
'เก่งกาจ จงใจพระ'ดูดวงลูกทุ่งยังมีเคราะห์
'เก่งกาจ จงใจพระ'ดูดวงลูกทุ่งยังมีเคราะห์สะสมมาจากปีก่อน : ลูกทุ่ง
เก่งกาจ จงใจพระ โหรชื่อดัง ทำนายดวงวงการลูกทุ่งปีนี้ ดาวราหูยังอยู่ ยังคงมีการสูญเสีย ชี้นักร้องเสียงสำคัญกว่าหน้าตา ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพลงรุ่นใหม่ ถ้าย่ำอยู่กับที่จะไม่ไปไหน
อ.เก่งกาจ จงใจพระ หรือ ศรีไพร ใจพระ วัย 76 ปี ประธานมูลนิธิเก่งกาจโหราศาสตร์ กล่าวถึงดวงของชาวลูกทุ่งปีนี้ ในขณะที่ไปร่วมบันทึกรายการที่ช่อง “โอมมหาราวย” โดยมีพิธีกรคือ ดร.สิริยา สิริธัญผล เกี่ยวกับหัวข้อปีที่ผ่านมา วงการได้สูญเสียนักร้องและคนเบื้องหลังไปมากมายว่า
“จริงๆ แล้ว ราศีตุลคือราศีศิลปินศิลปะ เป็นดาวศุกร์ ซึ่งเป็นการเสี่ยง ดาวเสาร์กับดาวราหู มันจรลงมาสองดวงเมื่อปีที่แล้ว ดาวราหูคือ ดาวมายา ดาวมะเร็ง ดาวโรคร้าย ส่วนดาวเสาร์คือ โรคเรื้อรัง ดาวราหูจะอยู่ 1 ปีกับ 6 เดือน ดาวเสาร์จะอยู่ 2 ปีครึ่ง ตอนนี้ยังอยู่เลย มันเป็นรอบวน 18 ปี กับ 30 ปี ก็ยังจะมีข่าวล่วงลับสูญเสียล่วงลับของศิลปินอีก ดังนั้นต้องระวังทั้งอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย ต้องดูแลสุขภาพ"
มะเร็งไม่ใช่โรค เกิดจากพฤติกรรม เครียด อาหาร และอารมณ์ บางคนเครียดกับปัญหานักร้องบางคน ตอนงานเยอะมีเงินใช้ฟุ้งเฟ้อ หมดงานหมดเงินก็เครียด มีแต่รายจ่าย รายรับไม่มี เพราะไม่ได้สะสม ต้องพึ่งคนโน้นคนนี้ ใครมีงานให้ฉันไหม ไปเลย ไม่พอใช้ เครียดไม่กล้าบอกใคร อายเพราะมีศักดิ์ศรี บางคนดังค้ำฟ้า ใหญ่ๆ ทั้งนั้น ตรงนี้เป็นสาเหตุ มันอยู่ที่เราทำตัวให้สบายๆ ความเครียดทำให้นอนไม่หลับ ก็ไปกินยา กินเหล้า สูบบุหรี่ ร่างกายก็รับไม่ไหว พอเป็นก็ไม่รักษา ซื้อยากินเอง สุดท้ายก็เข้าสู่ระยะที่ 2-3 มะเร็งเหมือนถังขยะในร่างกาย แต่เราเติมขยะไปจนล้น เราจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน บุหรี่ เหล้า ก็ลดไปบ้าง อาหารก็น่ากลัว ปุ๋ย สารเคมี ยาฆ่าแมลง ปลาแช่ฟอร์มาลิน มันสะสมในร่างกาย ร่างกายขับไม่ออก และหัดเข้าห้องพระบ้าง ทำสมาธิ ผมเองถึงไม่ยึดติด ผมอายุ 76 ยังครึกครื้น”
คำถามที่ว่า การศัลยกรรมใบหน้าหรือร่างกายกับนักร้องลูกทุ่งในปัจจุบัน อ.เก่งกาจ อุปนายกสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย แสดงความคิดเห็นว่า
“มันมีผลต่อชื่อเสียงหรือไม่ ผมตอบว่า มันมี แต่มันจะมีผลต่อชีวิตเขาด้วย พออายุหลัง 40 ขึ้นไปแล้วจะเริ่มมีปัญหา สุขภาพสังขารจะเริ่มถอย บริเวณส่วนที่ได้ไปทำศัลยกรรมมาถือว่าพิการ มีการผ่าตัดเกิดขึ้นตรงนั้น ทางโหราศาสตร์ถือมากๆ เหมือนว่า ตรงนั้นมิตำหนิ คนที่ทำจมูก ปอดจะไปก่อน ระวังมะเร็งปอดหรือถุงลมโป่งพอง ธรรมชาติของคนอีสานที่ไม่มีดั้งจมูกเพราะอากาศมันร้อน