
'วันเด็ก กับทูตอารยสถาปัตย์เด็ก'
13 ม.ค. 2557
'วันเด็ก กับทูตอารยสถาปัตย์เด็ก' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
เทศกาลวันเด็กแห่งชาติปีนี้ "ลุงอ๋อย" กฤษนะ ได้พาเด็กๆ ไปเที่ยวสวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินวนา อยู่ติดกับสวนจิตรลดา และรัฐสภา ในกรุงเทพฯ นี่แหละ มีเด็กตัวน้อยและตัว(เริ่ม)โตไปด้วยกันทั้งหมด 8 คน คือ น้องปราธ วัย 2 ขวบ 9 เดือน น้องโอม 5 ขวบ น้องเขต 6 ขวบ น้องจ๋า กับน้องแยม อายุ 10 ขวบ ที่เหลือ น้องนุ่น น้องโบว์ น้องนก อายุ 12 ขวบ เด็กๆ ยิ้มแฉ่งกันทุกคน เพราะดีใจที่ได้มาเที่ยวสวนสัตว์กันอีก
“เขาดินวนา” ในอดีตเมื่อ 118 ปีก่อน เคยเป็นพระราชอุทยานส่วนพระองค์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ต่อมาได้แปรสภาพมาเป็นสวนสัตว์แห่งแรกของเมืองไทย ในปี 2481 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยุคเชื่อผู้นำชาติพ้นภัย มีเนื้อที่ 118 ไร่ ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่น้อยนานาพันธุ์ และบึงน้ำใหญ่กลางสวนที่ยังมีตัวเงินตัวทองโผล่ออกมาแลบลิ้นแผล็บๆ อยู่เรื่อย ๆ
ปัจจุบัน มีสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ มาจัดแสดงให้ได้ชมกันมากมายกว่า 1,600 ตัว ทำให้ในแต่ละปีจะมีผู้คนพาลูกหลานเดินทางมาพักผ่อนท่องเที่ยวที่นี่มากถึง 2 ล้าน 5 แสนคนเป็นอย่างน้อย สร้างรายได้จากการเก็บค่าบัตรผ่านประตูปีละประมาณ 70 ล้านบาท โดยช่วงที่มีคนนิยมพาลูกหลานมาเที่ยวกันเยอะที่สุด ก็ช่วงเทศกาลวันเด็กนี่แหละครับ
แก๊งไอติมของเรา เดินทางมาเขาดินวนารอบนี้ นอกจากจะได้ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ สนุกสนานเพลิดเพลินกับการเที่ยวชมสัตว์นานาชนิดแล้ว ยังได้ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไปด้วยในตัว และที่สำคัญเด็กทุกคนที่มา ยังได้ทำหน้าที่เป็น “ทูตอารยสถาปัตย์เด็ก” กันด้วย
“ผมภูมิใจ และตื่นเต้นมากครับ ที่ได้มาทำหน้าที่เป็นทูตอารยสถาปัตย์ วันนี้ ผมมาลงพื้นที่สำรวจอารยสถาปัตย์ครั้งแรก ได้มาเห็นทั้งความสะดวก และไม่สะดวกของผู้พิการ และผู้สูงอายุที่มาเที่ยวสวนสัตว์ครับ” ด.ช.แยม พงศ์ภร บอกกับลุงอ๋อยหลังจากพากันสำรวจอารยสถาปัตย์ในเขาดิน และทดลองเข็นรถวีลแชร์ขึ้นๆ ลงๆ ทางลาดหลายจุด ซึ่งทางลาดบางแห่งมีความสูงชันเกินไป และบางแห่งยังมีร่องระบายน้ำขวางกั้นอยู่ อีกทั้ง ในบางจุดก็ยังไม่มีทางลาด
ส่วน "น้องจ๋า" ณปภัช และ "น้องนุ่น" ชฎาภรณ์ ได้เรียนรู้เรื่องอารยสถาปัตย์จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า เขาดินในปัจจุบันมีการทำอารยสถาปัตย์เอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการหลายอย่าง มีอักษรเบรลล์อธิบายเรื่องสัตว์ชนิดต่างๆ ให้คนตาบอดเข้าใจได้ โดยเฉพาะทางลาดและห้องน้ำสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ที่มีเกือบทั่วทุกจุด อยากให้สวนสัตว์และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทุกแห่ง ช่วยกันทำอารยสถาปัตย์ เพื่อที่คนสูงอายุ คนพิการ รวมถึงคุณแม่ลูกอ่อน และเด็กเล็ก จะได้ออกจากบ้านมาพักผ่อนท่องเที่ยวกันได้อย่างสะดวก และปลอดภัย
บทเรียนอีกอย่างที่ได้จากการลงพื้นที่สำรวจอารยสถาปัตย์ที่เขาดินของบรรดาทูตอารยสถาปัตย์เด็กในครั้งนี้ คือ เรื่องตะแกรงเหล็กปิดร่องระบายน้ำในบริเวณโซนจัดแสดงเต่าชนิดต่างๆ ที่มีลักษณะซี่โครงเหล็กมีความห่างกันเกินไป อาจเกิดอันตรายสำหรับผู้ที่นั่งรถเข็นวีลแชร์ เพราะล้ออาจตกลงไปในร่องเหล็กได้ ทางแก้ไขคือ ต้องทำให้ร่องเหล็กมีความถี่มากขึ้น หรือชิดกันมากขึ้น หรือปิดฝาเหล็กทึบไปเลยก็ได้ เพื่อให้ล้อรถเข็นสามารถเข็นผ่านไปได้โดยสะดวก และปลอดภัย
