเป็นคนมอบเงินรางวัล 1 หมื่นบาทกับผลงานผู้เข้ารอบ แต่ให้สิทธิ์เด็ดขาดกับ 3 กรรมการอย่างผม อาร์ม และดร.ต่าย ตัดสินตามแต่ใจพวกเรา ซึ่งเราตัดตกไปเยอะครับ ด้วยเหตุผลที่มารองรับไม่พอบ้าง ไม่เห็นทางต่อยอดบ้าง และที่สำคัญ “ซ้ำ” กับสิ่งที่มีอยู่แล้ว

          ซึ่งตรงนี้ต้องอธิบายว่า “นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่หลุดโลกที่อุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกเสมอนะครับ มันซ้ำกับสิ่งที่มีอยู่ได้ เพียงแต่มันต้องตอบโจทย์ 2-3 ข้อว่า ก่อเกิดความเปลี่ยนแปลงการใช้งานได้รึเปล่า? แตกต่างรึเปล่า? ดีกว่ารึเปล่า? หรือราคาถูกลงหรือไม่? ถ้าไม่ ...ก็ตกครับ ...ผมตกใจเล็กๆ ที่นักประดิษฐ์หลายท่านที่อ้างว่าผลงานของตนเป็นการ "คิดค้นขึ้นมาครั้งแรกในโลก” แต่เพียงผมกด Search กูเกิล ในระหว่างฟังพวกเขาพรีเซ้นต์ ผมก็พบว่าสิ่งนั้นมันมีอยู่แล้วเต็มไปหมด ก็ต้องมาดูว่าของเขาดีกว่ายังไง? ซึ่งร้อยทั้งร้อยยังไม่ดีกว่า!

          กว่า 10 ชั่วโมงที่นั่งตรวจผลงานอย่างหลังขดหลังแข็งก็พบว่า ที่เข้าตาที่สุดคือ “บ้องกันกระสุนระเบิดโขลก” (ตั้งชื่อซะน่าตื่นเต้น) คือฝาครอบครกเพื่อป้องกันพริกกระเด็นใส่ตอนโขลก! เรื่องง่ายๆ ที่ผู้ผลิตครกไม่เคยคิด ...กรรมการให้ผ่านเพื่อเอาเงินรางวัลไปต่อยอดทางการผลิตจริง ซึ่งแน่นอนว่า 1 หมื่นบาทมันไม่พอต่อการลงทุนหรอกครับ แต่ถ้าเขาคิดได้ เขาต้องหาทางไปต่อได้
    
          อีกชิ้นเป็นผลงานของอาจารย์กับลูกศิษย์ที่พากันมาจากเขาย้อย เพชรบุรี ทำ “ด้ามจับร่มไร้คนถือ” ด้วยความซื่อๆ ของอาจารย์ผมก็ให้ผ่านเข้ารอบ แนวความคิดลักษณะนี้ดีแต่ขาด Product Design หรือการออกแบบให้น่าใช้ ซึ่งถือเป็น “คำตอบของผู้บริโภค” ว่าจะซื้อมันหรือไม่?
    
          อยากบอกว่าคนไทยเก่งนะ แต่ต้องจับ “ทีมเวิร์ก” ให้ได้แน่นกว่านี้ 1 โปรเจก์ต้องประกอบไปด้วย นักคิด นักประดิษฐ์ นักออกแบบ นักการตลาด และนักการเงิน ...สถาบันการเงินพร้อมจะให้เงินแก่คนที่ทำให้เขามั่นใจได้ว่ามีศักยภาพในการใช้คืน ..ต้องตอบคำถามว่าจะเอาเงินไปคืนเขาได้อย่างไรและทำให้เขามั่นใจด้วยแผนการตลาด
    
          เรายังขาดองค์ความรู้กันอยู่เยอะครับ และเรายังงมหนทางสู่ความสำเร็จกันอยู่มาก แต่เราตั้งไข่กันได้ดีแล้วเพราะเรามีทรัพยากรคนจำนวนมากที่หลงใหลในเรื่องนี้และมีสปอนเซอร์คือองค์กรใหญ่ที่พร้อมสนับสนุนผลักดัน ...เหลือเพียงทำให้มันเป็นจริงให้ได้เท่านั้นเอง อยาก Restart ประเทศไทยแล้ว Shutdown นานไป ผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยเผชิญหน้าพูดคุยกันทีเถิด

.......................................
(หมายเหตุ เมื่อไหร่ชาติไทยจะเป็นมหาอำนาจทางความคิดสร้างสรรค์? : คอลัมน์ หนุ่ยรู้โลกรู้ โดย... พงศ์ศุข หิรัญพฤกษ์)