ต้องการหายใจเข้าไปเร็ว ไม่งั้นเหนื่อย เหมือนคนผิวสี ที่เล่นกีฬาหรือร้องเพลงเก่งๆ เขาจะไม่มีดั้งนี่คือสิ่งที่ธรรมชาติได้กำหนดมาแล้ว เราไปเปลี่ยน มันก็กระทบ นี่คือวิชาโหราเวช ถ้าไปทำตาจะกระทบตับ คนเวลานอนหลับ จะหลับตาสนิท เพื่อพักตา ตับก็จะหยุดทำงาน เมื่อไปทำตา ตามันจะค้างไม่สนิท ตับจะมีปัญหา ถ้าทำหู หูเกี่ยวกับไต ถ้าทำปากเกี่ยวกับม้าม ถ้าทำหน้าทำคาง มันจะเกี่ยวกับหัวใจ มันเป็นระบบของมัน"
"นักร้องควรจะเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะนักร้องขายกล่องเสียง แต่ปัจจุบันค่ายเพลงเขาขายหน้าตาด้วย โดยเฉพาะผู้หญิง นี่คือการมอมเมาโดยใช้โปรดักชั่น บางคนไปตัดหน้า กล้ามเนื้อหน้าจะเปลี่ยนตอนแก่มันจะย้วย มันจะเบี้ยว ถึงเวลาจะเปลี่ยนจะย้วยตอนแก่ๆ เดี๋ยวนี้ กรามยังหายได้เลย กล่องเสียงมันอยู่ตรงนั้น มันจะกรองเสียงดี สังเกตคนอีสานจะร้องเพลงดี กรามใหญ่ ฟังไพเราะ แต่ถ้าพวกคางแหลมๆ ร้องเพลงไม่มีเสน่ห์ ไม่มี ไวเบรชั่น (การสั่นสะเทือน) ฟังยังไงไม่รู้ นักร้องต้องอาศัยกราม”
เมื่อถามถึงการติดตามข่าวสารในวงการบันเทิงและเพลงลูกทุ่งยุคใหม่ อ.เก่งกาจ ซึ่งหันมาพกไอแพดติดตัวกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัดว่า
“ผมดูการประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ เด็กสมัยนี้เสียงดี แต่ร้องดัดเสียงไปหน่อย เรื่องเสียงนี้ ธรรมชาติสร้างมา พวกไปเรียนร้องเพลง เสียเงินฟรี เพราะฟ้ากำหนดมาแล้ว นอกจากเสียงดี ต้องมีมายาด้วย ผมสังเกตได้ นักร้องบางคนหล่อ ไม่ดัง เพราะขาดตัวมายา นักร้องผู้หญิงบางคนไม่สวย แต่มีเสน่ห์ มีพลังดึงดูด เหมือนดอกไม้สวย แต่เหม็น แมลงไม่ตอม เข้าทำนองสวยแต่รูปจูบไม่หอม นักร้องบางคนคนสวยขาวแต่ไม่มีเสน่ห์"
"บางคนกล่าวว่า ลูกทุ่งยุคนี้ ทำไมไม่อนุรักษ์ หาว่ากลายพันธุ์ จริงๆ แล้วผมว่าเพลงเป็นบันเทิง มันต้องเปลี่ยนเมนูบ้างเหมือนร้านอาหาร มันเสพทุกวันเบื่อ มันต้องเปลี่ยนอาหารเปลี่ยนรส หูก็ต้องการเปลี่ยน ยุคสมัยนี้มันเปลี่ยน ผมยอมรับลูกทุ่งยุคใหม่ ถ้าผมทำ ผมนักร้อง ผมจะแหกกฎกว่านี้เลย สมัยก่อนก็มีเพลง “ยายฉิมเก็บเห็ด” มันเป็นลีลาเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ยิ่งกว่านี้เสียอีก เมื่อเราฟังหรือดูแล้ว จิตเราต้องปลง ต้องมองว่า ถ้ามันตายเน่าแล้วจะเป็นอย่างไร และเราจะต้องมองว่า เพลงมันเป็นมายา เขาต้องทำให้เกิดความสุนทรีย์ วงการบันเทิงต้องปรับต้องเปลี่ยน เพลงฝั่งอเมริกาย่ำอยู่กับที่ เกาหลีเอาไปกินเลย เราเองก็ยังสู้เกาหลีไม่ได้ เพราะเราย่ำอยู่กับที่ เพลงต่างๆ ในยุคนี้เขามีโซเชียลเน็ตเวิร์ก คนเสพมันเปลี่ยนไปแล้ว”
“เพลงมันเป็นมายา เขาต้องทำให้เกิดความสุนทรีย์ วงการบันเทิงต้องปรับต้องเปลี่ยน เพลงฝั่งอเมริกาย่ำอยู่กับที่ เกาหลีเอาไปกินเลย”