“ถ้าหนูไม่ได้มาเห็นเอง ก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่นั่งวีลแชร์ เวลาที่จะเดินทางไปไหนมาไหนมีความยากลำบากเพียงใด แม้แต่ฝาเหล็กปิดร่อง หรือท่อระบายน้ำ ก็เป็นปัญหาใหญ่ และอาจเป็นอันตรายได้” ด.ญ.นก นวสรณ์ กล่าวถึงบทเรียนความรู้ที่ได้จากการลงพื้นที่ในฐานะทูตอารยสถาปัตย์เด็ก จากนั้น เด็กๆ ทุกคน ก็ช่วยกันลุ้นเอาใจช่วยลุงอ๋อยที่นั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์พยายามรวบรวมกำลังยกล้อข้ามตะแกรงเหล็กที่ดูน่ากลัวนั้นมาได้อย่างเฉียดฉิว ท่ามกลางความโล่งใจของเด็กๆ ก่อนที่ลุงอ๋อยจะหันมาพูดกับเด็กๆ ทุกคนว่า เป็นความสามารถเฉพาะบุคคล ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาด 555
ห้องน้ำเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่ง เขาดินวนายุคใหม่ มีการปรับปรุง และพัฒนาอารยสถาปัตย์เรื่องห้องน้ำ หรือห้องสุขามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีการทำห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการในเกือบทุกจุดที่มีบริการห้องสุขาในเขาดิน โดยใช้หลัก “3 ส.+1 ป.” ของห้องสุขาอารยสถาปัตย์ในแหล่งท่องเที่ยวสากล คือ มีความสะดวก ความสะอาด ความสวยงาม และมีความปลอดภัย ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่เมืองไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
อาจมีปัญหาในเรื่องรายละเอียดบ้าง (เหมือนห้องน้ำสำหรับวีลแชร์ในหลายสถานที่ทั่วไทย) เช่น ประตูบานเลื่อนเปิดปิดยาก อาจเป็นเพราะรางล้อเลื่อนของบานประตูฝืด ไม่ลื่น สนิมขึ้น ทำให้ประตูหนัก เปิดปิดลำบาก หรือไม่ก็เลือกวัสดุไม่เหมาะกับการใช้งาน เช่น ประตูห้องน้ำในห้างสรรพสินค้าบางแห่งมีน้ำหนักมาก ไม่รู้จะหนักไปทำไม คนแก่ และคนพิการไม่สามารถเปิดปิดเองได้
อีกเรื่องคือ ตัวล็อกประตู บานประตูห้องน้ำสำหรับวีลแชร์หลายแห่งในเมืองไทยยังแก้ไม่ตกเรื่องตัวล็อก เพราะมักชำรุดเสียหายง่าย หรือไม่ก็พอล็อกแล้วเปิดยาก อย่างเช่นห้องน้ำที่สนามบินดอนเมืองก็มีปัญหานี้เช่นกัน บางคนต้องถูกขังอยู่ในห้องน้ำตั้งนาน เพราะปลดล็อกประตูไม่ได้ ผมเองก็เคยเจอกับตัวเองมาแล้ว ฝากพี่ช่าง หรือนักออกแบบช่วยแก้ไขด้วย
นอกจากนี้ ทางลาดที่จะเข้าไปในห้องน้ำบางแห่งยังสูงชัน และชิดกับประตูเกินไป ทำให้ผู้ที่นั่งรถเข็นวีลแชร์ไม่สามารถเปิดใช้งานเองได้ เรื่องทั้งหมดนี้ แก้ไขไม่ยาก ต้องให้ผู้ใช้งานจริง คือ ผู้ที่นั่งรถเข็นนี่แหละมาทดลองใช้ก่อน หรือให้มาช่วยตรวจดูตั้งแต่การออกแบบ หรือช่วงการก่อสร้าง เป็นการช่วยกันร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์สังคมไทย อิอิ
“หนูชอบห้องน้ำที่เขาดิน ตรงที่มีความกว้าง และมีราวสเตนเลสให้ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการยึดจับได้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ หรือการลื่นหกล้มในห้องน้ำ เพราะเคยมีผู้ใหญ่หลายคนลื่นล้มในห้องน้ำ อันตรายมาก แต่ที่นี่ปลอดภัย และยังมีปุ่มกดในยามฉุกเฉิน สำหรับเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยในยามฉุกเฉินด้วย” หนูโบว์ รวินันท์ กล่าวถึงบทเรียนที่ได้จากการสำรวจห้องน้ำอารยสถาปัตย์ที่สวนสัตว์ดุสิต
ส่วนน้องเขต 6 ขวบ น้องโอม 5 ขวบ น้องปราธ 3 ขวบ อาจยังเด็กเกินไปที่จะพูดเรื่องอารยสถาปัตย์ให้ได้เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนอย่างพี่ๆ ที่มากันในวันนี้ แต่เด็กน้อยทั้ง 3 ก็สามารถพูดคำว่า “อารยสถาปัตย์” ได้ชัดเจนแล้ว ลุงอ๋อยหวังว่า เด็กๆ ทุกคน จะได้ศึกษาเรียนรู้ และซึมซับเรื่องความสะดวก และปลอดภัย จากการทำอารยสถาปัตย์ เข้าไปในความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาตลอดไป
เพื่อที่อนาคต เด็กๆ เหล่านี้ จะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ช่วยกันสร้างสรรค์พัฒนาประเทศชาติ และช่วยกันทำอารยสถาปัตย์ให้ทั่วถึงทุกที่ทุกแห่งของเมืองไทย ในฐานะที่เป็น “เมืองหลวงอารยสถาปัตย์แห่งประชาคมอาเซียน”
เป็นความฝันของลุงอ๋อย กับเด็กๆ ในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'วันเด็ก กับทูตอารยสถาปัตย์เด็ก' : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



