
'เฟอร์กี้'ของเนชั่นบุ๊คส์'ไม้ยืนต้น'ของยูไนเต็ด
'เฟอร์กี้'ของเนชั่นบุ๊คส์'ไม้ยืนต้น'ของยูไนเต็ด : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ป้ายแบนเนอร์ที่มีข้อความแดกดัน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนธันวาคม 1989 ว่า "3 Years of Excuses and it's still crap, ta-ra fergie" นั้น ถ้าเป็นโลกธุรกิจของ Modern Football แบบทุกวันนี้ แบรนด์ใหญ่ๆ อย่างแมนยูฯ เชลซี หรือ มาดริด คงไม่สามารถอดทนรอคอย กับความว่างเปล่าของผู้จัดการทีมได้ถึง 3 ปี
อาจไม่สั้นแบบเดือนครึ่งอย่างไบรอัน คลัฟ (เมื่อตอนคุมลีดส์) หรือมาเหมือน "ค้างคืน" แบบ อัฟแรม แกรนท์ กับเชลซีในปี 2008 แต่จากเงื่อนไขรุมล้อมของฟุตบอลยุคนี้ ผมจึงมั่นใจว่า "เฟอร์กี้" จะเป็นผู้จัดการทีม "คนสุดท้าย" ที่ได้คุมสโมสรแห่งเดียว อย่างต่อเนื่องยาวนาน 27 ปี
การจะเขียนถึง (หรือแม้แต่พูด) เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เพียงแค่ว่า "เขาเป็นตำนานของแมนยูฯ" จึงดูจะง่ายและสั้นเกินไป ช่วงเวลา 5-6 ครั้งที่ผมมีโอกาสได้เจอ "เฟอร์กี้" เขามีมุมคิดและแง่งามหลายอย่างให้เรามองเห็น
...ชอบเพลง My Way ของแฟรงค์ ซิเนตร้า ไม่แพ้ "การดื่มไวน์" ที่ทอสคาน่า ...รักหนัง The Godfather เหมือนที่เคยรักการแข่งม้าดาร์บี้ที่เคนทักกี ...ศรัทธา อับราฮัม ลินคอล์น เหมือนที่รู้สึกอย่างนั้นกับ จ๊อค สตีน ..
พ้นจากตรงนั้น เรายังเห็นมิติอื่นๆ ที่น่าสนใจและขัดแย้ง เขาเป็นผู้ชายใจร้อนแต่ใจอ่อน เป็นคนโผงผางและโรแมนติก เป็นครูที่เฮี้ยบในสโมสรและเป็นพ่อแม่ที่ใจดี สิ่งที่น่าทึ่งมากสำหรับเซอร์อเล็กซ์ก็คือ แม้จะยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จมาก แต่เขาเป็นคนให้เกียรติกับทุกคน ไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เมื่อรวมกับการมี People Skill
ทำให้อดีตเจ้าของผับชื่อนี้ สามารถบริหารตัวเองอย่างรอบด้าน มิเพียงแค่นักเตะหัวแข็ง แต่รวมถึงสื่อมวลชนขาใหญ่ ไม่ได้ดีลกับธุรกิจแมวมองได้อย่างช่ำชอง แต่ยังรู้วิธีสร้างนักเตะใหม่ๆ มาสานต่อความสำเร็จ
หลายถ้อยความที่กล่าวมานี้ จึงนับเป็นเกียรติอย่างสูงที่สำนักพิมพ์ "เนชั่นบุ๊คส์" และผู้มีส่วนในการแปลหนังสือ My Autobiography จึงต้องละเอียดอ่อนในขั้นตอนการทำงานกับฉบับ "ภาษาไทย" ซึ่งต้องเรียนว่าทางสำนักพิมพ์ของเขามีกฎและข้อจำกัดค่อนข้างมากกว่าหนังสือเล่มอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น แม้เคยจะตั้งชื่อพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มนี้แบบทีเล่นทีจริง (แต่ "ทีจริง" มากกว่า "ทีเล่น" )ว่า "ความลับของอสูรเฒ่า" ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเขาบังคับว่าต้องตั้งตามชื่อเป๊ะ ข้อจำกัดที่ว่านี้ยังลุกลามและตีวงกว้างมาถึงชื่อบทหลายๆ ตอน ที่สามารถขยับคำให้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นได้ เช่น One Night in Moscow ที่อยากตั้งเป็น "ค่ำคืนที่ยาวนานในมอสโก",
Liverpool : A Great Tradition ก็เป็น "ลิเวอร์พูล : การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่" Psychology กับจิตวิทยาแตะนาฬิกา, Family ที่คำว่า "หลังบ้าน" รวมไปถึง Barcelona : Small is Beautiful กับ "ง่ายงามและงดงาม" (ซึ่งก็สามารถทำได้แค่บางส่วนเท่านั้น)
ถึงจะมีข้อจำกัดเรื่องถ้อยคำในบริบทของเขากับเรา ทว่า เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว เราจะพบว่า story ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ลืมเรื่องน่าเสียดายเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นไป เช่นการได้เรียนรู้ศัพท์แสงเทคนิคทางทฤษฎีฟุตบอลและทางบริติช (เช่น Three-Second Drill) ได้พบการใช้คำเก่าเพื่อแสดงสถานะของนักบอล (เช่น Aristocrat ที่มักปรากฏอยู่ในงานของวิลเลียม เชคสเปียร์)
หรือการใช้ศัพท์ต่างๆ ระหว่างกีฬาทั่วไปกับกีฬาฟุตบอล และที่ผู้แปลรู้สึกสนุกก็คือ ได้มีสติในการอ่าน เพราะท่านเซอร์ของแฟนผีแดง มักจะเล่าเรื่องตัดกลับไปมาราวกับหนังของเควนติน ตารันติโน เรื่องที่สำคัญและต้องอธิบายเพื่อความเข้าใจร่วมกันก็คือ ส่วนของชื่อนักฟุตบอลซึ่งใช้ตัวสะกดตามความคุ้นชินมายาวนานของแฟนบอลบ้านเรา
(เพื่อป้องกันความสับสน) และให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวสะกดที่ถูกไว้ในพื้นที่หนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้เป็น "ข้อสรุป" ของทางสำนักพิมพ์ "เนชั่นบุ๊คส์" ขณะที่ข้อมูลคลาดเคลื่อนในตัวต้นฉบับ ได้มีการแก้ไขทุกจุดในเวอร์ชั่นภาษาไทยแล้ว ระหว่างลงมือแปลหนังสือเล่มนี้ มีข่าวว่าเฟอร์กีมีแพลนจะเดินทางไปทั่วโลกในฐานะทูตของสโมสร หลายอย่างยังคงเหมือนเดิม ทั้งความรัก การยืนเคียงไหล่และความทรงจำต่อเขา
แต่อย่างหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ในวันที่เขายืนกล่าวคำลาในโอลด์ แทรฟฟอร์ด (8 may 2013) นั่นคือ ป้ายแบนเนอร์ที่เคยเขียนไว้ในปี 1989 ว่า "3 Years of Excuses and it's still crap, ta-ra fergie"
ถูกเปลี่ยนเป็น "23 Years of Silver and We"re still Top.Ta-ra Fergie"
สนใจหนังสือเล่มนี้ สั่งซื้อง่าย ๆ ผ่าน Nstore อีคอมเมิร์สในเครือเนชั่น คลิก >>>
.......................................
(หมายเหตุ 'เฟอร์กี้'ของเนชั่นบุ๊คส์'ไม้ยืนต้น'ของยูไนเต็ด : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



